โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ออมสิน ทำไว รับลูก ครม.ยกหนี้เอ็นพีแอลให้ลูกหนี้สินเชื่อโควิด เฟสแรก 2 แสนราย

เดลินิวส์

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 16.29 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 09.12 น. • เดลินิวส์
ออมสิน รับลูก ครม.ประเดิมยกหนี้เอ็นพีแอล ให้ลูกหนี้สินเชื่อโครงการรัฐช่วงโควิด เฟสแรก 2 แสนบัญชี ทยอยดำเนินการอีก 3 แสนบัญชี ภายในสิ้นปี 68

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสินเปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารได้เริ่มดำเนินมาตรการแก้หนี้รายย่อยตามมติ ครม. จำนวน 5 แสนรายแล้ว โดยจะดำเนินการแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรก เริ่มทันที คือการปิดบัญชีหนี้ ตัดหนี้สูญ และไม่ติดตามหนี้ของลูกหนี้เอ็นพีแอลจำนวนกว่า 200,000 บัญชี ในโครงการสินเชื่อตามนโยบายรัฐที่ได้รับงบประมาณชดเชยแล้ว ซึ่งจะช่วยลูกหนี้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้เร็วขึ้นเมื่อมีความจำเป็น ส่วนแผนระยะที่ 2 ธนาคารจะทยอยดำเนินการปิดบัญชีหนี้แก่ลูกหนี้เอ็นพีแอล โครงการสินเชื่อสู้ภัย โควิด-19 จำนวนกว่า 300,000 บัญชี ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 68

“ที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 68 เห็นชอบให้ธนาคารออมสินจัดทำมาตรการแก้ไขหนี้รายย่อยในโครงการของรัฐบาลที่ออกมาช่วยประชาชนในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อรายย่อยไม่มีหลักประกัน ที่มีสถานะหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) จำนวนรวมกว่า 500,000 บัญชี ให้สามารถหลุดพ้นจากประวัติหนี้เสีย ซึ่งขณะนี้ธนาคารได้เริ่มดำเนินการทันที เพื่อที่ในอนาคตลูกหนี้จะมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ไวขึ้น”

นายวิทัยกล่าวว่า ที่ผ่านมาธนาคารได้จัดทำมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยสำหรับมาตรการปลดหนี้สินเชื่อตามโครงการของรัฐบาลที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้แล้วเป็นจำนวนกว่า 1.3 ล้านบัญชี คิดเป็นยอดหนี้รวมกว่า 11,000 ล้านบาท

“ธนาคารออมสินสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหนี้รายย่อย และช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางให้สามารถประคับประคองสถานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวให้เดินต่อได้ มุ่งเน้นดำเนินการเพียงครั้งเดียว เพื่อไม่ให้ลูกหนี้ต้องเสียวินัยทางการเงิน และยังสามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินได้อีกในอนาคต”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...