เปิดแนวคิด เรนวูด ปาร์ค เรียนรู้จากวิกฤต สู่การพัฒนาที่อยู่ปลอดภัย
เปิดแนวคิด เรนวูด ปาร์ค โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ เนื้อที่รวมกว่า 2,000 ไร่ เม็ดเงินลงทุนระดับหลักหมื่นล้านบาท ใช้บทเรียนจากวิกฤต-วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป สู่การพัฒนาที่อยู่อาศัยปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐานดี สร้างเมืองแห่งอนาคต
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 เรนวูด ปาร์ค ร่วมกับพันธมิตรของโครงการ ทั้ง ฤทธา, A49 และ PIA จัดเวทีเสวนา “จากวิกฤต…สู่ชีวิตที่มองไกล FROM CRISIS TO VISIONARY LIVING 2025” เพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์ สู่การสร้างเมืองต้นแบบที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับวิกฤตโลก พร้อมระบบพลังงานสะอาด การบริหารจัดการน้ำ และชุมชนที่เติบโตอย่างสมดุลทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
วางโครงสร้างดี สู่เมืองแห่งอนาคต
นางสาววรพนิต รวยรุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เรนวูด กรุ๊ป เปิดเผยว่า เรนวูด ปาร์ค ถูกนิยามให้เป็นมากกว่าคำว่าบ้าน เพราะจุดประสงค์ในการพัฒนานั้นต้องการส่งมอบ ‘คุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ และดูแลทุกรายละเอียดให้เหมือนกับบ้านที่เราอยู่เอง’ ด้วยการลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงให้แล้วเสร็จก่อนเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
เริ่มจากหัวใจของโครงการคือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ระบบพลังงานสะอาด บริการหลังการขายแบบ One-Stop Service รวมถึงระบบบริหารจัดการที่เป็นผู้ดูแลเอง 100% เพื่อให้มั่นใจว่าลูกบ้านจะได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในทุกวัน ภายใต้ภารกิจในฐานะผู้ออกแบบวิถีชีวิตที่ตอบโจทย์ผู้คนหลากหลายเจเนอเรชัน หลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม ควบคู่ไปกับการส่งต่อประโยชน์คืนสู่ชุมชนโดยรอบ ผ่านการสร้างงาน การยกระดับมูลค่าของพื้นที่ และการเปิดพื้นที่บางส่วนให้เป็นสาธารณะสำหรับทุกคนได้มีส่วนร่วม
เพราะตระหนักดีว่านอกจากโครงสร้างของบ้านแล้ว เราให้ความสำคัญกับคุณภาพของเพื่อนบ้าน สภาพแวดล้อม และการดูแลระยะยาว การคัดเลือกผู้อยู่อาศัยอย่างตั้งใจ เพื่อสร้างชุมชนคุณภาพที่อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน และสามารถเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างเป็นรูปธรรม
“หลังสถานการณ์ COVID-19 เราได้เรียนรู้ว่าผู้คนให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสงบ และความมั่นคงในชีวิตเพิ่มขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา เรนวูด ปาร์ค จึงถูกออกแบบให้เป็นเมืองที่พร้อมรับมือต่อความเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่โครงสร้างอาคารที่ทนแรงสั่นสะเทือนได้สูงกว่ามาตรฐานกำหนด ไปจนถึงระบบบริการมาตรฐานโรงแรมที่ทำให้ชีวิตประจำวันราบรื่นหมดความกังวล แม้ในวันที่โลกภายนอกจะไม่แน่นอน แต่ที่ เรนวูด ปาร์ค จะยังคงเป็นพื้นที่ที่มอบความรู้สึกอุ่นใจและพร้อมสำหรับอนาคตอยู่เสมอ” นางสาววรพนิต กล่าว
โดยที่อยู่อาศัยและพื้นที่ภายในโครงการ เรนวูด ปาร์ค นั้น ได้มีการร่วมพัฒนากับนักพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ระดับแถวหน้าของไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการพัฒนาโครงการ, บริษัทก่อสร้าง (ฤทธา) รวมไปถึงสถาปนิกผู้ออกแบบ (PIA, A49)
สำหรับสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อ 28 มีนาคมที่ผ่านมา นางสาววรพนิต กล่าวว่า เรนวูด ปาร์ค ไม่ได้รับผลกระทบเพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นอาคารแบบโลว์ไรส์ (Low-Rise)
ส่วนมุมมองต่อตลาดที่อยู่อาศัยหลังสถานการณ์แผ่นดินไหวนั้น นางสาววรพนิต กล่าวว่า ในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย คนจะมีความคิดที่ 2 (Second Thought) เกิดขึ้น สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ มีความแออัดระดับหนึ่ง มักเลือกที่จะอยู่ในแถบชานเมืองที่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง การเดินทางที่สะดวก คอนโดมิเนียม ยังเป็นสิ่งที่น่าลงทุนอยู่ ถ้าเป็นการปล่อยเช่าให้ผู้อื่นอยู่อาศัย แต่ถ้าต้องอยู่อาศัยเอง ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาต่อไปในเรื่องความเสี่ยงในอนาคต
ออกแบบเมือง รับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต
รศ.ดร. โชติชัย เจริญงาม ผู้อำนวยการพัฒนาโครงการ เรนวูด ปาร์ค กล่าวว่า เรนวูด ปาร์ค เริ่มต้นจากการออกแบบระบบชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานของเมืองในอนาคต โดยได้ศึกษาปัจจัยด้านภูมิประเทศ ภูมิอากาศ สภาพดิน น้ำ ลม และไฟ เพื่อประเมินความเสี่ยงทั้งในปัจจุบันและระยะยาว อาทิ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ไปจนถึงคุณภาพอากาศ และนำข้อมูลที่ได้เหล่านี้มาออกแบบระบบให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตข้างหน้า
ในเชิงวิศวกรรม เรนวูด ปาร์ค ใช้มาตรฐานขั้นสูงสุดในการวางระบบสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้เสาเข็มยาวรองรับพื้นที่ที่มีกายภาพของดินที่อ่อน ระบบบำบัดน้ำเสียที่ครอบคลุมทุกจุด ระบบผลิตน้ำสะอาดสำรอง บ่อกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ไปจนถึงระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบ Floating Solar ขนาดกว่า 2 เมกะวัตต์ที่สามารถจ่ายไฟฟ้าให้โครงการได้อย่างเพียงพอหากเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝัน
นอกจากนี้ยังมองลึกถึงการฟื้นตัวของชุมชนจากสถานการณ์ไม่คาดฝันในระยะยาว โดยได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนต่างๆ ประกอบด้วย โซนอยู่อาศัย โซนบริการ และโซนสาธารณะ เพื่อในอนาคตประชาชนในพื้นที่รอบโครงการสามารถเข้ามามีส่วนร่วมใช้พื้นที่ และได้รับประโยชน์ร่วมกัน เช่น การเปิดพื้นที่วิ่ง ตลาดชุมชน และการส่งเสริมผู้ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยในท้องถิ่นให้สามารถประกอบอาชีพภายในพื้นที่ของโครงการได้ โดยทั้งหมดอยู่ภายใต้ระบบความปลอดภัยที่ควบคุมด้วยเทคโนโลยี อาทิ กล้อง CCTV จำนวนโดยประมาณที่ 650 ตัวทั่วทั้งโครงการ โดรนตรวจการณ์ และระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI
“สิ่งที่เราเรียนรู้จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งล่าสุด เป็นการยืนยันว่าหลักการออกแบบที่เราวางไว้ตั้งแต่ต้นนั้นถูกต้องและแข็งแกร่ง เพราะเราใช้มาตรฐาน SDGs เป็นแนวทางหลักในการสร้างโครงการแห่งนี้ตั้งแต่ต้น ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางโครงสร้าง คุณภาพชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ และความสามารถในการฟื้นตัว เราไม่ได้รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้ แต่เราวางระบบที่สามารถรองรับปัญหาเหล่านั้นไว้ล่วงหน้าแล้ว” รศ.ดร. โชติชัย กล่าวถึงศักยภาพของโครงการในการรับมือต่อความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น
รศ.ดร. โชติชัย กล่าวอีกว่า เรนวูด ปาร์ค ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตของชุมชนรอบโครงการ ทั้งในแง่การจ้างงาน การยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น และการช่วยเหลือชุมชนในยามเกิดภัยพิบัติ เช่น การส่งกำลังคน ระบบสูบน้ำ หรือการใช้ทรัพยากรของโครงการช่วยสนับสนุนภายนอก
ที่สำคัญยังได้ร่วมมือกับทั้งหน่วยงานภายในประเทศและระดับนานาชาติ ทั้งภาครัฐ เช่น การไฟฟ้า การประปา และกรมโยธา เพื่อยกระดับระบบบริการในพื้นที่ รวมถึงความร่วมมือกับองค์กรระดับโลก ทั้งจากประเทศอังกฤษ จีน และสิงคโปร์ ในด้านสนามกอล์ฟ เทคโนโลยี การบริหารจัดการ และการให้บริการ เช่น Wentworth Golf Club , Four Seasons Hotel London At Tower Bridge , Reignwood Pine Valley Hotel เป็นต้น ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้มายังโครงการนี้โดยตรง
“เรนวูด ปาร์ค” มีอะไรบ้าง ?
สำหรับโครงการ เรนวูด ปาร์ค เป็นการพัฒนาโครงการบนพื้นที่รวมกว่า 2,000 ไร่ ตอกย้ำวิสัยทัศน์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งอนาคต ด้วยแนวทางการออกแบบที่ผสานแนวคิดด้าน ESG (Environmental, Social and Governance) อย่างสมดุล ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการสิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ของผู้อยู่อาศัย ไปจนถึงการสร้างประโยชน์แก่ชุมชนโดยรอบ
พื้นที่ในเรนวูด ปาร์ค มีการออกแบบเป็น 3 โซนหลัก แบ่งเป็น โซนอยู่อาศัย 19% (4 โครงการ ESTATE, SERENO, SONIA และ SANCTIA) โซนบริการ 42% (สนามกอล์ฟ, PARK11 Community Mall) และโซนสาธารณะ 39% โดยภายในโครงการถูกออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียวมากถึง 700 ไร่ หรือคิดเป็น 35% ของพื้นที่ทั้งหมด พร้อมต้นไม้ขนาดใหญ่กว่า 10,000 ต้นที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศ เสริมความร่มรื่น และฟื้นฟูระบบนิเวศให้มีความหลากหลายทางชีวภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ การเป็นแหล่งอาศัยของนกนานาชนิด
ขณะที่ระบบแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น “Heart Lake” พื้นที่กว่า 57 ไร่ และบึงโดยรอบสนามกอล์ฟอีก 89 ไร่ ได้ถูกวางระบบหมุนเวียนน้ำภายในโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ปล่อยน้ำเสียสู่ภายนอก พร้อมติดตั้งเครื่องเติมอากาศ 28 เครื่อง เพื่อรักษาคุณภาพน้ำให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างยั่งยืน
ตลอดจนการติดตั้งระบบ Solar Floating ในบ่อรูปหัวใจ ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 2 เมกะวัตต์ เสริมด้วย Solar Cell อีก 16 จุดทั่วพื้นที่ ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 400 กิโลวัตต์ รวมถึงสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 2 สถานี (รวม 6 หัวจ่าย) โดยในปี 2568 (ช่วงมกราคม–พฤษภาคม) โครงการสามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้กว่า 5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน
ในด้านคุณภาพชีวิต เรนวูด ปาร์ค ได้จัดสรรพื้นที่ ทั้งลู่วิ่งและลู่จักรยานรอบโครงการระยะทางรวมกว่า 10 กิโลเมตร ห้องฟิตเนส สนามเด็กเล่น และจักรยานให้ยืม พร้อมติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงด้วย Security Drone 13 ลำ ตลอดจนระบบสลายประจุไฟฟ้าจากฟ้าผ่าและระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าในพื้นที่สนามกอล์ฟ
นอกจากนี้ ยังมีการดูแลสังคม โดยเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้พักอาศัยมีส่วนร่วมในการลดขยะผ่านโครงการ “ขวดแลกไข่” ซึ่งสามารถรีไซเคิลขวดพลาสติกและกระป๋องได้กว่า 1 ตันในปีเดียว พร้อมเริ่มโครงการทำปุ๋ยหมักจากใบไม้เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี โครงการปลูกผักสวนครัวและเลี้ยงไก่ไข่ รวมถึงการสนับสนุนภาครัฐและชุมชนโดยรอบ เช่น การบริจาคที่ดิน 4 ไร่ เพื่อจัดตั้งสถานีไฟฟ้าย่อยขนาด 100 เมกะวัตต์ ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพการจ่ายไฟในพื้นที่ และการสนับสนุนอุปกรณ์บรรเทาน้ำท่วมในฤดูฝน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดแนวคิด เรนวูด ปาร์ค เรียนรู้จากวิกฤต สู่การพัฒนาที่อยู่ปลอดภัย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net