แฉสัมพันธ์ลับ ทิดแย้ม-อรัญญาวรรณ เซ็กซ์โฟนผ่านวิดีโอคอล พยานกลับคำให้การ หวังเบี่ยงเบนคดี
แฉ ‘ทิดแย้ม’ ไม่ได้ติดแค่การพนัน จนทำให้ยักยอกเงินวัดจำนวนมหาศาล แต่ยังมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของ นายแย้ม-อรัญญาวรรณ หลังสืบสวนพบว่าเริ่มสนิทสนมกันมาตั้งแต่ปี 2563 ไม่ได้พูดคุยกันเฉพาะเพียงแค่เรื่องพนันเท่านั้น แต่ยังคุยกันเชิงลามกอนาจาร-เซ็กซ์โฟน ผ่านวิดีโอคอลอยู่บ่อยๆ
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าคดี นายแย้ม อินทร์กรุงเก่า อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง คดียักยอกเงินวัดว่า หลังจากสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 10 คน รวมทั้ง น.ส.เตย เจ้าของร้านกาแฟที่อดีตเจ้าอาวาสลงทุนเปิดร้านให้ และ แฟนหนุ่มที่เป็นทหาร มีชื่อเป็นเจ้าของรถทุกคันในวัด จากการสอบปากคำ น.ส.เตยและแฟนหนุ่มยังไม่ให้การอะไรมาก แต่คาดว่าทั้ง 2 คนน่าจะกุมความลับเรื่องเงินทั้งหมดของวัดเอาไว้
พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวอีกว่า วันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) ชุดสืบสวนสอบสวนจะเข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติมที่วัดไร่ขิงอีกครั้งเพื่อหาความเชื่อมโยงในประเด็นต่างๆ ให้ชัดเจน ส่วน น.ส.เตยและแฟนหนุ่มหลังจากนี้อาจต้องเชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งด้วย
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า จากการเข้าตรวจค้นวัดไร่ขิงและสถานที่ต่างๆ รวมถึงเชิญตัวพระลูกวัดและบุคคลใกล้ชิดต่างๆ ของอดีตเจ้าอาวาสมาสอบปากคำในฐานะพยานเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่าพยานบางรายยังไม่ค่อยให้ความร่วมมือ หรือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่มากนัก จะยอมตอบคำถามก็ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่นำหลักฐานข้อเท็จจริงมากางให้ดูต่อหน้า จนไม่อาจเลี่ยงตอบได้
นอกจากนี้ ระหว่างซักถามข้อเท็จจริงพยานบางรายก็จะยอมรับว่าอดีตเจ้าอาวาสเคยใช้ให้ไปเบิกถอนเงินของวัดออกมาเป็นเงินสดแล้วนำไปฝากตู้อัตโนมัติ ก่อนโอนต่อไปยังบัญชีธนาคารของ น.ส.อรัญญาวรรณ เพื่อเล่นพนันจริง แต่สุดท้ายเมื่อเข้าสู่กระบวนการสอบปากคำที่จะมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการ พยานบุคคลบางรายกลับเปลี่ยนคำให้การ โดยอ้างว่าอดีตเจ้าอาวาสไม่ได้เล่นพนันออนไลน์แต่อย่างใด เงินที่โอนไปให้ น.ส.อรัญญาวรรณเป็นเพียงการกู้ยืมเงินเท่านั้น
เจ้าหน้าที่ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า วัตถุพยานหลักฐานบางส่วนมีลักษณะคล้ายกับถูกจัดวางหรือจัดเตรียมไว้เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจยึด โดยเฉพาะหลักฐานเกี่ยวกับเอกสารสัญญาการกู้ยืมเงินของ น.ส.อรัญญาวรรณกับมูลนิธิวัด รวมถึงเอกสารหลักฐานสลิปโอนเงินบางส่วน คล้ายต้องการเบี่ยงเบนแนวโน้มทิศทางคดีให้มุ่งไปในทำนองว่าเงินที่ให้ น.ส.อรัญญาวรรณเป็นการกู้ยืม ไม่ใช่นำไปเล่นพนันออนไลน์ ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับคำให้การของผู้ต้องหาทั้งสองรายที่ให้การกับเจ้าหน้าที่ไว้ก่อนหน้านี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการพยายามเบี่ยงเบนประเด็นจากเล่นพนันออนไลน์ไปเป็นการกู้ยืมเงินจะไม่ช่วยทำให้ทั้งคู่พ้นจากความผิดในทางคดี เพราะสุดท้ายการนำเงินวัดออกไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือใช้ส่วนตัวก็ยังถือเป็นความผิด แต่การเบี่ยงเบนทิศทางคดีให้เป็นไปในแนวทางดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีมองว่าเป็นการปูทางเพื่อตั้งหลักวางแนวทางต่อสู้คดีให้ง่ายขึ้นในภายหลัง
นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับข้อมูลการสืบสวนที่พบว่า ขณะ น.ส.อรัญญาวรรณถูกตำรวจ บช.สอท.จับกุมดำเนินคดีพัวพันรับผลประโยชน์จากเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ LAGALAXY911 เมื่อปลายปี 2567 ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาก็พยายามต่อสู้คดีด้วยการอ้างว่าเป็นเพียงลูกค้าหรือผู้เล่นพนันเท่านั้น ไม่ใช่นายหน้าหรือโบรกเกอร์รับแทงพนันแต่อย่างใด ส่วนเงินจำนวนมากที่มีคนโอนเข้ามาอ้างว่าเป็นเงินที่กู้ยืมมาลงทุนธุรกิจ ทำให้มองว่าการกระทำดังกล่าวก็เพื่อต้องการเปลี่ยนข้อหา จากผู้จัดให้มีการเล่นพนัน ไปเป็นผู้ร่วมเล่นพนันแทน เพื่อให้ได้รับโทษน้อยลง รวมถึงเพื่อจะได้รับทรัพย์สินต่างๆ มูลค่ารวมหลายสิบล้านบาทที่ถูกอายัดไปกลับคืนมาด้วย
มีรายงานด้วยว่า ช่วงเวลาเดียวกันที่นายแย้มทราบข่าวว่า น.ส.อรัญญาวรรณ ถูกตำรวจ บช.สอท.จับกุมก็รีบสั่งการให้ นายเอกพจน์ หรือ อดีตพระเอกพจน์ พระลูกวัดคนสนิท ลาสิกขาจากความเป็นพระ แล้วหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.สุโขทัย ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้มีการสืบสาวตรวจสอบความเชื่อมโยงเส้นทางการเงินถึงตนเอง เนื่องจากนายแย้มเคยสั่งให้นำเงินโอนไปเล่นพนันผ่าน น.ส.อรัญญาวรรณมาแล้วหลายครั้ง
สำหรับการพยายามเบี่ยงเบนคดีทางเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดียักยอกเงินวัดของ บชก.ก็ไม่ได้หนักใจหรือเป็นกังวล เพราะเชื่อว่าอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นกับการเล่นพนันออนไลน์ของ น.ส.อรัญญาวรรณอย่างแน่นอน เพียงแต่เจ้าตัวไม่ได้เป็นคนแทงพนันด้วยตัวเอง เนื่องจากมีพยานหลักฐานเส้นทางการเงินเป็นข้อมูลสเตตเมนต์ธนาคารที่ระบุยอดเงิน ช่วงเวลาที่โอนเงิน ตั้งแต่เริ่มโอนเงินจากบัญขีธนาคารวัดเข้าสู่บัญชีธนาคารส่วนตัวของนายแย้ม แล้วโอนไปยังบัญชีธนาคารของ น.ส.อรัญญาวรรณ ก่อนจะโอนต่อไปยังบัญชีเครือข่ายเว็บพนัน ทั้งเวลาและจำนวนเงินสอดคล้องกันถึง 11 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 15 ล้านบาท
เมื่อพิจารณากับวัตถุพยานอื่นๆ จำพวกคลิปเสียงที่มีการบันทึกการสนทนาพูดคุยในลักษณะทวงถามเงินติดค้างค่าแทงพนัน และคำให้การของพยานบุคคลบางรายที่ยอมรับว่าเคยได้ยินอดีตเจ้าอาวาสรายนี้พูดคุยเรื่องผลได้-เสียจากการแทงพนัน ทำให้เชื่อว่านายแย้มน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเล่นพนันอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีก็ไม่ได้มองว่าการติดพนันจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้นายแย้มยักยอกเงินวัดจำนวนมหาศาลดังกล่าว หากแต่ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของนายแย้มกับ น.ส.อรัญญาวรรณ หลังแนวทางสืบสวนพบว่าทั้งคู่เริ่มสนิทสนมกันมาตั้งแต่ปี 2563 และไม่ได้มีการพูดคุยกันเฉพาะเพียงแค่เรื่องแทงพนันเท่านั้น หากแต่ยังมีการพูดคุยกันในลักษณะเชิงลามกอนาจาร หรือเซ็กซ์โฟนผ่านวิดีโอคอลอยู่บ่อยครั้ง
กระทั่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีรายงานด้วยว่า เมื่อ น.ส.อรัญญาวรรณโทรศัพท์มาขอเงินจำนวนมากจากนายแย้มอ้างว่าจะนำไปใช้หนี้จากการลงทุนเปิดร้านที่ตลาดแห่งหนึ่งเป็นการด่วน เพราะโทรศัพท์มือถือถูกเจ้าหนี้ยึดไว้ หากไม่รีบนำเงินไปจ่ายเจ้าหนี้เพื่อไถ่ถอนโทรศัพท์กลับคืน เสี่ยงต่อการที่ข้อมูลความลับเรื่องคลิปฉาวที่เคยแอบบันทึกไว้ในเครื่องจะถูกพบโดยบุคคลภายนอก ทำให้นายแย้มเกิดความโมโหและเป็นกังวล รีบนำเรื่องไปปรึกษาลูกศิษย์และพระลูกวัดคนสนิท ก่อนเรียกตัว น.ส.อรัญญาวรรณมาสอบถาม
จนทราบข้อเท็จจริงว่าไม่ได้มีการติดหนี้เจ้าของตลาดจนถูกยึดโทรศัพท์มือถือแต่อย่างใด ที่ทำไปเพียงเพราะต้องการเงินเท่านั้น แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ น.ส.อรัญญาวรรณนำเรื่องคลิปฉาวมาข่มขู่เรียกเงินจากนายแย้มและกลุ่มลูกศิษย์คนสนิท จึงให้ น.ส.อรัญญาวรรณนำโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวมาทุบทำลายทิ้งต่อหน้าและขอให้ยุติเรื่องราวความสัมพันธ์ทั้งหมดลงอีกด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แฉสัมพันธ์ลับ ทิดแย้ม-อรัญญาวรรณ เซ็กซ์โฟนผ่านวิดีโอคอล พยานกลับคำให้การ หวังเบี่ยงเบนคดี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th