ตัวตนต่างจากที่เห็น แอน มรกต เปิดใจนักการเมืองขั้นบุกเคาะห้อง แจงปม หนู เชิญยิ้ม
ตัวตนต่างจากภาพที่เห็น เปิดใจอดีตเซ็กซี่สตาร์ แอน มรกต นักธุรกิจขอเป็นแฟน นักการเมืองเข้าหาขั้นบุกเคาะห้อง แจงปม หนู เชิญยิ้ม สิ่งที่คนเข้าใจผิดมา 20 กว่าปี ชีวิตตอนนี้เป็นเกษตรกร
เปิดใจอดีตเซ็กซี่สตาร์ แอน มรกต ใน Indepth ข่าวสด เล่าถึงเส้นทางการเป็นนางแบบเซ็กซี่เบอร์ต้นในยุคสมัยหนึ่งที่โด่งดังมากๆ ถ่ายปฏิทินในตำนานความเซ็กซี่ของนางแบบ และเล่นภาพยนตร์ มังกรเจ้าพระยา
“ก็เป็นบทเซ็กซี่ในบท มังกรเจ้าพระยา ก็เป็นบทเซ็กซี่เหมือนกัน มีวาบหวิว มาแนวเซ็กซี่มาตลอด ”
“ที่บ้านก็ไม่ทราบ ที่บ้านต่างจังหวัด ไม่ค่อยมีข่าวสารอะไร ช่วงนั้นก็กันดาร หนังสือพิมพ์ก็ไม่มี คิดว่าเขาไม่ทราบข่าว แต่ปรากฏว่า เหมือนคนหวังดี ส่งภาพเซ็กซี่ไปให้ที่ครอบครัวดู เขาเลยตกใจว่าแอนไปถ่ายเซ็กซี่ พอทางบ้านทราบก็ไม่ค่อยพอใจคือพ่อประกาศเลยไม่ให้เข้าบ้าน ในช่วงถ่ายแบบใหม่ๆเขายังไม่ยอมรับ”
นอกจากงานถ่ายแบบ ยังมีงานโชว์ตัว งานถ่ายหนัง งานละคร ต้องเก็บตัวไม่ให้มีข่าวที่ไม่ดี แทบไม่มีอิสระเลย “เราพยายามพิสูจน์ตัวตน ว่าเราเซ็กซี่เฉพาะเรื่องงานอย่างเดียว ”
“เพิ่งมาทราบทีหลัง ผู้จัดการมาบอก มีนักธุรกิจผู้ใหญ่ชอบแอนมากๆ อยากดูแล อยากเป็นแฟนเลย แต่แอนไม่มีเวลาสนใจ แล้วเป็นใครก็ไม่รู้ เลยไม่สนใจเพราะตอนนั้นงานเยอะมาก”
“มีช่วงงานโชว์ตัว แล้วมีนักการเมืองพยายามเข้าหาเรา เราก็กลัว เราไปงานเขา จ้างเราไปงาน ดาราคนอื่นก็ไป เขาให้พี่เลี้ยงมาสะกิดว่าเสร็จงานแล้วลงมานั่งดื่มกับท่านนะ”
“ผู้จัดการบอกให้เข้าห้องยกหูโทรศัพท์ออก ล็อกห้องคล้องสายยู ปิดมือถือ ปรากฏเขามาเคาะห้องจริงๆ เราก็แกล้งหลับ ไม่รู้เรื่องแล้วก็มีแบบนี้ผู้ใหญ่พยายามเข้าหา เราก็พยายามหลีกเลี่ยง หรือ ปิดมือถือ”
“คนในวงการไม่มีเลย แทบไม่คุยกับใครเลย ไม่มั่นใจเขาคิดกับเรายังไง เซฟโดยการไม่ไปยุ่งกับใคร กลัวเขามองเราไปตีสนิท ด้วยความภาพพจน์เราเซ็กซี่ กลัวคนอื่นคิดกับเราแบบไหน”
ถามถึงเรื่องที่มีข่าวกับคนเดียวคือ หนู คลองเตย หรือ หนู เชิญยิ้ม ที่ยังทำคนเข้าใจผิดมา 20 กว่าปีว่าเป็นแฟนกัน แอน มรกต ย้อนเรื่องราวที่แท้จริงๆว่า
“ต้นเหตุเกิดจากเราไปถ่ายละครเรื่องหนึ่ง ถ่าย 3-4 เดือนได้แต่ไม่เคยคุยกับเขาเลย เขาก็อยู่ในกลุ่มเขา สนุกสนาน มีแซวในกอง เราก็อยู่ของเราคนเดียว”
“วันปิดกล้องมีฉากเขาต้องแกล้งเรา ทั้งแก๊งเขา แต่เรามีงานไปต่อ เลยขออย่าปาเข้าหน้า แล้วเขาปาใส่เบ้าตา ใส่ผม ใส่หัว เราก็กรี๊ด เขาก็หัวเราะกัน ขำทุกคนได้แกล้งแอน”
“ปิดกล้องแล้ว พี่หนูก็แซวน้องแอนน่ารักนะ มีแฟนยัง ก็บอกไม่มี เขาก็บอกเป็นแฟนพี่มั้ย ถามแซวเล่นๆ ไม่คิดว่าจะเป็นข่าว พอมีประเด็นนี้เป็นข่าว ผู้ใหญ่ก็มองว่าน่าสนใจ เป็นกระแสด้วยกันก็ดีได้โปรโมตละคร ”
“รับงานด้วยกันสมัยนี้เรียกคู่จิ้น สมัยนั้นเรียกคู่ขวัญ ความหมายเดียวกันคือคู่จิ้น รับงานด้วยกัน หลังจากนั้นมีข่าวตลอด ผู้ใหญ่วางให้โปรโมตร่วมกัน รับงานด้วยกันตลอด”
“ตอนนั้นก็เฉยๆ เพราะเขาไม่พูดเลยว่าชอบเรา แกก็ไม่ได้แสดงออก ก็ทำงานร่วมกันไป พอข่าวเฟดไปต่างคนก็ต่างมีงานของตัวเองอยู่แล้ว พอกระแสเงียบไป งานคู่ก็จะไม่ค่อยมีก็จะเฟดไปโดยธรรมชาติ ไม่คิดว่าคนจะจำ คิดไปไกลมาก ยุคนั้นไม่มีโซเชียล ข่าวอะไรจะเป็นแค่หน้าหนังสือพิมพ์ หรือ ออกรายการทีวี คอมเมนต์ก็ไม่มี เราไม่ทราบว่าคนคิดยังไง พูดถึงเราแบบไหน ”
“พอมายุคโซเชียล เราเห็นคอมเมนต์ต่างๆ ว่าคนเขาคิดแบบนี้ เขาเชื่อแบบนี้ เขาเชื่อภาพที่ออกไป ซึ่งเป็นภาพที่ออกไปคือภาพการทำงาน แต่จริงๆเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวข้อง แต่คนไม่ทราบ คนเขาเห็นไปงานด้วยกัน ออกทีวีด้วยกัน ภาพที่โปรโมตเป็นแบบนั้น ”
“คนเข้าใจผิดเยอะมาก แอน อยากออกมาชี้แจง แต่ผู้ใหญ่ไม่อยากให้ออกมาชี้แจง เพราะกระแสมันคู่กัน งานเราก็เยอะอยู่แล้ว งานเขาก็เยอะ แต่มันมาเสริมละครเรตติ้งดี ข่าวจับคู่ทำให้คนอยากดูละครที่เราเล่นด้วยกัน แต่จริงๆ บทไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย ”
“ช่วงมีข่าวกับพี่หนู เราก็มีคนเข้ามาคุย เพียงแต่เรายังไม่คบลึก เรื่องของงานเราด้วย งานเยอะมาก ไม่มีเวลาโฟกัสตรงนั้น หลังช่วงเฟดไปแล้ว ก็มีคนเข้ามาคบ มีบ้าง เพียงเป็นระยะสั้น ส่วนใหญ่เป็นต่างชาติ คุยแล้วคลิกก็คบ ไม่คลิกก็เป็นเพื่อนกัน”
“ด้วยเรื่องปัญหาสุขภาพ หันไปทำธุรกิจทำผลิตภัณฑ์ตัวเอง และทำเกษตร เป็นเกษตรกรด้วย พ่อแม่วางแผนให้ ทำสวนยางพารา อยู่มาระยะยาว เป็นการมองการณ์ไกลของพ่อแม่ที่ดีมาก ”
https://www.youtube.com/watch?v=voBkB9nrhDg
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตัวตนต่างจากที่เห็น แอน มรกต เปิดใจนักการเมืองขั้นบุกเคาะห้อง แจงปม หนู เชิญยิ้ม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th