โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

”ไฮสปีดไทย-จีน”งบก่อสร้างทะลุ 4.2 แสนล้านบาท จับตา PPP เดินรถแสนล้าน-รื้อค่าโดยสารส่อปรับแพงขึ้น

Manager Online

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 06.17 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 23.09 น. • MGR Online

โครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย เริ่มการก่อสร้างโครงการ ระยะแรก ช่วงกรุงเทพมหานคร- นครราชสีมา ระยะทาง 250.77 กม. มาตั้งแต่ วันที่ 21 ธ.ค.2560 โดยรัฐลงทุนเองทั้งหมดด้วยงบประมาณ 179,412.21ล้านบาท ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและมีการเลื่อนเป้าหมายเปิดให้บริการมาหลายครั้ง ล่าสุดการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตั้งเป้าเปิดให้บริการเฟสแรกในปี 2572 แล้ว และเปิดเฟส 2 ช่วง นครราชสีมา-หนองคาย ในปี 2574 ใช้เวลาเดินทางจาก กรุงเทพ- หนองคาย เพียง 3 ชั่วโมง 28 นาที

@เฟส 1 ก่อสร้างล่าช้ากว่า 18 % อีก 2 สัญญายังไม่ได้เริ่ม

ขณะที่ผลงานการก่อสร้างงานโยธาในเฟสแรก ช่วงกรุงเทพ - นครราชสีมา ซึ่งแบ่งออกเป็น 14 สัญญา สิ้นสุดเดือนมิ.ย. 2568 มี ความคืบหน้า 45.65% จากแผนงานกำหนด 64.197%เท่ากับยังล่าช้า 18.552% ซึ่งปัญหาที่ทำให้การก่อสร้างมีความล่าช้า มีทั้งเรื่องการเวนคืน และการปรับแบบก่อสร้าง

โดยงานโยธา 14 สัญญา ขณะนี้มีเพียง 2 สัญญาเท่านั้น ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ได้แก่ ช่วงกลางดง–ปางอโศก และช่วงสีคิ้ว–กุดจิก อีก 10 สัญญากำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนอีก 2 สัญญายังไม่ได้เริ่มงาน ได้แก่ สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กม. มีโครงสร้างร่วมกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งอยู่ระหว่างรอข้อสรุป การแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนฯ โดยอัยการสูงสุดอยู่ระหว่างตรวจร่างสัญญาคาดจะแล้วเสร็จในเดือนก.ค.นี้และทาง EEC เสนอครม.เห็นชอบก่อน จึงจะเริ่มก่อสร้าง

และสัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.30 กม. มีประเด็นมรดกโลก ซึ่งรฟท.ปรับรูปแบบก่อสร้างสถานีให้โปร่งและลดระดับหลังคาไม่ให้บดบังทัศนียภาพอยุธยา ซึ่งมีผลทำให้ค่าก่อสร้างลดลงประมาณ 100 ล้านบาทขณะเดียวกันทางกรมศิลปากร จะเข้ามาร่วมในการประเมิน ช่วงขุดเจาะที่อาจจะพบโบราณวัตถุเพื่อบริหารจัดการ ซึ่งคาดมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ประมาณ 50 ล้านบาท ทั้งนี้วงเงินรวมยังอยู่ในกรอบสัญญาโครงการนี้ โดยผู้รับเหมา กำลังตรวจสอบสัญญา และค่าใช้จ่ายให้ครบถ้วนก่อนลงนามสัญญา คาดใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือนหรือประมาณเดือนส.ค. 2568

ส่วน งานระบบและขบวนรถระยะที่ 1 นั้นคือสัญญา2.3 (รางระบบไฟฟ้าและเครื่องกลจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร)นั้น รฟท.ลงนามจ้างบริษัทไชน่าเรลเวย์อินเตอร์เนชั่นแนล(CHINA RAILWAY INTERNATIONAL CO., LTD.)ซึ่งเป็นกิจการค้าร่วมกับบริษัทไชน่าเรลเวย์ดีไซน์คอร์เปอเรชั่น(CHINA RAILWAY DESIGN CORPORATION)รัฐวิสาหกิจของจีนในลักษณะความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐ(G to G)เมื่อวันที่28ต.ค. 2563วงเงิน 50,633.50ล้านบาทเริ่มงานออกแบบวันที่22ธ.ค. 2563

ปัจจุบัน การออกแบบตามสัญญาเบื้องต้นเสร็จแล้ว ภาพรวมผลงานสัญญา 2.3 คืบหน้า 0.95 % ล่าช้าถึง 77.04 % (แผนงาน 77.99 %) โดยใช้รถไฟรุ่น Fuxing Hao CR300AF ความจุผู้โดยสารได้ 594 ที่นั่ง แบ่งเป็น ชั้นหนึ่ง 96 ที่นั่ง ชั้นมาตรฐาน 498 ที่นั่ง สั่งซื้อจำนวน 6 ขบวน ราคาต่อขบวนอยู่ที่ 1,166 ล้านบาท เพื่อมาใช้ใช้ในโครงการเฟสที่ 1 ระยะเวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ -นครราชสีมา 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยกำหนดความเร็วสูงสุดไว้ที่ 250 กม.ต่อชม.

@รัฐลงทุนโยธา เฟส 2 นครราชสีมา-หนองคาย กว่า 2.45 แสนล้าน

สำหรับโครงการ ระยะที่ 2 ช่วง นครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 357.12 กม. กรอบวงเงิน 341,351.42 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี (ปีงบประมาณ 2568-2575) โดยรัฐรับภาระค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างงานโยธาทั้งหมด ประกอบด้วย ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 12,418.16 ล้านบาท ค่าก่อสร้างงานโยธา 237,454.86 ล้านบาทค่าที่ปรึกษาควบคุมงาน 6,530.01 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีค่าลงทุนระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ประเมินมูลค่าประมาณ 80,000 ล้านบาท

@ดึงเอกชนร่วมทุนเดินรถ-ซ่อมบำรุงตลอดสายสัมปทาน 30 ปี

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า เรื่องการเดินรถนั้น มติเดิมครม.ให้จัดตั้งองค์กรพิเศษขึ้นมาบริหารเดินรถ ต่อมากระทรวงคมนาคมได้มีการศึกษาพบว่า แนวทางการให้ภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) มีความเหมาะสมกว่า รฟท.จึงจัดจ้างที่ปรึกษา วงเงิน 22 ล้านบาท ระยะเวลาศึกษา วันที่ 9 พ.ค. 2568- วันที่ 8 ม.ค. 2569โดยจะจัดรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชน (Market Sounding) และการทดสอบความสนใจนักลงทุน ในเดือนต.ค. 2568

คาดว่า จะสรุปรูปแบบ PPP ในเดือนธ.ค. เพื่อเสนอกระทรวงคมนาคมไม่เกินเดือนม.ค. 2569 จากนั้นเสนอสคร.และคณะกรรมการ PPP และคาดว่าจะเสนอครม.พิจารณาภายในไตรมาส 1 ปี 2569 เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกเอกชนแลลงนามสัญญา ช่วงปี 2569-2570 ติดตั้งระบบปี 2570 ทดสอบและเปิดเดินรถ ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ–นครราชสีมา ปี 2572 และเปิดตลอดสาย กรุงเทพฯ – หนองคาย ปี 2574

@คาดผู้ประกอบการรถไฟฟ้าไทย-จีน สนใจ

“เบื้องต้นคาดว่าเอกชนจะลงทุนค่าระบบ ตัวรถ และค่าซ่อมบำรุง ตลอดระยะเวลา 30 ปี มากกว่า 1 แสนล้านบาท ส่วนรูปแบบร่วมลงทุนจะเป็นอย่างไร ต้องรอสรุปผลการศึกษาก่อน โดยจะ จัด Market Sounding เพื่อรับฟังความเห็นนักลงทุน ขณะที่เอกชนที่จะเข้ามานั้น ความพร้อมด้านการลงทุน เพราะต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ซึ่งผู้ประกอบการรถไฟฟ้าภายในประเทศ ประมาณ 2-3 ราย ส่วนต่างชาติน่าจะเป็นจีนที่สนใจ ซึ่งสามารถเข้ามาร่วมทุนกับเอกชนไทยได้”

สำหรับบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด หรือ รฟฟท. เป็นบริษัทลูกของ รฟท. ปัจจุบันเป็นผู้ให้บริการเดินรถไฟสายสีแดงนั้น โดยรฟท.จ่ายค่าจ้างปีละประมาณ 500 ล้านบาท คงไม่สามารถเข้ามาดำเนินการรถไฟความเร็วสูงที่ต้องใช้เงินลงทุนหลายหมื่นล้านบาทได้ และอาจจะไม่สอดคล้องกับนโยบายที่ให้ เอกชนลงทุนเพื่อลดภาระภาครัฐ

@เอกชนร่วมทุนไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้าน

การสัมมนาปฐมนิเทศ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อแนะนำโครงการศึกษา ทบทวน และวิเคราะห์ความเหมาะสม ของการจัดทำเอกสารประกวดราคา ตลอดจนแนวทางการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุน ระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562

มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาเอกสาร/ รายงานการศึกษาความเหมาะสม การคาดการณ์จำนวนผู้โดยสาร ด้านเทคนิค ด้านราคา ด้านเศรษฐกิจและการเงิน แผนการเดินรถ ตลอดจนศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการความเสี่ยงของโครงการ ทางเลือกและรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน การจัดสรรความเสี่ยง และการแบ่งผลประโยชน์ตอบแทนระหว่างรัฐและเอกชน เสนอแนะเกี่ยวกับการให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการ

โดยกำหนดให้เอกชนจะดำเนินการติดตั้งงานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา– หนองคาย และให้จัดหาขบวนรถเพิ่ม 14 ขบวน (ระยะที่ 1 มีการจัดหาแล้ว 6 ขบวน) พร้อมดำเนินการซ่อมบำรุง (O&M) ระยะเวลา 30 ปี

“โดยประเมินว่า ค่าลงทุนในส่วนของเอกชน ทั้งหมดประมาณ 100,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หลังจัด Market Sounding รับฟังความคิดเห็นเอกชน คาดว่าเอกชนอาจจะมีข้อเสนอเข้ามา ซึ่งเป็นไปได้ทั้ง การขอระยะเวลาสัมปทานที่มากกว่า 30 ปี รวมถึงการทยอยจัดหาขบวนรถ เพราะเอกชนต้องมองเรื่องความคุ้มค่าในการลงทุนเป็นหลัก”

@รื้ออัตราค่าโดยสารใหม่ เพิ่มความคุ้มค่า

สำหรับอัตราค่าโดยสาร โครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา มีการประมาณการณ์ อ้างอิงจาก ค่าแรกเข้า 80 บาท คิดตามระยะทาง 1.80 บาทต่อกม. มีจำนวน 5 สถานี โดย กรุงเทพฯ - ดอนเมือง ราคา 105 บาท , กรุงเทพฯ-อยุธยา ราคา 195 บาท , กรุงเทพฯ-สระบุรี ราคา 275 บาท, กรุงเทพฯ-ปากช่อง ราคา 393 บาท, กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ราคา 535 บาท

ในส่วนของค่าโดยสาร ที่ปรึกษาระบุว่า เป็นการศึกษาเดิม ซึ่งกว่าโครงการจะเปิดให้บริการ ในปี 2572 ดังนั้นจะต้องมีทบทวนกันใหม่ คาดว่าจะมีการการปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารให้เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ

โดยในการศึกษา มีอัตราค่าโดยสารอ้างอิง 3 กรณี

1. อ้างอิงจาก การออกแบบฯ โครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-หนองคาย ของรฟท.เมื่อเดือนต.ค. 2566 กำหนดค่าแรกเข้า 80 บาท คิดตามระยะทาง 1.80 บาทต่อกม.

2. ตามเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าโดยสารตามขนส่งมวลชนทางราง ปี 2567 กำหนดค่าแรกเข้า 95 บาทคิดตามระยะทาง 1-300 กม. ที่ 1.97 บาทต่อกม. กรณีระยะทาง 300 กม.ขึ้นไป คิดที่ 1.70 บาทต่อกม.

3. ศึกษาวิเคราะห์อัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมใหม่ ร่วมกับแผนการเดินรถ ความถี่ ความเป็นไปได้ทางการเงินและรูปแบบการร่วมลงทุน

ขณะที่ ประมาณการจำนวนผู้โดยสาร (Ridership Forecast) คาดว่าในปีแรกเปิดให้บริการเส้นทาง เฟสแรก กรุงเทพฯ-นครราชสีมา คือในปี 2572 จะมีจำนวน 7,230 คน / วัน และปี 2573 (ปีที่ 2 ) จำนวน 8,260 คน/วัน

และปีที่ 3 หรือปี 2574 ที่คาดว่าจะสามารถเปิดเดินรถตลอดสายตั้งแต่กรุงเทพฯ-หนองคาย จำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 24,300 คน/วัน และเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยในปีที่ 8 ของการให้บริการผู้โดยสารจะเพิ่มเป็น 36,900 คน /วัน ปีที่ 13 จำนวน 45,730 คน/วัน ปีที่ 18 จำนวน 50,760 คน/วัน ปีที่ 23 จำนวน 54,910 คน/วัน ปีที่ 28 จำนวน 57,190 คน/วัน และปีที่ 30 จำนวน 58,100 คน/วัน

โดยสถานีที่มีผู้โดยสารสูงสุด คือ สถานีกลางกรุเทพอภิวัฒน์ มีประมาณ 7,030 และสูงสุดที่ 18,760 คน/วัน รองลงมาคือ สถานีดอนเมือง ประมาณ 2,000-5,350 คน/วัน สถานีขอนแก่น ประมาณ 2,200-5,870 คน/วัน และสถานีนครราชสีมา ประมาณ 1,810 -4,770 คน/วัน

ผ่านมากว่า 7 ปี การก่อสร้างงานโยธาเฟสแรก กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 250 กม. ยังสร้างไม่เสร็จ ส่วนเฟส 2 จากนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทางอีก 357 กม. เส้นทางยาวกว่าเฟสแรก รฟท.วางแผนใช้เวลาก่อสร้าง 4-5 ปี ก็ไม่รู้จะเสร็จตามแผนหรือไม่ โดยรวมมูลค่าลงทุนของรัฐ ในโครงการฯ ช่วงกรุงเทพ-หนองคาย มากกว่า 4.2 แสนล้านบาท ขณะที่ ภาครัฐมองว่า งานเดินรถและซ่อมบำรุง ควรให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน โดยรัฐและเอกชนแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ ซึ่งการเดินรถ PPP รัฐจะไม่รับความเสี่ยงเรื่องการเดินรถ การซ่อมบำรุง มีความคล่องตัวและยืดหยุ่นกว่า แต่ก็ต้องแลกด้วยค่าโดยสารที่อาจจะแพงขึ้น เพื่อเพิ่มความคุ้มค่า และจูงใจให้เอกชนเข้ามาลงทุน!!!

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...