โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

หนังใหม่ที่สะท้อนหายนะของมนุษยชาติ วิกฤติโลกร้อน-ขาดอากาศ-สังคมล่มสลาย

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 01.34 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 04.23 น.

ในยุคที่โลกเผชิญหน้ากับวิกฤติสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นปัญหามลพิษ ภาวะโลกร้อน ทรัพยากรธรรมชาติที่ลดน้อยลง หรือแม้แต่ความล่มสลายของโครงสร้างสังคม ภาพยนตร์จำนวนมากได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสะท้อนภาพอนาคตของมนุษยชาติภายใต้สถานการณ์เหล่านี้

“กรุงเทพธุรกิจ” ได้รวบรวมซีรีส์และภาพยนตร์ ปี 2024-2025 ที่น่าสนใจ และรีวิวสะท้อนความจริงที่น่าตระหนัก หากยังเป็นการส่งสัญญาณเตือนให้เราตระหนักถึงผลกระทบจากพฤติกรรมของมนุษย์ และร่วมกันหาทางออกก่อนที่โลกใบนี้จะถึงจุดที่ไม่อาจหวนกลับ

Silo (2025) โลกดิสโทเปียใต้ดิน

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับปัญหามลพิษ ภาวะโลกร้อน และความไม่แน่นอนทางสังคม ซีรีส์ Silo จึงกลายเป็นอีกหนึ่งงานศิลปะที่ถ่ายทอดภาพโลกอนาคตในมุมมองดิสโทเปียได้อย่างน่าหยุดคิด และสะท้อนความเป็นจริงบางอย่างที่มนุษย์กำลังเผชิญในปัจจุบัน ซีรีส์ที่สร้างจากนิยายไตรภาคของ Hugh Howey นี้ไม่เพียงแต่จะเป็นเรื่องราวไซไฟที่น่าตื่นเต้นเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนสะท้อนความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

การอาศัยอยู่ในซิลโลใต้ดิน

เนื้อเรื่องหลักของ Silo เกิดขึ้นในอนาคตที่โลกภายนอกเต็มไปด้วยพิษภัยและกลายเป็นดินแดนรกร้างมนุษย์จึงต้องหนีมาอาศัยอยู่ในซิลโลขนาดยักษ์ใต้ดินที่ลึกถึง 144 ชั้น ซึ่งถูกควบคุมและจัดระเบียบอย่างเข้มงวด ทุกคนในซิลโลมีหน้าที่และบทบาทเฉพาะตัวตามระบบสังคมที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อความอยู่รอด แต่ท่ามกลางความปลอดภัยเหล่านั้นกลับเต็มไปด้วยความลับ การปิดกั้นข้อมูล และความไม่ไว้วางใจในอำนาจที่ปกครอง

เรื่องราวเริ่มต้นด้วยการที่นายอำเภอ Holston ฝ่าฝืนกฎที่ห้ามออกนอกซิลโล ซึ่งส่งผลให้เขาเสียชีวิตอย่างปริศนา เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ Juliette วิศวกรผู้กล้าหาญต้องออกตามหาความจริงเบื้องหลังที่มาของซิลโลและโลกภายนอกที่ถูกปิดบัง ซึ่งการค้นหานี้เต็มไปด้วยความเสี่ยงและอันตรายที่อาจเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาเชื่อถือมาตลอด

สัมพันธ์กับชีวิตจริงในปัจจุบัน

แม้ภาพใน Silo จะเป็นโลกอนาคตที่ดูเหมือนจะอยู่ห่างไกล แต่เรื่องราวและธีมที่นำเสนอมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับปัญหาในโลกปัจจุบันอย่างมาก ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เลวร้ายขึ้นทุกวัน ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษทางอากาศและน้ำ รวมถึงการทำลายธรรมชาติ ล้วนเป็นภัยคุกคามที่ทำให้เราต้องตั้งคำถามว่าโลกจะเป็นอย่างไรในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า

มนุษย์ใน Silo ต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่จำกัดและถูกควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อความอยู่รอด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความกลัวในอนาคตที่อาจจะต้องจำกัดเสรีภาพของตัวเองเพื่อแลกกับความปลอดภัย นอกจากนี้ยังสะท้อนความจริงที่ว่าในยุคนี้หลายคนรู้สึกว่าถูก “ขัง” อยู่ในระบบสังคมและเทคโนโลยีที่จำกัดอิสระทางความคิดและการกระทำ เช่น การควบคุมข้อมูลข่าวสาร หรือการถูกติดตามอย่างใกล้ชิดในโลกดิจิทัล

แนวคิดและการตั้งคำถามทางสังคม

สิ่งที่น่าสนใจใน Silo คือการนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการปกครองแบบเผด็จการและการควบคุมสังคมอย่างเข้มงวดผ่านระบบกฎระเบียบที่ถูกตั้งขึ้นอย่างไม่โปร่งใส การที่ประชาชนต้องเชื่อฟังคำสั่งโดยไม่ตั้งคำถาม และการถูกบังคับให้ละทิ้งอดีตหรือความทรงจำบางอย่าง เพื่อรักษาความสงบสุขของชุมชน

ซีรีส์ยังชวนให้ผู้ชมตั้งคำถามว่า “ความจริง” ที่ถูกปิดบังหรือบิดเบือนนั้นมีผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์อย่างไร และการแสวงหาความจริงอย่างกล้าหาญอย่าง Juliette จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงหรือความวุ่นวาย การตั้งคำถามนี้เป็นเหมือนการเตือนใจคนดูให้ตระหนักถึงความสำคัญของเสรีภาพในการรับรู้และการแสดงความคิดเห็นในโลกจริง

Breathe (2024) โลกที่ขาดออกซิเจน

Breathe เป็นภาพยนตร์ไซไฟ-ทริลเลอร์ที่พาเราไปสัมผัสกับโลกอนาคตอันน่าหวาดกลัว เมื่อระดับออกซิเจนในชั้นบรรยากาศลดต่ำลงจนเหลือเพียง 5% เท่านั้น ทำให้มนุษย์ไม่สามารถหายใจได้อย่างปกติ ต้องอาศัยอุปกรณ์พิเศษในการดำรงชีวิตบนพื้นโลก

ด้วยเนื้อเรื่องที่เข้มข้นและการสร้างโลกอนาคตที่สมจริง Breathe ได้ถ่ายทอดความสิ้นหวัง ความหวัง และความพยายามของมนุษย์ที่ยังคงดิ้นรนเพื่ออยู่รอดในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด

สมดุลระบบนิเวศถูกทำลาย

ในภาพยนตร์ Breathe นี้ โลกได้เผชิญกับเหตุการณ์ใหญ่ที่ทำลายสมดุลของระบบนิเวศอย่างรุนแรง ทำให้ออกซิเจนในบรรยากาศลดฮวบอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้ธรรมชาติและชีวิตมนุษย์ได้รับผลกระทบอย่างมหาศาล

ตัวเอกของเรื่องต้องต่อสู้กับอุปสรรคทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อหาวิธีที่จะดำรงชีวิตและปกป้องคนที่รักในโลกที่ทุกลมหายใจเต็มไปด้วยความท้าทาย การใช้เทคโนโลยีและความรู้วิทยาศาสตร์กลายเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาชีวิต แต่นั่นก็ไม่เพียงพอหากขาดความเข้มแข็งและความหวัง

อาจไม่ใช่แค่เรื่องสมมติ

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับวิถีชีวิตและสถานการณ์จริงในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น และระบบนิเวศถูกทำลาย ส่งผลต่อคุณภาพอากาศและชีวิตสิ่งมีชีวิตบนโลก

มลพิษทางอากาศ ที่เกิดจากกิจกรรมมนุษย์ เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล โรงงานอุตสาหกรรม และยานพาหนะ ทำให้อากาศในหลายเมืองใหญ่มีคุณภาพต่ำและส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้คน

ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรเกินขีดจำกัดของโลก ทำให้ระบบนิเวศขาดสมดุลและส่งผลกระทบต่อความสามารถในการผลิตออกซิเจนของพืชพรรณ

เมื่อรวมปัจจัยเหล่านี้เข้าด้วยกัน เราจะเห็นว่าโลกใน Breathe ไม่ใช่แค่เรื่องสมมติ แต่เป็นภาพสะท้อนของอนาคตที่อาจเกิดขึ้นจริง หากมนุษย์ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและมีมาตรการแก้ไขที่จริงจัง

Breathe ชวนให้เราตระหนักถึงความสำคัญของ การรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ร้ายแรงอย่างในหนังเกิดขึ้นจริง ความร่วมมือระหว่างมนุษย์ เพื่อหาทางออกและรับมือกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทุกชีวิต การใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อสร้างความยั่งยืนแทนที่จะทำลายธรรมชาติ

หากมนุษย์ยังไม่ให้ความสำคัญต่อสัญญาณเตือนของธรรมชาติ โลกที่เราอาศัยอยู่อาจกลายเป็นสถานที่ที่ยากต่อการดำรงชีวิตเหมือนใน Breathe ฉะนั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเป็นทั้งบันเทิงและการเตือนใจให้เราร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

2073 โลกหลังหายนะ (2024)

2073 เป็นภาพโลกอนาคตหลังหายนะ กับบทเรียนจากความล่มสลายของสังคม ภาพยนตร์ไซไฟแนวดราม่าที่พาผู้ชมไปสัมผัสโลกอนาคตในอีกเกือบ 50 ปีข้างหน้า เล่าเรื่องถึงเมืองซานฟรานซิสโกที่กลายเป็นดินแดนรกร้างหลังจากเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่เรียกว่า “The Event” ซึ่งทำให้โลกและสังคมต้องล่มสลายไปอย่างสิ้นเชิง

หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การนำเสนออนาคตที่มืดมน แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงปัญหาและความผิดพลาดในยุคปัจจุบัน ที่อาจพาเราไปสู่ชะตากรรมแบบเดียวกันได้หากยังไม่ตระหนักและแก้ไข

เนื้อเรื่องและธีมหลักของ 2073

เรื่องราวใน 2073 ถูกเล่าในรูปแบบผสมผสานระหว่างฟิคชันและสารคดี โดยใช้ภาพฟุตเทจจากอดีตจริงประกอบกับการแสดงเพื่อสร้างบรรยากาศของโลกที่แตกสลายและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

หลังเหตุการณ์ “The Event” สังคมถูกแบ่งแยกออกเป็นกลุ่มต่างๆ ที่พยายามเอาตัวรอดในดินแดนที่ทรุดโทรม สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยมลพิษและภัยธรรมชาติที่รุนแรง ระบบการปกครองเดิมล่มสลาย และผู้คนต้องเผชิญกับความขาดแคลนทั้งอาหาร น้ำสะอาด และทรัพยากรพื้นฐานอื่นๆ ธีมหลักของหนังเน้นไปที่

  • ผลกระทบของการทำลายสิ่งแวดล้อม ที่กลายเป็นสาเหตุสำคัญของหายนะครั้งใหญ่
  • ความไม่เท่าเทียมและความอยุติธรรมทางสังคม ที่สร้างช่องว่างระหว่างผู้มีอำนาจกับผู้ยากไร้
  • ความล้มเหลวของระบบการเมืองและสังคม ที่ไม่สามารถรับมือกับวิกฤตการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความพยายามของมนุษย์ในการฟื้นฟูและสร้างอนาคตใหม่ แม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด

สะท้อนวิถีชีวิตมนุษย์ในปัจจุบัน

2073 เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงสิ่งที่โลกกำลังเผชิญในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็น
ภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย น้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น และเกิดภัยธรรมชาติรุนแรงบ่อยครั้ง

มลพิษและการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ จากกิจกรรมของมนุษย์ที่ยังขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ที่เพิ่มขึ้น ทำให้คนส่วนใหญ่ถูกกดขี่และมีโอกาสน้อยในการเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐาน และความเปราะบางของระบบการเมืองและสังคม ที่บางครั้งไม่สามารถตอบสนองต่อปัญหาขนาดใหญ่ได้อย่างทันท่วงที

การใช้ชีวิตในปัจจุบันที่ยังขาดความตระหนักถึงความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อโลก อาจนำไปสู่อนาคตที่คล้ายคลึงกับโลกใน 2073 ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและความสิ้นหวัง

หากเรายังเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนและไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โลกในอนาคตที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและความสิ้นหวังอาจกลายเป็นความจริงได้ไม่ไกลเกินเอื้อม หนังเหล่านี้สะท้อนบทเรียนที่ทรงพลังว่าการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...