Microsoft ห้ามวิศวกรในจีนสนับสนุนระบบคลาวด์กลาโหมสหรัฐ หลังถูกจับตาเรื่องความมั่นคง
Microsoft ปรับนโยบายเร่งด่วน หลังรายงาน ProPublica เผยวิศวกรในจีนมีส่วนช่วยดูแลระบบคลาวด์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐชี้ระบบเดิมเป็นช่องโหว่ความมั่นคง พร้อมเตรียมตรวจสอบระบบอื่น
วันที่ 19 กรกฎาคม 2568 เวลา 06.35 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ไมโครซอฟท์ ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อให้มั่นใจว่าวิศวกรในจีนจะไม่ให้การสนับสนุนด้านเทคนิคแก่หน่วยงานด้านกลาโหมของสหรัฐที่ใช้บริการคลาวด์ของบริษัทอีกต่อไป
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นจากความพยายามลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงและไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นจากการให้บริการคลาวด์แก่ลูกค้ารายสำคัญ โดยประกาศมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจาก ProPublica เผยแพร่รายงานขนาดยาวที่เปิดเผยว่ากระทรวงกลาโหมของสหรัฐพึ่งพาวิศวกรซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์ในจีนในการดูแลระบบ
แฟรงก์ ชอว์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรของไมโครซอฟท์ ระบุผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันศุกร์ว่า “จากข้อกังวลเกี่ยวกับวิศวกรต่างชาติภายใต้การดูแลของสหรัฐ ไมโครซอฟท์ได้ปรับเปลี่ยนการให้การสนับสนุนลูกค้าภาครัฐของสหรัฐ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีทีมวิศวกรที่ประจำอยู่ในจีนให้การสนับสนุนด้านเทคนิคแก่ระบบคลาวด์ของกระทรวงกลาโหมหรือบริการที่เกี่ยวข้องอีกต่อไป”
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบต่อฝ่ายบริการคลาวด์ Azure ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าปัจจุบันสร้างรายได้กว่า 25% ของบริษัท ทำให้ Azure มีขนาดใหญ่กว่า Google Cloud แต่ยังเล็กกว่า Amazon Web Services
จากรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุด ไมโครซอฟท์ระบุว่าบริษัทได้รับรายได้จำนวนมากจากสัญญากับหน่วยงานรัฐ และมากกว่าครึ่งของรายได้ไตรมาสแรกจำนวน 70 พันล้านดอลลาร์ มาจากลูกค้าในสหรัฐ
ในปี 2562 ไมโครซอฟท์เคยชนะสัญญางานด้านคลาวด์กับกระทรวงกลาโหมมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่เพนตากอนได้ยกเลิกสัญญานี้ในปี 2564 หลังจากข้อพิพาททางกฎหมาย และในปี 2565 หน่วยงานได้กระจายสัญญาให้กับ Amazon, Google, Oracle และไมโครซอฟท์ รวมมูลค่าสูงสุด 9 พันล้านดอลลาร์
รายงานของ ProPublica ระบุว่างานของวิศวกร Azure ที่อยู่ในจีนถูกควบคุมโดย“digital escorts” หรือเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในสหรัฐ ซึ่งโดยทั่วไปมีความสามารถทางเทคนิคน้อยกว่าพนักงานที่ตนเองดูแล รายงานยังเตือนว่าระบบการดูแลแบบนี้อาจเปิดช่องให้เกิดการโจมตีทางไซเบอร์จากจีนได้
รัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ ให้สัมภาษณ์ในวิดีโอที่โพสต์บน X ว่า“สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยภัยคุกคามดิจิทัลในปัจจุบัน”
พร้อมระบุว่าสถาปัตยกรรมระบบดังกล่าวเป็นระบบเก่าที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัฐบาลโอบามา และกระทรวงกลาโหมจะตรวจสอบระบบทั้งหมดเพื่อดูว่ามีการใช้งานแบบเดียวกันอยู่หรือไม่
ไมโครซอฟท์ได้ตอบกลับ ProPublica โดยระบุว่าพนักงานและผู้รับเหมาต่างปฏิบัติตามข้อกำหนดของรัฐบาลสหรัฐอย่างเคร่งครัด พร้อมย้ำว่า “เรายังคงมุ่งมั่นในการให้บริการที่ปลอดภัยที่สุดแก่รัฐบาลสหรัฐ รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรด้านความมั่นคงของชาติในการประเมินและปรับปรุงโปรโตคอลด้านความปลอดภัยเมื่อจำเป็น”
อ้างอิง : cnbc.com