โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รู้จักเทรนด์การเดินแบบญี่ปุ่น ช่วยให้ผอมลง หัวใจแข็งแรง แค่ 5 นาทีต่อวัน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 13.30 น.
แม้จะมีชื่อว่าการเดินแบบญี่ปุ่น แต่การออกกำลังกายนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ปัจจุบันกำลังกลายเป็นเทรนด์ออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เพราะทำง่าย ได้ผล และเหมาะกับคนทุกวัย

"การเดินแบบญี่ปุ่น" ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การออกกำลังกายนี้ได้รับความนิยมอย่างมากบน TikTok โดยผู้คนต่างยกย่องว่าทำให้การเดินเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น และนำไปสู่ประโยชน์มากมาย ตั้งแต่การลดน้ำหนักไปจนถึงสุขภาพหัวใจที่ดีขึ้น

การเดินแบบญี่ปุ่นคืออะไร?

ชื่ออย่างเป็นทางการคือ “การเดินแบบเป็นช่วง” (Interval Walking) เป็นวิธีการเดินที่ผสมผสานระหว่างช่วงที่เดินเร็วและเดินช้า เพื่อกระตุ้นการทำงานของหัวใจและร่างกายให้เผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น โดยมีหลักการง่ายๆ คือ

• เดินด้วยความเร็วหรือความเข้มข้นสูง 3 นาที

• ตามด้วยการเดินแบบผ่อนคลาย ช้าลงอีก 3 นาที

• ทำสลับกันแบบนี้อย่างน้อย 30 นาที

• ทำเป็นประจำ สัปดาห์ละ 4 วัน

ได้ผลจริงหรือ?

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสึคุบะ (University of Tsukuba) ประเทศญี่ปุ่น ระบุว่า ผู้สูงอายุที่ทำการเดินแบบเป็นช่วงตามโปรแกรมนี้ติดต่อกันนาน 5 เดือน มีพัฒนาการที่ดีขึ้นทั้งในด้าน:

• ความสามารถของระบบไหลเวียนเลือด

• ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา

• ความดันโลหิตที่ลดลง

• การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

โดยเปรียบเทียบกับกลุ่มที่เดินแบบปกติในความเร็วคงที่ ซึ่งไม่พบการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเท่ากับกลุ่มที่เดินแบบเป็นช่วง

ใครควรลอง?

• คนที่ไม่ชอบออกกำลังกายหนัก

• ผู้สูงอายุที่อยากเพิ่มความฟิตอย่างปลอดภัย

• คนทำงานที่มีเวลาจำกัด

• หรือแม้แต่ผู้ที่เริ่มต้นดูแลสุขภาพ

เริ่มต้นอย่างไร?

1. ใส่รองเท้าผ้าใบดีๆ เดินได้สะดวก

2. เลือกสถานที่ปลอดภัย เช่น สวนสาธารณะ ทางเดิน หรือบนลู่วิ่ง

3. ตั้งเวลาไว้ หรือใช้แอปนับเวลาเพื่อสลับช่วงเดินเร็ว-ช้า

4. ฟังเพลงเพลินๆ ไปด้วยก็ช่วยให้ออกกำลังกายสนุกขึ้น

เคล็ดลับ: ถ้ารู้สึกเหนื่อยเกินไปในช่วงแรก สามารถลดช่วงเดินเร็วเหลือ 1-2 นาที แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้ ลองทำดูสัก 2 สัปดาห์ แล้วคุณจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง ทั้งพลังงานในชีวิตประจำวัน และสุขภาพโดยรวมที่ดีขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...