โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Pay by Face ซื้อของที่เกาหลีใต้ สามารถใช้ใบหน้าจ่ายเงินได้แล้ว

the Opener

เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 13.44 น. • The Opener

“เทคโนโลยีจดจำใบหน้า” ครั้งหนึ่งใช้เพื่อระบุอัตลักษณ์บุคคล เช่น การผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือใช้เพื่อปลดล็อกสมาร์ทโฟน แต่ตอนนี้เทคโนโลยีจดจำใบหน้า ได้ถูกนำมาใช้กับการจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าที่ร้านค้าในเกาหลีใต้แล้ว

การจ่ายเงินด้วยใบหน้านี้ เรียกว่า“pay-by-face” เป็นวิธีจ่ายเงินซื้อของแบบใหม่ของเกาหลีใต้ ที่ถูกนำมาใช้อย่างรวดเร็วโดยบริษัทฟินเทค เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในการแข่งขันบริการด้านการเงินในยุคถัดจากนี้

รายแรกที่เริ่มนำระบบนี้มาใช้ คือ ชินฮันการ์ด บริษัทบัตรเครดิตยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ โดยเริ่มทดลองใช้กับโรงอาหารและคาเฟ่เสมือนที่สำนักงานใหญ่ก่อนตั้งแต่ปี 2019 หลังจากนั้นมีการขยายไปยังร้านสะดวกซื้อในมหาวิทยาลัยฮันยาง และห้างโฮมพลัส

ถึงตอนนี้ บริการดังกล่าวของบริษัทชินฮันยังอยู่ในขอบเขตจำกัด หลักๆ ใช้ภายในอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท และร้านสะดวกซื้อหรือซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่ง

จุดเปลี่ยนของการนำเทคโนโลยีจดจำใบหน้ามาใช้ในการซื้อสินค้า เกิดจากการเข้ามาสู่ตลาดการเงินของสองบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านฟินเทคของเกาหลีใต้ คือ Naver Pay และ Toss ในการขยายส่วนแบ่งตลาดออนไลน์เข้าไปยังร้านค้าปลีกต่างๆ โดย Naver Pay เริ่มระบบให้บริการนี้ในคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัยในเดือนมีนาคม 2024

“มันเป็นบริการที่สร้างขึ้นบนเทคโนโลยีเอไอ ซึ่งมอบความสะดวกสบายอีกระดับให้กับผู้ใช้งาน ขณะเดียวกันก็ผสมผสานระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้า ซึ่งสามารถตรวจจับการหลอกลวงได้” ลี ซึงเบ ผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของ Naver กล่าว

ส่วน Toss เริ่มให้บริการดังกล่าวเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาผ่านช่องทางต่างๆ ของบริษัท รวมถึงส่งเสริมให้คนเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น Toss เผยว่า มีผู้ค้าจากทั่วเกาหลีใต้ราว 160,000 รายที่ใช้ช่องการรับชำระเงินด้วยการสแกนใบหน้าผ่านช่องทางของบริษัท และตอนนี้มีร้านค้ามากกว่า 20,000 แห่งทั่วกรุงโซล ซึ่งรวมถึงร้านสะดวกซื้อที่เป็นสาขาของห้างค้าปลีกรายใหญ่ และปั๊มน้ำมัน ที่สามารถชำระเงินด้วยวิธีการนี้ได้

จำนวนร้านค้าที่ใช้บริการชำระเงินด้วยระบบจดจำใบหน้าผ่านช่องทางของ Toss กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะโตในอัตราเร่งที่มากขึ้น แต่ท่ามกลางการขยายบริการที่รวดเร็ว ได้สร้างความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการเพิ่มการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงความกังวลต่อการรั่วไหลของข้อมูลใบหน้าซึ่งมีความละเอียดอ่อนสูง และเป็นข้อมูลที่สถาบันการเงินจะแบ่งปันหรือนำไปขายให้ผู้อื่นไม่ได้ ซึ่งนำไปสู่ข้อจำกัดในการให้บริการของผู้ให้บริการที่ต่างกัน

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าจะเกิดการผูกขาดการให้บริการในระบบชำระเงินใหม่นี้ในแบบ“ผู้ชนะกินรวบ” เมื่อผู้ค้าไม่มีแนวโน้มที่จะติดตั้งช่องทางการชำระเงินที่หลากหลายแบบจากผู้ให้บริการรายอื่นๆ

ความกังวลเกี่ยวกับการเก็บและการใช้ข้อมูลใบหน้า เป็นความท้าทายระยะยาว เพราะหากข้อมูลใบหน้าถูกขโมยหรือรั่วไหลแล้ว จะเป็นเรื่องยากมากที่จะกู้คืนกลับมา อีกทั้งข้อมูลประเภทนี้ยังเสี่ยงต่อการถูกปลอมแปลงหรือดัดแปลงได้ง่ายอีกด้วย

ศูนย์ศึกษาวิจัยนโยบายเอไอของมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ระบุว่า ภายใต้กฎระเบียบทางการเงินในปัจจุบัน บริษัทที่ใช้เทคโนโลยีนี้อาจต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งหมายถึงธุรกิจจะต้องลงทุนอย่างมหาศาลในการพัฒนาโมเดลจดจำใบหน้าที่มีความแม่นยำสูงมาก เพื่อให้ระบบเชื่อถือได้ และลดความเสี่ยงต่อการถูกปลอมแปลงลงให้ได้มากที่สุด

ที่มา
No card, no phone, just you: Pay-by-face expands in Korea

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...