โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผบ.ตร.สั่งด่วน! จับตา 'สายลับ'กัมพูชา ชี้เป้าจุดยุทธศาสตร์ในไทย

PostToday

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 22.54 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 05.45 น.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กำชับทุกหน่วยให้เฝ้าระวังและจับตา "บุคคลแปลกหน้า" ที่อาจเป็นสายลับของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งมีพฤติการณ์ชี้เป้าหรือระบุจุดยุทธศาสตร์สำคัญภายในประเทศไทย พร้อมกันนี้ยังได้เน้นย้ำภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลสถานการณ์ชายแดน โดยแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักคือ ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ในแนวหน้า และ ตำรวจภูธรในแนวหลัง

ผบ.ตร.เปิดเผยเรื่องดังกล่าว ระหว่างลงพื้นที่เยี่ยมอาการบาดเจ็บของ ส.ต.อ. วชิระ กุศลพันธ์ อายุ 32 ปี ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดจากเหตุโจมตีเป้าหมายพลเรือนที่ร้านสะดวกซื้อในจังหวัดศรีสะเกษ โดยได้มอบกำลังใจและเงินช่วยเหลือส่วนตัวให้แก่ ส.ต.อ. วชิระ จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังศูนย์อพยพในวัดแห่งหนึ่ง อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อให้กำลังใจประชาชนที่อพยพหนีภัยการสู้รบมาจาก อ.กันทรลักษ์

ผบ.ตร. เผยว่า การเดินทางมายังจังหวัดชายแดนในครั้งนี้ โดยได้เยี่ยมพื้นที่อุบลราชธานีก่อนมาศรีสะเกษ มีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลภารกิจของตำรวจ โดยแนวหน้า ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ทำหน้าที่สนับสนุนการสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่ทหาร และแนวหลังคือตำรวจภูธรดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ต้องละทิ้งบ้านเรือนและอพยพมายังศูนย์พักพิงต่างๆ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 24กรกฎาคม 2568 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมสูงสุดเพื่อรับมือสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา โดยให้จัดเตรียมกำลังพล, อาวุธยุทโธปกรณ์, ยานพาหนะ, และระบบการสื่อสารให้พร้อมปฏิบัติงานตลอดเวลา รวมถึงยกระดับมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

พร้อมกันนี้ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เพิ่มความถี่และความเข้มข้นในการออกตรวจตราดูแลทรัพย์สินของประชาชนที่อพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันและปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสจากสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา เข้ามาประทุษร้ายต่อทรัพย์สินของประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...