โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กต.ยื่นหนังสือถึง Unicef - OHCHR ยืนยันเหตุปะทะกัมพูชาเริ่มก่อน

PPTV HD 36

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 11.32 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 11.08 น.
กระทรวงต่างประเทศ ยื่นหนังสือถึง Unicef - OHCHR ยืนยันเหตุปะทะกัมพูชาเริ่มก่อน นิกรเดช ขีดเส้นใต้ จะพูดคุยกันได้ “กัมพูชา” ต้องจริงใจก่อน

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงค่ำของเมื่อคืนนี้กรณีสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาว่า เรื่องแรกเกี่ยวกับข้อเสนอการหยุดยิง เมื่อคืนวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กระทรวงหมาดไทย ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี ได้หารือทางโทรศัพท์นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

โดยฝ่ายไทยยืนยันหนักแน่นถึงจุดยืน ของไทยในการแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธีผ่านการเจรจาทวิภาคี ที่ฝ่ายไหนได้เน้นย้ำมาโดยตลอดฝ่ายไทยจึงคาดหวังว่าจะเห็นความตั้งใจจริงจากฝั่งกัมพูชาในการยุติการใช้ความรุนแรง โดยเฉพาะเรื่องการโจมตีที่ไม่เลือกเป้าหมาย

หากฝ่ายกัมพูชาแสดงความจริงใจและสุจริตใจในการแก้ไขปัญหา ฝ่ายไทยก็พร้อมที่จะหารือเพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการ และกระบวนการที่ชัดเจนสำหรับการหยุดยิง ตลอดจนการยุติการปะทะกันอย่างสันติและยั่งยืน

ส่วนประเด็นเรื่องการโจมตีเป้าหมายพลเรือน ของทางกัมพูชาในแผ่นดินไทย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเวลา 02.00 น. ที่ผ่านมา

ทางฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากโจมตีในหลายจุดตามแนวชายแดนของไทยอีกครั้งหนึ่ง และยังคงดำเนินอยู่จนถึงตอนนี้ สะท้อนให้เห็นแล้วว่าฝ่ายกัมพูชาขาดความจริงใจ ในการยุติการใช้กำลัง ไม่มีความสอดคล้องระหว่างคำพูดกับการกระทำ หรือพูดอย่างทำอย่าง ที่สำคัญยังคงละเลยหลักการพื้นฐานของมนุษยธรรม ด้วยการโจมตีอย่างไม่เลือกเป้าหมาย คือโจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือน สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับประเทศใด และในฐานะประเทศที่มีความรับผิดชอบอย่างแท้จริงต่อประชาคมระหว่างประเทศ ไทยไม่สามารถเพิกเฉยต่อการกระทำอันไร้มนุษยธรรมของกัมพูชา

นายนิกรเดช ระบุว่า ตัวอย่างของการโจมตีที่ไม่เลือกเป้าหมายสะท้อนถึงการเพิกเฉยต่อคุณค่าความเป็นมนุษย์ของฝ่ายกัมพูชา เช่น การที่กองกำลังของกัมพูชา ตั้งฐานยิงอยู่ในบริเวณโรงเรียน วัดและบ้านเรือนของประชาชนตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงการตอบโต้จากฝ่ายไทย ถือเป็นการใช้โล่มนุษย์ (human shield) อย่างชัดเจน และการโจมตีใส่โรงพยาบาลสนามของฝ่ายไทย จึงขอย้ำว่าในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เป็นแค่การละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยเท่านั้น

แต่ยังถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกฎบัตรสหประชาชาติ หรือกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ทั้ง 2 เหตุการณ์ ฝ่ายความมั่นคงของไทยมีหลักฐานชัดเจน โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาในวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 กระทรวงการต่างประเทศจึงได้ออกแถลงการณ์ กรณีกัมพูชาใช้อาวุธร้ายแรงยิงเข้าบ้านเรือนประชาชน ที่จังหวัดสุรินทร์ และเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน โดยกล่าวหาว่าไทยเปิดฉากยิงก่อน ทั้งนี้นายนิกรเดช ได้อ่านแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างที่ได้ออกไว้เมื่อช่วงเช้า

ยื่นหนังสือถึง Unicef - OHCHR

นายนิกรเดช ยังเผยว่า วันนี้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ส่งหนังสือถึงหน่วยงานสหประชาชาติอีก 2 ฉบับได้แก่องค์การทุนเพื่อเด็กสหประชาชาติ (Unicef) และสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เพื่อแจ้งกรณีการโจมตีตามแนวชายแดนที่ฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มต้น การโจมตีอย่างรุนแรงแบบไม่เริ่มเป้าหมาย และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศนี้ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมทั้งการอพยพออกจากพื้นที่ส่งผลให้ประชาชนต้องออกจากบ้านเรือน ผู้เจ็บป่วยไม่สามารถรับการรักษาพยาบาลได้ การปิดโรงเรียนก็สร้างความเสียหายให้เด็กในระยะยาว ซึ่งขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศของกัมพูชาโดยเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ต่อสตรี เด็ก และผู้พิการ

โดยรายละเอียดหนังสือฉบับแรก ที่ส่งให้องค์การทุนเพื่อเด็กสหประชาชาติ (Unicef) เพื่อเรียกร้องให้กัมพูชายุติการใช้กำลัง ที่ทำให้สูญเสียชีวิตและทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์โดยเฉพาะเด็ก ตกอยู่ในสภาวะเสียงและเปราะบางโดยทันที ฉบับที่ 2 ถึงสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เพื่อแจ้งการละเมิดอนุสัญญาต่างๆ ด้านสิทธิมนุษยชน โดยขอให้ (OHCHR) พิจารณาใช้อำนาจตามอาณัติเรียกร้องให้กัมพูชายุติการกระทำดังกล่าว

สำหรับการบิดเบือนข่าวอย่างเป็นขบวนการของกัมพูชา นายนิกรเดช กล่าวว่า ขณะที่ตนแถลงอยู่ตอนนี้ฝ่ายกัมพูชายังคงใช้อาวุธร้ายแรงโจมตีไทยในหลายพื้นที่ ในขณะที่นำเสนอว่าตนเป็นสมาชิกที่มีความรับผิดชอบของประชาคมโลกแต่กลับดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ และบิดเบือนว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำอย่างไม่หยุดหย่อน ไม่เพียงเพื่อเป็นการปกปิดข้อเท็จจริงแต่ยังมุ่งหวังบ่อนทำลายเสถียรภาพความน่าเชื่อถือและภาครัฐของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ

ตัวอย่างการนำเสนอข่าวปลอมของกัมพูชา คือ กล่าวหาว่ากองทัพไทยได้รุกรานสร้างความเสียหายให้ตัวปราสาทพระวิหาร จากแถลงการณ์เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม และล่าสุดวันนี้ก็มีแถลงการณ์อีก 1 ฉบับ

" ผมขอเรียนว่าเรื่องนี้เป็นการกล่าวหาซึ่งไร้หลักฐาน เป็นข้อมูลปลอมแปลงที่สร้างขึ้นเอง ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง นอกจากที่เคยแถลงไปแล้วว่าการปะทะกันระหว่างกองทัพไทยและกัมพูชาในวันที่ 24 กรกฎาคม ซึ่งฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน บริเวณห้วยตามะเรือ และภูมะเขือนั้น พื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากตัวปราสาทพระวิหารถึง 2 กิโลเมตร ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีกระสุนหรือสะเก็ดระเบิดที่มีวิธีไกล ไปตกถึงตัวประสาทเขาพระวิหาร ซึ่งฝ่ายไทยได้มีหนังสือชี้แจง UNESCO ไปแล้ว ทางฝ่ายกัมพูชายังได้เผยแพร่ภาพประกอบที่ไม่มีการระบุ วันเวลา ที่เกิดขึ้นได้ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ให้ความเห็นว่าเป็นการนำรูปภาพเก่าที่ปรากฏรอยกระสุนที่มีมานานแล้วนำเสนอ " นายนิกรเดชกล่าว

นายนิกรเดช ยังกล่าวว่า ความไม่สุจริตของกัมพูชาเห็นได้จากการปล่อยข่าว ที่ปลอมแปลงข้อมูล ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษประเทศไทยได้พิสูจน์ให้ประชาคมระหว่างประเทศเห็นมาโดยตลอดว่า การดำเนินนโยบายและการปฏิบัติของไทย ในระดับภูมิภาคและระดับโลก ล้วนยึดมั่นในหลักสากล ในกรณีนี้ก็เช่นกันการที่ไทยจำเป็นต้องดำเนินมาตรฐานตอบโต้กัมพูชาถือเป็นสิทธิที่ชอบทำภายใต้กฎบัตรระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสิทธิในการป้องกันตนเองจากการรุกรานของกัมพูชา และตอบโต้เป็นไปอย่างมีสัดส่วน

ในช่วงเวลาที่สถานการณ์มีความละเอียดอ่อน ขอให้ประชาชนระมัดระวัง การสื่อสารและการรับข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ ที่อาจนำไปสู่ ความเข้าใจผิดหรือสร้างความแตกแยกได้โดยไม่ตั้งใจ และขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการดำเนินการของรัฐบาล

ส่วนที่มีข่าวว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและกัมพูชามีการพูดคุยกัน เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา นายนิกรเดช กล่าวว่า มีการหารือผ่านทางสหรัฐอเมริกาเป็นสิ่งที่ตนยืนยันได้ ซึ่งมีความพยายามโดยสหรัฐ และมีหลายประเทศที่พยายามช่วยในเรื่องนี้ แต่เมื่อคืนที่ผ่านมาที่นายโดนัล ทรัมป์ ได้พยายามให้ทั้ง 2 ฝ่ายพูดคุยกัน กระทรวงการต่างประเทศก็ได้พยายามประสาน หาช่องทางที่จะพูดคุย แต่รัฐมนตรียังไม่ได้มีการพูดคุยกัน

เมื่อถามย้ำว่านายภูมิธรรมพยายามให้รัฐมนตรีทั้ง 2 ประเทศพูดคุยกันมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้เกิดการหยุดยิง นายนิกรเดช ย้ำท่าทีว่าทุกอย่างเป็นไปได้แต่มีข้อแม้อยู่ 1 ข้อ คือความจริงใจของกัมพูชา ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขแรก ที่สร้างความไว้ใจให้กับฝ่ายไทยได้ การพูดคุยเกิดขึ้นได้ ซึ่งไทยพูดมาโดยตลอดว่าต้องการหาข้อยุติโดยสันติวิธีผ่านการพูดคุย แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้นฝ่ายกัมพูชาต้องแสดงความจริงใจ ความสุจริตใจ และการกระทำที่ทำให้ฝ่ายไทยไว้ใจได้

เมื่อถามถึงบรรยากาศการพูดคุยกันระหว่างนายภูมิธรรมและนายโดนัล ทรัมป์ นายนิกรเดช กล่าวว่า ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่เท่าที่ได้รับทราบมาก็เป็นการพูดคุยที่ประธานาธิบดีทรัมป์พูดคุยด้วยความหวังดี ที่อยู่ในการเจรจาภาษีระหว่าง 2 ประเทศ และได้พูดตรงๆ ว่าจะไม่สามารถเจรจาภาษีได้ หากยังมีความไม่สงบเกิดขึ้นทั้ง 2 ประเทศอยู่ เรื่องนี้ไม่ใช่ครั้งแรกประเทศจีนก็เคยเสนอที่จะช่วย มาเลเซียก็เช่นกัน แต่กรณีนี้ก็มีเรื่องภาษีตอบโต้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องต้องใช้ความพยายามในการพูดคุยกัน

พร้อมย้ำว่าฝ่ายไทยมีความพร้อมมานานแล้ว แต่มีข้อแม้อยู่ เราไว้ใจกัมพูชาได้แค่ไหน ความสุจริตใจจากฝ่ายกัมพูชาแค่ไหน ซึ่งบรรยากาศการพูดคุยระหว่างนายภูมิธรรมและนายโดนัล ทรัมป์ ก็เป็นการคุยที่มิตรประเทศประเทศหนึ่งหวังดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐเปิด "กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย" รับบริจาคช่วยปชช.ชายแดนไทย-กัมพูชา

โฆษกกองทัพบก เผย ฝ่ายกัมพูชา ยังไม่หยุดโจมตี ด้วยอาวุธ ทุกรูปแบบ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กต.ยื่นหนังสือถึง Unicef - OHCHR ยืนยันเหตุปะทะกัมพูชาเริ่มก่อน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...