โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทองร่วง 900 ตั้งรับ 51,000

INN News

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 13.35 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • INN News

น่าติดตามเป็นอย่างยิ่งกับราคาทองในช่วงนี้ เพราะนับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฏาคม 2568 จนถึงวันเสาร์ที่ 26 กรกฏาคม ราคาทองร่วงลงต่อเนื่อง รวม 900 บาทต่อบาททองคำ โดยวันที่ 24 กรกฏาคม ปรับลงมาสุด 700 บาทต่อบาททองคำ สอดรับกับราคาทองโลกที่ร่วงลงแรง รับปัจจัยกดดันจากแรงเทขายสินทรัพย์ปลอดภัย

หลังจากมีรายงานที่ระบุว่า สหรัฐฯและสหภาพยุโรป หรือ อียู ใกล้จะบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างกัน ก่อนที่จะถึงเส้นตายในวันที่ 1 สิงหาคมนี้

ล่าสุด ทองแท่งรับซื้อบาทละ 51,150 บาท ขายออกบาทละ 51,250 บาท

ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 50,134 บาท 12 สตางค์ ขายออกบาทละ 52,050 บาท

สำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.คุยกับ "นายวรชัย ตั้งสิทธิ์ภักดี" รองเลขาธิการ สมาคมค้าทองคำ ถึงภาพรวมราคาทองในห้วง จังหวะนี้ รวมทั้งกลยุทธ์การลงทุน โดย "นายวรชัย" กล่าวว่า ช่วงนี้ต้องจับตาความคืบหน้าการเจรจาการค้าสหรัฐฯ กับสหภาพยุโรปรวมทั้งบรรดาประเทศคู่ค้าต่างๆก่อนที่จะถึงเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคมนี้ รวมทั้งการประชุมของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ที่จะมีการพิจารณาเรื่องอัตราดอกเบี้ย โดยตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะยังไม่ปรับ ลดอัตราดอกเบี้ย ดังนั้นกรอบการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในสัปดาห์นี้จะอยู่ระหว่าง 51,000 - 52,500
บาทต่อบาททองคำ

และเมื่อถาม "นายวรชัย" ว่า ในอนาคต เป็นไปได้หรือไม่ ที่ราคาทองคำจะร่วงลงแรงเหมือนกับวันที่ 24 กรกฏาคม ที่ปรับลงบาทละ 700 บาทต่อบาททองคำ โดย "นายวรชัย" กล่าวว่า มีโอกาสเกิดขึ้นได้อีก จากดีลการค้าระหว่างสหรัฐฯกับอียูที่บรรลุเป้าหมาย ซึ่งถ้าราคาทองจะร่วงลง ก็มองไว้ที่ระดับ 51,000 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนทองคำในช่วงนี้ "นายวรชัย" กล่าวว่า ราคาจะไม่ค่อยหวือหวามากสักเท่าไร แต่ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ เชื่อว่าราคาทองจะค่อยๆสูงขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด

ดังนั้นนักลงทุนจะต้องจับตาความคืบหน้าการเจรจาการค้าสหรัฐฯกับบรรดาประเทศคู่ค้าต่างๆอย่างใกล้ชิด รวมทั้งการประชุมเฟด เพราะทุกการเคลื่อนไหวของปัจจัยต่างๆ ย่อมส่งผลต่อการปรับขึ้นลงของราคาทอง ซึ่งเชื่อมโยงกับความมั่งคั่งของนักลงทุนนั่นเอง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...