นิกเกอิ ปิดตลาดลบ 1.71 จุด แทบไม่ขยับ หุ้นชิป-ส่งออกพยุง แต่เจอแรงขายทำกำไร
ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดแทบไม่ขยับในวันนี้ (28 พ.ค.) โดยการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และกลุ่มผู้ส่งออกบางส่วนถูกหักล้างด้วยแรงเทขายทำกำไร หลังจากนิกเกอิปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 38,000 จุดในช่วงสั้น ๆ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 37,722.40 จุด ลดลง 1.71 จุด หรือ -0.00%
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำตลาดได้แก่กลุ่มประกันภัย รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน ส่วนหุ้นปรับตัวลงได้แก่กลุ่มบริการ ตลอดจนกลุ่มเหล็กและเหล็กกล้า
โบรกเกอร์ระบุว่า ในช่วงเริ่มต้นการซื้อขาย ตลาดหุ้นได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หลังมีรายงานว่า หุ้นอินวิเดีย (Nvidia) ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ราคาพุ่งขึ้นรับข่าวแผนการเปิดตัวชิป AI รุ่นใหม่ที่มีราคาถูกลงสำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะ
มาซาฮิโระ อิชิกาวะ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของบริษัท ซูมิโตโม มิตซุย ดีเอส แอสเซต แมเนจเมนต์ กล่าวว่า "การเข้าซื้อดังกล่าวยังน่าจะได้รับแรงกระตุ้นจากความคาดหวังต่อผลประกอบการที่น่าพอใจ" เมื่ออินวิเดียเปิดเผยรายงานผลประกอบการในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (29 พ.ค.) ตามเวลาญี่ปุ่น
นอกจากนี้ นิกเกอิยังได้อานิสงส์จากหุ้นในกลุ่มผู้ส่งออกอย่างกลุ่มยานยนต์ที่ปรับตัวขึ้นอย่างคึกคัก เนื่องจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงช่วยเพิ่มผลกำไรจากต่างประเทศเมื่อแปลงกลับเป็นเงินเยน
อย่างไรก็ตาม ดัชนีนิกเกอิได้สูญเสียแรงส่งในเวลาต่อมา เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไร ขณะเดียวกัน การปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยระยะยาวของญี่ปุ่นก็เป็นปัจจัยกดดันตลาดด้วยเช่นกัน
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 5 ในวันนี้ (28 พ.ค.) โดยบรรยากาศการซื้อขายยังคงถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของความสัมพันธ์ด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการของจีนเพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจภายในประเทศ
ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ระดับ 3,339.93 จุด ลดลง 0.76 จุด หรือ -0.02%
หุ้นบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังคงถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการตัดราคาและการตรวจสอบที่เข้มงวดของทางการจีน โดยหุ้น BYD ร่วงลง 2.6%, หุ้น Eoptolink Technology ทรุดตัวลง 24.5%, หุ้น China Greatwall ดิ่งลง 5.7%, หุ้น Anhui Jianghuai Automobile ร่วงลง 5.6% และหุ้น Kunlun Tech ดิ่งลง 5.9%
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) มีกำหนดเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการประจำเดือนพ.ค.ในวันเสาร์นี้ (31 พ.ค.)
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบในวันนี้ (28 พ.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มอีคอมเมิร์ซ หลังบริษัทพีดีดี โฮลดิงส์ (PDD Holdings) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน เจ้าของแพลตฟอร์มเทมู (Temu) รายงานผลประกอบการที่น่าผิดหวัง โดยกำไรร่วงหนักถึง 47% ส่งผลให้เกิดความกังวลว่า การที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแห่ให้ส่วนลดเพื่อเรียกลูกค้านั้นจะกระทบอัตรากำไรในท้ายที่สุด
ทั้งนี้ ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 23,258.31 จุด ลดลง 123.68 จุด หรือ -0.53%
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดบวกในวันนี้ (28 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ตกลงที่จะเลื่อนกำหนดการเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 50% จากสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งทำให้นักลงทุนเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคึกคัก
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,670.15 จุด เพิ่มขึ้น 32.93 จุด หรือ +1.25%
หุ้น Samsung Electronics เพิ่มขึ้น 3.71%, หุ้น SK hynix เพิ่มขึ้น 2.72% และ หุ้น LG Energy Solution พุ่งขึ้น 6.06%
ปธน.ทรัมป์ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ (25 พ.ค.) ว่า เขาตกลงที่จะเลื่อนกำหนดการเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 50% จาก EU ออกไปเป็นวันที่ 9 ก.ค. จากเดิมวันที่ 1 มิ.ย. หลังจากที่ได้พูดคุยกับเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC)