โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

พี่สาววัย 77 ต้องหอบน้องสาวพิการวัย 74 หนีตายหลังไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง

สยามรัฐ

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 16.01 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 16.01 น.

พี่สาววัย 77 ต้องหอบน้องสาวพิการวัย 74 หนีตายหลังไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 7 มิ.ย.68 ร.ต.อ.พิพัฒน์ แป้งหอม ร้อยเวรสภ.เมืองราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านเลขที่ 104/1 ซึ่งอยู่ภายในชุมชนพร้อมพัฒนา ซอย 3 ต. หน้าเมือง อ.เมือง จึงประสานขอน้ำดับเพลิงจากเทศบาลเมืองราชบุรี และอบต.เจดีย์หัก ซึ่งอยู่ใกล้เคียงให้เข้าไปช่วยฉีดน้ำดับไฟ ก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ ราชบุรี ในที่เกิดพบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ 2 ชั้น โดยไฟกำลังลุกไหม้จากชั้นบนซึ่งเป็นไม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องช่วยกันระดมฉีดน้ำดับไฟเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านข้างเคียง ซึ่งชุมชนดังกล่าวนั้นเป็นชุมชนแออัด มีบ้านเรือนปลูกติดกันหลายหลัง ใช้เวลานานกว่า 30 นาที จึงสามารถดับไฟได้ โดยพบว่าตัวบ้านชั้นบนนั้นเสียหายทั้งหมด
พี่

จากการสอบถามด.ช.มาเฟีย (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี ก็เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนนั่งเล่นอยู่ในบ้านบริเวณชั้นล่าง ก็ได้ยินย่าตะโกนว่า ไฟไหม้จึงวิ่งขึ้นไปดูก็พบว่าไฟกำลังไหม้อยู่บนบ้าน จึงได้วิ่งออกมาแต่น้องหมาจำนวน 6 ตัว นั้นออกมาได้แค่ 3 ตัว ส่วนที่เหลือนั้นไม่รู้ว่าออกมาได้หรือถูกไฟคลอกแล้วก็ไม่รู้ ส่วนแมวนั้นเอาออกมาได้ตัวเดียวอีกตัวหายไป ส่วนตนเองนั้นได้รับบาดเจ็บที่มือนิดหน่อย ส่วนสาเหตุนั้นไม่รู้เลย ตอนนี้ทั้งเสื้อผ้านักเรียนและหนังสือเรียนก็ถูกไฟไหม้ทั้งหมด

ด้าน นางจอง น้ำดอกไม้ อายุ 77 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านก็เล่าให้ฟังว่าช่วงที่เกิดเหตุนั่งอยู่ข้างล่าง ได้ยินดังอยู่บนชั้นสองของบ้าน จึงได้ขึ้นไปดูก็พบว่าไฟกำลังลุกไหม้ จึงได้รีบลงมาพาน้องสาวอายุ 73 ปี ที่พิการหนีตายออกมาด้าน ทำให้รอดมาได้ส่วนทรัพย์สินมีค่านั้นโดยเฉพาะสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาท ซึ่งเป็นทองสมัยเก่าก็น่าจะถูกไฟไหม้เสียหายไปหมดแล้ว ซึ่งบ้านนี้อยู่กันทั้งหมด 11 คน แต่ช่วงที่เกิดเหตุนั้นอยู่บ้านแค่ 3 คน คือตนเองกับน้องสาวที่พิการและหลานชายคือน้องมาฟีย ส่วนสาเหตุนั้นไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุนั้นน่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่ทั้งนี้ก็จะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจส

อบหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง ส่วนมูลค่าความเสียหายนั้นยังไม่สามารถประเมินได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...