โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

DPU ชวนคนทำงาน! 'Grad Master Plan'ต่อยอด ป.โท-เอก รับมือ AI

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 02.32 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 09.31 น.

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดงาน DPU Grad Master Plan เปิดบ้าน ป.โท-ป.เอก วางแผนทางลัดสู่ความสำเร็จ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจศึกษาต่อได้เข้ามาวางแผนเส้นทางอาชีพอย่างเป็นระบบ พร้อมยกระดับศักยภาพตนเองให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล โดยภายในงานมีคณาจารย์ นักศึกษา และกลุ่มคนทำงานจากหลากหลายสาขาอาชีพเข้าร่วม เพื่อค้นหาแนวทางการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์อนาคต ณ ห้องประชุม ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ อาคาร 6 ชั้น 7 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

กิจกรรมภายในงานเน้นสร้างแรงบันดาลใจและแนวคิดพัฒนาตนเองผ่านการบรรยายในหัวข้อ “อนาคตแรงงานไทยในโลกที่ AI จ้องแย่งงาน” และเวิร์กชอป “ตั้งเป้าหมายอนาคต” ที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ออกแบบชีวิตอย่างเป็นระบบ พร้อมฟังประสบการณ์ตรงจากศิษย์เก่า DPU ที่เล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตหลังเรียนต่อ เพื่อจุดประกายแนวคิดและวางแผนอนาคตได้อย่างมีทิศทาง โดยช่วงท้ายของงาน ผู้เข้าร่วมได้เขียนโปสการ์ดถึงตัวเอง บันทึก “เป้าหมายในอีก 3 เดือนข้างหน้า” เสมือนจดหมายจากอดีตที่เตือนใจ เติมแรงฮึด และปลุกวินัยทางความคิดให้เดินตามฝัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

อยากเป็นนักบิน? CADT DPU เปิดหลักสูตร ป.ตรี ควบใบอนุญาตใน 3.5 ปี!

บัญชี 4.0! DPU ปั้นนักบัญชีดิจิทัล ผนึก TAFA-42 บ. สู่โลก AI เต็มตัว

"ปรับตัว-เรียนรู้ร่วมกัน" ทางอยู่รอดในโลกAI

ช่วงแรกได้รับเกียรติจาก รศ.ดร. ดนุวัศ สาคริก ผู้อำนวยการหลักสูตรนักบริหารการพัฒนาในยุคดิจิทัล (DAD-NIDA) รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “อนาคตแรงงานไทยในโลกที่ AI จ้องแย่งงาน” โดยชี้ให้เห็นว่าโลกการทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากอิทธิพลของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ที่ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ในอนาคต แต่แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคนแล้ว ทั้งในระบบบริการ แอปพลิเคชัน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจอัตโนมัติ ซึ่งทั้งหมดล้วนขับเคลื่อนด้วย AI

รศ.ดร. ดนุวัศ ชี้ให้เห็นว่า การอยู่รอดในโลกยุค AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการหลีกเลี่ยงเทคโนโลยี แต่คือการปรับตัวและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงานที่ต้องการยกระดับทักษะเดิม ทักษะสำคัญที่จำเป็นในยุคนี้ ได้แก่ สมรรถนะในการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน (Complex Problem Solving) และการสื่อสารทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration & Communication) ซึ่งล้วนต้องพัฒนาผ่านการลงมือปฏิบัติและประสบการณ์จริง ไม่ใช่เพียงจากตำรา

“วุฒิการศึกษา” ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด

ดังนั้นการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา โดยเฉพาะระดับปริญญาโท เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการยกระดับศักยภาพของบุคคล เพราะนอกจากจะได้เรียนรู้จากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ยังได้เรียนรู้จากเพื่อนร่วมรุ่นที่ล้วนมีประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่พัฒนาทักษะการคิด วิเคราะห์ การนำเสนอ การตัดสินใจ และการทำงานร่วมกันที่เป็นระบบ

รศ.ดร. ดนุวัศ ยังเน้นว่า “วุฒิการศึกษา” ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะต่อเนื่องในระยะยาว การเรียนในระดับปริญญาโทจึงเป็นเสมือนการติดตั้งเครื่องมือที่สำคัญให้บุคคลสามารถปรับตัวได้เร็ว ทันโลก และสามารถสร้างเครือข่ายทางวิชาชีพที่นำไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ในชีวิตและการทำงาน พร้อมเสนอว่า ประเทศไทยควรเร่งยกระดับทุนมนุษย์จากแรงงานทั่วไปให้เป็นบุคลากรที่มีทักษะสูง ผ่านนโยบายการศึกษา ทักษะดิจิทัล และการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเป็นระบบ เพราะ “การศึกษาไม่ใช่เพียงใบปริญญา แต่คือเครื่องมือที่ช่วยรองรับชีวิตในยามวิกฤต”

อีกหนึ่งช่วงที่สำคัญภายในงาน คือกิจกรรมเวิร์กชอป “ตั้งเป้าหมาย ออกแบบอนาคต” โดย รศ.ดร. บุญธิดา เอื้อพิพัฒนากูล ผู้เชี่ยวชาญด้าน Design Thinking จบการศึกษาจาก University of Oxford ประเทศอังกฤษ เป็นผู้นำกระบวนการเรียนรู้ เพื่อจุดประกายให้ผู้เข้าร่วมได้สำรวจตนเองหรือรู้จักตัวเองมากขึ้น ผ่านเครื่องมือ “วงล้อชีวิต” (Wheel of Life) เพื่อประเมินระดับความพึงพอใจในแต่ละมิติของชีวิต อาทิ การงาน การเงิน ความสัมพันธ์ สุขภาพ และการพัฒนาตนเอง จากนั้นผู้เข้าร่วมจะได้เขียน “Life Plan” โดยตั้งเป้าหมายชีวิตระยะสั้น 2 ปี และระยะยาว 5 ปี พร้อมสร้างภาพเป้าหมายชีวิตเวอร์ชันเต็ม 10 ที่อยากไปให้ถึง วิเคราะห์จุดที่ตนเองยืนอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงทักษะที่ยังขาด เพื่อวางแผนพัฒนาตนเองอย่างเป็นขั้นตอน

กิจกรรมเวิร์กชอปนี้ผสานแนวคิด “Design Your Life” เข้ากับจิตวิทยาเชิงประสาท (Neuro-linguistic Programming) เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถจินตนาการอนาคตได้อย่างชัดเจน เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของตนเองในระดับจิตใต้สำนึก และสามารถแปลงความฝันให้กลายเป็นเป้าหมายที่จับต้องได้ โดยเน้นย้ำว่า “การรู้เป้าหมายเร็ว คือการเพิ่มโอกาสสู่ความสำเร็จเร็ว” ทั้งนี้ยังได้ยกตัวอย่างคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย เพราะมีความชัดเจนในเป้าหมายและลงมือทำทันทีโดยไม่รอเวลา

รศ.ดร.บุญธิดา แนะนำด้วยว่า ก่อนเลือกเรียนต่อควรถามตนเองให้ชัดเจนว่าอยากมีชีวิตแบบใดและอยากทำงานในตำแหน่งใด จากนั้นค่อยออกแบบเส้นทางให้เหมาะสม โดย DPU มีหลักสูตรที่ตอบโจทย์ทักษะแห่งอนาคตทั้งด้านธุรกิจ เทคโนโลยี และการสื่อสาร ซึ่งพร้อมเติมเต็มศักยภาพผู้เรียนในทุกช่วงวัยอย่างมีคุณภาพ

ปิดท้ายด้วยการแชร์ประสบการณ์จากศิษย์เก่า DPU ในหัวข้อ “เรียนต่อ DPU เปลี่ยนอนาคตงานและชีวิตได้อย่างไร”จาก สรทรรศน์ ศิริรัตนจักริน อาชีพ AI Engineer ศิษย์เก่าสาขาวิชาวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และข้อมูล เล่าว่า แม้จะจบปริญญาตรีด้านอุตสาหกรรมเกษตร แต่เมื่อเข้าสู่โลกการทำงานกลับค้นพบความสนใจในเทคโนโลยีและข้อมูล จึงตัดสินใจเรียนต่อที่วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (CITE) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เนื่องจากหลักสูตรเรียนวันเสาร์–อาทิตย์ เหมาะกับคนทำงาน มีระบบสนับสนุนที่ดี ทั้งด้านคำปรึกษาและการจัดการค่าใช้จ่าย และเปิดโอกาสให้เรียนรู้จากเพื่อนร่วมรุ่นที่มีประสบการณ์หลากหลาย

การเรียนปริญญาโทไม่เพียงให้ความรู้ แต่ยังได้รู้จักเพื่อนและอาจารย์จากหลากหลายสายอาชีพ ซึ่งกลายเป็นการสร้างเครือข่ายทางวิชาชีพที่มีค่าในระยะยาว ดังนั้นไม่ต้องรอให้พร้อมจึงค่อยเรียน แต่ควรเริ่มเมื่อมีเป้าหมาย การเรียนปริญญาโทไม่ใช่แค่เพิ่มวุฒิการศึกษา แต่เป็นการพัฒนาศักยภาพ และอาจเป็นทางลัดที่ทำให้เติบโตเร็วขึ้นในยุคที่โลกเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

สำหรับบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ร่วมงานอย่างมาก โดยมีการนำเสนอหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาครอบคลุม 32 หลักสูตร จาก 6 วิทยาลัยและ 4 คณะของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ผู้สนใจยังได้พูดคุยปรึกษาแบบเจาะลึกกับคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา เพื่อวางแผนการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกอย่างมีเป้าหมาย

หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือบูทจาก JobThai แพลตฟอร์มหางานอันดับ 1 ของไทย ที่มาแนะนำวิธีใช้งานแพลตฟอร์มอย่างมีประสิทธิภาพ มีฟีเจอร์ช่วยให้คนหางานค้นหางานที่ตรงใจได้ง่ายยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานที่หลากหลาย สำหรับผู้สมัครงานตั้งแต่จบใหม่ ไปถึงผู้บริหารระดับสูง ทุกสายอาชีพ พร้อมเชื่อมต่อโอกาสดี ๆ ให้เกิดขึ้นจริง รวมถึงมีกิจกรรมพิเศษหมุนวงล้อลุ้นรับของรางวัลสุดน่ารัก อาทิ ปากกา สมุด กระบอกน้ำ และเสื้อยืด

นอกจากนี้ทาง CareerVisa Thailand เองก็ยังได้ส่งต่อแนวคิดการจับคู่ “งานที่ใช่” กับ “คนที่ใช่” ผ่านการพัฒนาเส้นทางอาชีพให้เติบโต พร้อมแนะนำการสร้างโปรไฟล์ให้โดดเด่นและสอดคล้องกับตลาดแรงงานในยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...