โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"แม่วากโมเดล" ต้นแบบการพลิกฟื้นชีวิตเกษตรกร สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งแม่แจ่ม

SpringNews

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 02.27 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 01.00 น.

วิกฤตข้าวโพดเลี้ยงสัตว : จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง บ้านแม่วาก ซึ่งมีประชากร 321 คน ใน 101 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีพืชเศรษฐกิจหลักคือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อย่างไรก็ตาม การเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยวนี้ได้สร้างปัญหาเรื้อรังให้กับชุมชนมาอย่างยาวนาน ทั้งเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูง จากการใช้ปุ๋ยเคมีและยากำจัดวัชพืช ราคาขายที่ไม่แน่นอน การขยายพื้นที่ทำกินรุกล้ำเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่แจ่ม ซึ่งส่งผลกระทบต่อทรัพยากรดิน น้ำ และป่า

นอกจากนี้ ชุมชนยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนักในช่วงฤดูแล้ง ไม่เพียงพอทั้งสำหรับการอุปโภคบริโภค และการเกษตร ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่มีรายได้น้อย ขาดการรวมกลุ่ม และไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้

"แม่วากโมเดล" ก้าวแรกจากน้ำ สู่ความหลากหลาย โครงการริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 โดยการรวมกลุ่มของชาวบ้าน ผู้นำชุมชน และหน่วยงานบูรณาการต่าง ๆ ซึ่งพบปัญหาเร่งด่วนคือการขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรตลอดทั้งปี จึงเป็นที่มาของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรบ้านแม่วาก ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 โดยมีการสำรวจพื้นที่ วางระบบส่งน้ำระยะทางกว่า 8,548 เมตร และก่อสร้างบ่อพวงพักน้ำ 7 บ่อ เพื่อกระจายน้ำให้เพียงพอต่อพื้นที่การเกษตรกว่า 669 ไร่ ครอบคลุมเกษตรกร 49 แปลง ทำให้เกษตรกรมีปริมาณน้ำใช้ที่เพียงพอสำหรับฤดูแล้ง และมีทางเลือกในการทำเกษตรที่หลากหลายมากขึ้น

พลิกโฉมเกษตรกรรม: จากเชิงเดี่ยวสู่พืชผสมผสานยั่งยืน หัวใจสำคัญของแม่วากโมเดลคือการปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรจากเชิงเดี่ยวไปสู่การปลูกพืชผสมผสาน และการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสมและยั่งยืน โดยมีการกำหนดขอบเขตพื้นที่เกษตรกรรม ป่าอนุรักษ์ และป่าใช้สอย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชทางเลือกที่สร้างรายได้ตลอดทั้งปี เช่น ผักในโรงเรือน, ไม้ผล (มะม่วง, อะโวคาโด, มะขามเปรี้ยวยักษ์, ไผ่ซางหม่น, เงาะ) และการเลี้ยงสัตว์

พร้อมกับการจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ลาดชัน ปลูกหญ้าแฝกเพื่อลดการชะล้างพังทลายของดินและรักษาความชื้น รวมถึงการส่งเสริมการทำปุ๋ยหมักจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร การใช้น้ำหมักชีวภาพ (พด.2 และ พด.7) และปลูกพืชปุ๋ยสด (ปอเทือง) เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มอินทรียวัตถุให้ดิน และลดการใช้สารเคมี ซึ่งจากการดำเนินการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ พบว่าสามารถลดการสูญเสียตะกอนดินและธาตุอาหารพืชได้ถึง 6,165 ตัน/ปี ในพื้นที่ 250 ไร่

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง : ชุมชนต้นแบบแห่งความยั่งยืน “แม่วากโมเดล” เป็นการดำเนินงานที่ชุมชนเป็นศูนย์กลาง โดยได้รับความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมป่าไม้ และมูลนิธิฮักเมืองแจ่ม ผลที่คาดว่าจะได้รับคือ ชุมชนสามารถปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรจากเชิงเดี่ยวเป็นการปลูกพืชผสมผสาน ใช้พื้นที่เกิดประโยชน์สูงสุด, เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น แม้จะใช้พื้นที่น้อยลง,เกิดความยั่งยืนทั้งทางด้านคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงทรัพยากรป่าไม้,ชุมชนมีความรู้ความเข้าใจและจิตสำนึกในการอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า,ลดปัญหาหมอกควันและการฟื้นฟูป่า,ยกระดับกลุ่มเกษตรกรเป็นวิสาหกิจชุมชน และพัฒนาบ้านแม่วากให้เป็นชุมชนต้นแบบการเรียนรู้ครอบคลุม 3 มิติ

การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้บ้านแม่วากไม่เพียงแก้ไขปัญหาในชุมชนของตนเองได้ แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงพลังของการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...