โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘คุณสู้เราช่วย’ ดึงลูกหนี้พ้นวิกฤติ แบงก์ชี้ยอดยึด ‘รถ-บ้าน’ ลดลง 50%

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 18.59 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 23.00 น.

ปี 2568 ถือว่าเป็นโจทย์ยากสำหรับการ “แก้หนี้” ท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว ลูกหนี้เปราะบางมากขึ้น จึงถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในการเข้าไปช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ผ่านมาหลายแบงก์เดินหน้าต่อเนื่องในการช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะ “คุณสู้เราช่วย” เพื่อช่วยลูกหนี้ให้รอดพ้นจากวิกฤติหนี้ และรอดพ้นจากภูเขาหนี้ที่รอถาโถมเข้ามาในระยะข้างหน้า

“ปิติ ตัณฑเกษม” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า จากสภาพเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

ดังนั้น ธนาคารตระหนักถึงผลกระทบต่อสถานการณ์ของลูกหนี้ที่มีความน่าเป็นห่วงเพิ่มขึ้น และปักธงให้ปี 2568 เป็นปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้

โดยเฉพาะ “โครงการคุณสู้ เราช่วย” ที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย และเอสเอ็มอีกลุ่มเปราะบางที่กำลังเผชิญกับภาระหนี้อย่างหนักแต่ยังอยากจะลุกขึ้นมาสู้ ให้สามารถกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง

ซึ่ง ทีทีบี เล็งเห็นความสำคัญของโครงการนี้ว่ามีประโยชน์ต่อลูกหนี้เป็นอย่างมาก จึงผลักดันให้ลูกหนี้ของธนาคารเข้าร่วมโครงการให้ได้มากที่สุด เพื่อปลดหนี้ได้ไวขึ้น และแก้ไขปัญหาหนี้สะสมเรื้อรังอย่างยั่งยืน

โดยหากดูการช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านคุณสู้เราช่วยเฟส 1 ที่ผ่านมา ทีทีบีสามารถให้ความช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเทียบกับช่วงก่อนมีโครงการ ทั้งลูกหนี้บ้านที่สามารถช่วยได้เพิ่มขึ้นเป็น 2,300 บัญชีต่อเดือน จากเดิม 800 บัญชีต่อเดือน ลูกหนี้สินเชื่อรถยนต์ เพิ่มขึ้นเป็น 12,000 บัญชีต่อเดือน จากเดิมช่วยเหลืออยู่ประมาณ 8,000 บัญชีต่อเดือน

ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ได้ช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งรายย่อยและเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 54,000 บัญชี หรือคิดเป็นยอดสินเชื่อประมาณ 31,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ โดยในเฟส 2 ทีทีบีคาดการณ์ว่าจะช่วยลูกหนี้ได้เพิ่มอีก 20,000-30,000 บัญชี

“คุณสู้ เราช่วย ถือเป็นหนึ่งในโครงการที่มีประสิทธิผลในอันดับต้น ๆ ในการใช้มาตรการการแก้ปัญหาได้อย่างถูกจุดสำหรับกลุ่มลูกหนี้ที่มีภาระหนี้สินหนัก ซึ่งการช่วยเหลือของทีทีบี เราไม่ได้ดูแค่จำนวนลูกค้า แต่ได้ลงไปติดตามดูผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นว่าช่วยลูกค้าได้จริง สะท้อนจากลูกหนี้กลับมาจ่ายเงินตามปกติได้มากขึ้นจากเดิม 10 - 20% ลูกค้าที่ถูกยึดทรัพย์แต่ละเดือนลดลง 50% สินเชื่อรถยนต์ถูกยึดรถลดลงไปเกือบ 25% ส่งผลให้ธนาคารสามารถบริหารจัดการลูกหนี้ค้างจ่ายได้ดีขึ้นด้วย”

ด้าน “เอสซีบี เอกซ์” มีการช่วยเหลือลูกหนี้ต่อเนื่องเช่นกัน ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมามีลูกหนี้ที่ได้รับการช่วยเหลือผ่านคุณสู้เราช่วยแล้ว 100,000 ราย

โดยมีสินเชื่อคิดเป็น 53% ของกลุ่มลูกค้าที่มีสิทธิ และคิดเป็นวงเงินสินเชื่อกว่า 5 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้บริษัทเตรียมช่วยเหลือต่อเนื่องในระยะที่ 2 โดยคาดว่าจะมีลูกค้าได้รับความช่วยเหลือรวมทั้งเฟส 1 และเฟส 2 อยู่ที่ 1.3 แสนล้านบาท

เช่นเดียวกับ “ธนาคารกรุงศรีอยุธยา” ที่เดินหน้าช่วยเหลือลูกหนี้ต่อเนื่อง ล่าสุดมียอดขอความช่วยเหลือแล้ว ณ สิ้นมิ.ย. ที่ 105,802 ราย โดยผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ จํานวน 56,114 ราย หรือ 53%ของลูกหนี้ที่ลงทะเบียนทั้งหมด

คิดเป็นเงินให้สินเชื่อ จํานวน 21,284 ล้านบาท ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติข้างต้นจํานวน 56,114 ราย คิดเป็น 30.9 % ของจํานวนลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการทั้งหมด หรือมีสัดส่วนของมูลค่าหนี้เป็น 40.6% ของเงินให้สินเชื่อของลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติภายใต้โครงการ

ด้าน “กลุ่มการเงินทิสโก้” มีการเดินหน้าช่วยเหลือลูกหนี้ต่อเนื่อง ผ่าน “คุณสู้ เราช่วย” ทั้งรายย่อยและเอสเอ็มอี โดยเฉพาะ ผ่านมาตรการ “จ่ายตรง คงทรัพย์” ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้แบบลดค่างวดและลดภาระดอกเบี้ย เพื่อบรรเทาภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง

ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมมาตรการของกลุ่มทิสโก้มีจำนวนประมาณ 13,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 6% ของสินเชื่อรวม โดยสิ้นมิ.ย. ที่ผ่านมา มีลูกหนี้เข้ามาตรการจำนวนประมาณ 5,200 ล้านบาท หรือ 40% ของลูกหนี้ที่เข้าเกณฑ์ และมีลูกหนี้ที่ปรับโครงสร้างสำเร็จจำนวนประมาณ 4,000 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...