SCB เงินปันผลเด่น โบรกอัพเป้า 126 บ.
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 15.36 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 08.36 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)แนะนำ “ถือ” หุ้น SCB เพิ่ม TP เป็น126 บาท ชอบ BBL มากสุดในกลุ่มแบงก์ใหญ่
เราคงคำแนะนำ “ถือ” และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 126 บาท (P/BV ปี 2568 ที่ 0.85 เท่า ROE ที่ 9.8%) จากเดิม 118 บาท โดยเราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2568 ถึง 2569 ขึ้น 2 ถึง 4% จากกำไรจากการลงทุนในครึ่งปีแรกของปี 2568 ที่แข็งแกร่งกว่าคาดทั้งนี้ SCB ตั้งเป้าลดอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ลงต่ำกว่าระดับเป้าหมายที่ 42 ถึง 44% ในปีนี้เราเชื่อว่า SCB จะยังคงรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงที่ 80% เพื่อให้บรรลุเป้าหมายROE ที่10 ถึง 11% อย่างไรก็ตามเราเห็นว่าราคาหุ้นมีโอกาสจะปรับสูงขึ้นจำกัด เนื่องจากการซื้อขายที่ระดับมูลค่าสูง PER ปี 2568 ที่ 8.5 เท่า เราชอบ BBL (ราคาปัจจุบัน 142 บาท และ ราคาเป้าหมาย ที่ 180 บาท) มากกว่าเนื่องจากคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งและมูลค่าที่ถูกกว่าที่ PER 5.8 เท่า
คงจ่ายปันผลสูงเพื่อบรรลุเป้าหมายROE ที่ 10 ถึง 11% ภายในปี 2570
ในการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ CFO ระบุว่าธนาคารจะมุ่งเน้นที่การรักษาคุณภาพสินทรัพย์การควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานและคงอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ROE ที่ 10 ถึง 11% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าโดย SCB มองว่าคุณภาพสินทรัพย์ในพอร์ตสินเชื่อรายย่อยอาจมีความเสี่ยงในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 และได้ตั้งสำรองพิเศษ 700 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568 และ 900 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568 จากความไม่แน่นอนในประเด็นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯสำหรับโครงการ “คุณสู้เราช่วย” มีลูกค้าเข้าร่วมโครงการราว 50,000 ล้านบาท หรือ 2% ของพอร์ตสินเชื่อรวมโดย 65% เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย
เพิ่มกำไรปี 2568 ถึง 2569 จากรายได้ลงทุนและควบคุมต้นทุนหนุน EPS โต
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2568 ถึง 2569 ขึ้น 2 ถึง 4% เพื่อสะท้อนรายได้จากการลงทุนในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ที่สูงกว่าคาดโดยคาดว่าธนาคารจะบันทึกกำไรจากการลงทุนและควบคุมต้นทุนเพื่อชดเชยรายได้ที่ชะลอและคุณภาพสินทรัพย์ที่อ่อนแอในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 รายได้จากการลงทุนในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้น 2.5 เท่า จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็น 4.9 พันล้านบาทส่วนEPS คาดจะเติบโต 9% และ 4% ในปีนี้และปีหน้าตามลำดับ ส่งผล ROE มีแนวโน้มแตะระดับ 10% ภายในปี 2569 ส่วนดาวน์ไซด์ได้แก่คุณภาพสินทรัพย์ที่อ่อนแอในพอร์ตสินเชื่อไม่มีหลักประกันและสินเชื่อจำนำทะเบียนรถโดยเราคาดว่าอัตรา NPL ของทั้งสองพอร์ตจะเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอและเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอทั้งนี้ต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (credit cost) ใน CardX และ AutoX ในไตรมาส 2/2568 เพิ่มขึ้นราว 60 bps จากไตรมาสก่อนหน้า เป็น 6.3% และ มากกว่า 7% ตามลำดับ
กำไรไตรมาส 2/2568 โตจากกำไรจากการลงทุน
กำไรสุทธิ 2/2568 อยู่ที่ 1.28 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากกำไรจากการลงทุนที่สูงขึ้นสินเชื่อหดตัว 1% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ NIM ลดลง 9 bps จากไตรมาสก่อนหน้า จากผลตอบแทนสินเชื่อที่ลดลงรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลง 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากค่าธรรมเนียมประกันชีวิตที่ลดลงขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากกำไรจากการลงทุนต้นทุนดำเนินงานลดลง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการควบคุมต้นทุนที่ดีและไม่มีขาดทุนจากแอปพลิเคชัน Robinhood อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 40.2% ในไตรมาส 2/2568 จาก 42.9% ในไตรมาส 2/2567 อัตราส่วน NPL ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า แต่การก่อตัวของ NPL เพิ่มขึ้น 29 bps จากไตรมาสก่อนหน้า เป็น 189 bps ในไตรมาส 2/2568 ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (credit cost ที่ 168 bps) ลดลง 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 1.01 หมื่นล้านบาท
- แนะนำ “ถือ”
- ราคาเป้าหมายใน 12 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 00 บาท (เพิ่มขึ้นมา 4% จากเดิมอยู่ที่ 118.00 บาท)