(จบแล้ว)สามีคุณหนูใหญ่มิใช่พ่อค้า (ติดเหรียญถาวร 15/05/68)
ข้อมูลเบื้องต้น
สถานะ จบแล้ว
ติดเหรียญถาวร วันที่ 15 พฤษภาคม 2025
ยามนี้แคว้นฝูและแคว้นเหลียนกำลังรบรากันอยู่ แม่ทัพใหญ่ชุนหนิงเทียน บุตรชายคนโตและบุตรชายคนรองพร้อมด้วยทหารอีกหลายแสนนายยังปักหลักอยู่ที่ชายแดนรับมือกับข้าศึกของแคว้นเหลียนยังไม่กลับมา
ชุนเยว่เล่อ บุตรสาวคนโตของแม่ทัพใหญ่แคว้นชุนกลับพบความจริงที่ว่า สามีของนางที่ได้เสียกันที่งานเลี้ยง ต้องตบแต่งออกเดินทางมากับเขาแท้จริงแล้วกลับมิใช่พ่อค้า ฉีเฟิงหลงผู้นี้เป็นถึงหยางอ๋องซื่อจื่อแห่งเมืองลู่หยาง แคว้นเหลียน
แล้วอย่างนี้จะไม่เกิดปัญหาในภายหลังหรือ
“ภรรยาไม่เสียใจจริง ๆ ใช่หรือไม่ที่แต่งกับข้า หากเจ้าแต่งกับองค์ชายคงจะสุขสบายกว่านี้”
เฟิงหลงถามคำถามนี้ออกไปด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยเมื่อได้ยินว่าน้องสาวภรรยาได้แต่งเข้าวังอ๋อง นึกได้ว่าหากนางไม่แต่งกับเขาคงได้แต่งกับองค์ชายรองเช่นกัน อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกสงสารนางขึ้นมา
“ท่านพี่ พวกเราเป็นสามีภรรยากันแล้ว ใช้ชีวิตมาด้วยกันหลายเดือนท่านก็รู้ว่าข้าชอบการเดินทาง ชอบอิสระไม่ชอบอยู่ในวังหลวงเจ้าค่ะ”
เยว่เล่อตอบด้วยท่าทีสบายแทบไม่ต้องคิด ตาคมมองแววตาจริงใจของภรรยารักก็คิดถึงอีกเรื่องหนึ่ง ยามนี้พวกเราเป็นสามีภรรยากันแล้ว เขาไม่อยากมีความลับกับนาง
“ภรรยา ความจริงแล้วข้าเป็นว่าที่อ๋อง”
“แค่ก แค่ก”
“ภรรยา!” นี่คือครั้งแรกที่เยว่เล่อสำลักน้ำชาต่อหน้าผู้อื่น ร่างสูงตาโตรีบเข้ามาช่วยยื่นผ้าเช็ดหน้าให้นางมือก็ลูบหลังให้ ผู้เป็นภรรยาหน้าดำหน้าแดงมองค้อนสามี ตำหนิผ่านสายตาก่อนเสียงจะตามไปทีหลัง
“ท่านพี่ ใช่เวลามากลั่นแกล้งข้าหรือเจ้าคะ” เยว่เล่อตีแขนสามีเบา ๆ หากนางตกตายไปจะทำเช่นไร เฟิงหลงยิ้มแหยขยับเข้าไปนั่งชิดภรรยามากขึ้น ทำท่าบีบนวดแขนเล็ก ๆ ของนางจนเยว่เล่อเริ่มสังหรณ์ใจบางอย่าง หนังตากระตุกยิก ๆ
“เล่อเล่อ ข้าเป็นว่าที่อ๋องจริง ๆ บิดายังไม่ตกตายข้าจึงหนีออกมาผจญภัย ตอนแรกคิดว่ารอเขาตายค่อยกลับไปรับตำแหน่งสืบทอด แต่งกับภรรยาพอดีเลยจะพาเจ้ากลับไปเยี่ยมพ่อสามีสักหน่อย”
เยว่เล่อ “………”
เขียน : Katerose
ภาพ: Winda
ไทโป : twitter: duckywee_
เรื่องนี้เป็นเล่มพิเศษของเยว่เล่อคนเดียวเลย เป็นช่วงเวลาเดินทางไปกับสามี ตอนไม่เยอะ สุขนิยมแน่นอนค่ะ
บทนำ
รุ่งเช้าในวันหนึ่งจวนตระกูลชุนวุ่นวายเล็กน้อย สามวันก่อนเกิดเรื่องขึ้นกับคุณหนูใหญ่ตระกูลชุนนามชุนเยว่เล่อ นางหลับนอนกับบุรุษผู้หนึ่ง เรื่องน่าอายแพร่ไปทั่วเมืองหลวงในเวลาไม่นาน
อนุหลี่เป็นลมล้มพับตื่นมาก็เอาแต่โวยวายคับจวนจนต้องจับไปขังเอาไว้ กระทั่งฮูหยินผู้เฒ่าเองก็ล้มป่วย ยามนี้ผู้นำตระกูลอย่างแม่ทัพใหญ่รวมถึงคุณชายใหญ่ยังอยู่ที่ชายแดน เหลือเพียงฮูหยินเอกจัดการ
เดิมทีชุนเยว่เล่อเป็นเพียงบุตรอนุย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่ ตระกูลชุนอาจถูกนินทาอยู่สักเดือนเรื่องก็ซาแล้ว ปัญหาอยู่ที่นางมีสัญญาหมั้นหมายกับองค์ชายรอง และผู้มอบสัญญานี้คือฝ่าบาท
ความว่า ให้แต่งบุตรสาวตระกูลชุนเป็นพระชายาเอกแม้บุตรผู้นั้นจะเกิดจากอนุก็ตาม ยามนี้กลับหยามเกียรติองค์ชายด้วยการหลับนอนกับบุรุษธรรมดาอาชีพพ่อค้า เห็นว่าฮองเฮาทรงเรียกฮูหยินผู้เฒ่าชุนและฮูหยินเอกเข้าเฝ้า กล่าวตำหนิอยู่หลายคำเชียว
ยังดีที่องค์ชายรองไม่กล่าวโทษพร้อมหาทางออกให้ว่าเดิมฝ่าบาทกล่าวเพียงว่าให้บุตรสาวตระกูลชุนที่พ้นวัยปักปิ่นแล้วหมั้นหมายกับตน คุณหนูใหญ่เกิดก่อนจึงได้รับเลือก ยามนี้นางมีคนรักแล้วยังเหลือคนอื่นในจวนมิใช่หรือ บุตรชายช่วยกล่าวความโกรธของผู้เป็นใหญ่จึงทุเลาลงได้มาก
ตระกูลชุนจึงพ้นเคราะห์ใหญ่มาได้อย่างหวุดหวิดด้วยประการฉะนี้ หลังจากนี้ก็ต้องเตรียมข้าวของให้คุณหนูใหญ่ออกเดินทางไปกับสามีของนาง
แหล่งการค้าในเมืองหลวงมากด้วยผู้คนจากทุกสารทิศ ยามซื่อ (09:00-10:59) ในโรงน้ำชามีชาวบ้านที่นั่งพูดคุยกันอยู่ชั้นล่างสุด พวกเขากำลังมองคุณหนูเฟยฮวาบุตรสาวคนรองของแม่ทัพใหญ่ลงจากรถม้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเพราะแม่ค้าร้านใกล้ ๆ กล่าวทักทายนาง
ชุดสีฟ้าเรียบ ๆ ปลิวไหวไปกับสายลมยิ่งขับให้นางงดงาม แม้เป็นบุตรอนุแต่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นหน้าตาและกิริยา ความสามารถและความรู้ น่าเสียดายที่คนเราเลือกมารดาไม่ได้ งานบางงานจำกัดเอาไว้ให้เพียงบุตรฮูหยินเอกเข้าร่วม นางเป็นบุตรอนุจึงไม่ค่อยได้แสดงความสามารถเท่าใดนัก
ในจวนถูกเลี้ยงอย่างเท่าเทียม แต่ที่อื่นหาได้เท่าเทียมไม่
“นี่ เจ้าได้ยินข่าวหรือไม่ คุณหนูใหญ่ชุนเยว่เล่อที่เกิดจากอนุหลี่มีข่าวเสียหายกับพ่อค้าผู้หนึ่ง พรุ่งนี้ต้องตบแต่งออกไปแล้ว ยังดีที่นอกจากองค์ชายรองจะไม่ถือโทษยังเติมสินเดิมให้นางหลายสิบหีบ หากเป็นคนอื่นตระกูลชุนคงเกิดเคราะห์ใหญ่”
รอจนคุณหนูรองผ่านโรงน้ำชาไปชาวบ้านก็ขยับเข้าหากันซุบซิบเรื่องพี่สาวคนโตของนาง ก่อนหน้านั้นชาวเมืองต่างริษยาบุตรสาวอนุในจวนนี้ แม้เป็นอนุยังถูกยกไว้เทียมตำแหน่งบุตรฮูหยิน กระทั่งฝ่าบาทยังไม่ถือสาให้หมั้นหมายกับองค์ชายรองแทนการเลือกบุตรฮูหยินจากตระกูลอื่นทั่วเมืองหลวง
ทว่าคุณหนูใหญ่เยว่เล่อกลับไม่รักดีไปคว้าพ่อค้ามาร่วมหลับนอนเสียได้ หากข้าเป็นมารดาจะจับนางมัดกับเสาแล้วตีให้ตายไปเสีย มีวาสนาไม่รู้จักรับไว้ สมกับเป็นบุตรอนุไม่ได้รับการอบรมเช่นบุตรฮูหยินเอก
“เป็นบุตรอนุแต่งกับองค์ชายก็นับว่ามีวาสนาแล้ว นางยังทำเรื่องเช่นนี้อีกหรือ หยามเกียรติเกินไปแล้ว”
“เจ้าไม่คิดว่านางจะถูกกลั่นแกล้งหรือ” มีคนผู้หนึ่งแทรกขึ้นมาราวกับเรือขวางสายน้ำเชี่ยวอย่างไม่กลัว ชาวบ้านหันมองรีบส่ายหน้าไม่แม้แต่จะฉุกคิดให้เสียเวลา
“ผู้ใดจะกลั่นแกล้งนาง แล้วทำเพื่ออันใด อยากหมั้นหมายกับองค์ชายรองที่พิการแทนนางหรือ บอกว่านางทำเองเพราะไม่อยากแต่งกับคนตาบอดยังดูเป็นจริงมากกว่าอีก”
คำพูดนี้ต้องกระซิบกระซาบจนแทบไม่ได้ยิน พูดถึงคนธรรมดาเสียงดังได้ แต่หากพูดถึงเชื้อพระวงศ์ต้องระวังหน้าหลังให้ดีไม่เช่นนั้นหัวอาจหลุดจากบ่าโดยไม่รู้ตัว
ทุกคนได้ยินก็ยังพยักหน้าตามกระทั่งบัณฑิตหนุ่มที่นั่งจิบชาอยู่ใกล้ ๆ นี้ยังวิเคราะห์ได้เช่นท่านป้า ผู้ใดจะกลั่นแกล้งนางกันเล่า หากเป็นองค์ชายองค์อื่นยังพอลังเลว่าคนในจวนอาจจะอยากชิงลูกท้อทองคำของนาง
แต่นี่คือองค์ชายพิการ องค์ชายรองที่ตาบอดไม่รู้ชีวิตนี้จะกลับมามองเห็นได้หรือไม่ ราวกับคนที่ร่วมแข่งม้ากับรัชทายาทตีคู่สูสีมาตลอดจนจะถึงเส้นชัยอยู่ดี ๆ ม้าก็ล้มคว่ำไปเสียก่อน โอกาสในอนาคตหายวับไปกับตาอย่างน่าเสียดาย บางตระกูลที่สนับสนุนองค์ชายถึงกับออกไปตามหาหมอเทวดาเองเพื่อพามารักษาคนที่ตนเองสนับสนุนด้วยความร้อนใจ
แล้วท่านป้าผู้นี้กลับบอกว่ามีคนกลั่นแกล้งคุณหนูใหญ่ น่าขันแล้ว ผู้คนจะทำไปเพื่ออันใดกัน ให้บอกว่ามีคนนอกลงมือเพื่อให้ตระกูลชุนดูหมิ่นเชื้อพระวงศ์เพื่อให้พวกเขาต้องโทษยังดูเข้าเค้ากว่า
“แล้วเช่นนี้ผู้ใดจะหมั้นหมายต่อ คุณหนูรองเฟยฮวาหรือ”
“หากเป็นนางก็ดี นางไม่ต่างจากบุตรฮูหยินเลย ฮูหยินตระกูลชุนเลี้ยงเด็กในจวนเท่าเทียมกันหมด ทว่าให้นางแต่งกับผู้อื่นไม่ดีกว่าหรือ” คำสุดท้ายต้องเสียงเบาอีกครั้ง พวกเราเพิ่งชื่นชมคุณหนูรองไป หากนางแต่งกับองค์ชายรองคงน่าเสียดายไม่น้อย
บทสนทนาด้านล่างมีคนกลุ่มหนึ่งนั่งฟังอยู่ บนชั้นสองของโรงน้ำชาถูกจับจองโดยว่าที่เขยของตระกูลชุนที่ชาวบ้านกำลังพูดถึง ฉีเฟิงหลงนั่งดื่มชาบนชั้นสองห้องที่ราคาแพงที่สุดหันมองตามคุณหนูรองชุนที่กำลังถูกผู้คนนินทาอยู่ ว่าที่น้องสาวภรรยาของเขา
เช้าวันนี้พ่อค้ายากจนต้องปลอมตัวมาที่นี่เพราะคุณหนูใหญ่นัดให้เขาออกมา ห้องราคาแพงนี้ก็เป็นนางที่จ่ายเงินเอาไว้แล้ว เขาจึงใส่เสื้อผ้าดี ๆ หน่อยปิดบังตัวตนมารอสนทนากับนางที่นี่ ไม่รู้ว่ามีเรื่องใดจะคุยกับเขาผู้เป็นสามี มอบเงินและไล่เขาไปให้พ้นหน้านางกระมัง
“บ่าวในจวนมีแต่คนสงสัยคุณหนูรอง”
“ข้าว่ามิใช่” เฟิงหลงกล่าวตามที่คิด และก็เป็นอย่างที่เขาคิดจริง ๆ ท่านลุงเชี่ยวางกระดาษแผ่นหนึ่งเลื่อนมาตรงหน้าเจ้านายพร้อมเล่ารายละเอียดตามที่ไปสืบมา
“เป็นดังที่นายท่านคิดขอรับ ข้าไปสืบมาแล้วคนที่ทำคือว่าที่แม่ยายแท้ ๆ ของท่าน นางไม่ถูกกับมารดาคุณหนูรอง พอบุตรสาวจะได้แต่งกับคนตาบอดจึงคิดแค้นอยากให้บุตรสาวของอนุกัวตกต่ำกว่าบุตรสาวตนเอง แต่วันนั้นคุณหนูใหญ่รู้สึกผิดสังเกตจึงดื่มชานั้นแทนน้องสาว พอรู้ว่าถูกยาก็รีบกลับเรือน แต่เจอท่านที่ถูกยาเช่นกันระหว่างทางจึงลงเอยเช่นนี้”
ไม่นึกเลยว่านายท่านเดินทางค้าขายไปทั่วใต้หล้ามาหลายปีจะถูกยาจนได้เสียกับบุตรสาวของขุนนางตระกูลใหญ่ ทั้งก่อนหน้านางถูกวางตัวให้หมั้นหมายกับองค์ชายรอง พวกเราเกือบหัวหลุดจากบ่าทั้งขบวนแล้วดีที่เรื่องไม่ได้ร้ายแรงเพียงนั้น
“นางก็ไม่เห็นมีนิสัยร้ายกาจเช่นมารดานี่”
“ว่ากันว่าเป็นฮูหยินเอกที่เลี้ยงดูนางเป็นส่วนมากขอรับ”
เฟิงหลงพยักหน้ารับรู้ทว่าไม่ได้ตอบอันใด พวกเรานั่งดื่มชารออยู่นานคนด้านนอกก็เคาะประตูส่งสัญญาณ ร่างสูงรีบวางถ้วยชาจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยลุกขึ้นต้อนรับผู้มาใหม่
สตรีผู้หนึ่งเข้ามาด้วยใบหน้าที่ถูกปกปิดเอาไว้ พอถอดหมวกผ้าและผ้าคลุมหน้าออกจึงค่อยได้เห็นใบหน้างดงามของนาง ราวกับสตรีที่ไม่เคยโกรธเกรี้ยวมาก่อนในชีวิต ดูใจดีอย่างที่ผู้คนว่าแม้จะน้อยกว่าน้องสาวคนรองก็ตาม แต่สำหรับเฟิงหลงคุณหนูใหญ่คือสตรีที่มีรอยยิ้มงดงามยิ่งนัก เสียดายที่ถูกเขาล่วงเกิน ไม่อย่างนั้นนางในตำแหน่งพระชายาคงเหมาะสมไม่น้อย
“ขออภัยที่ข้ามาช้านะเจ้าคะ เงินค่าน้ำชาประเดี๋ยวข้าจะคืนให้ท่าน” เยว่เล่อรีบขอโทษขอโพยบุรุษตรงหน้าเพราะนางมาช้าทั้งที่เป็นคนนัดหมายอีกฝ่ายออกมาที่นี่แท้ ๆ เพราะเรื่องในจวนวุ่นวายต้องเตรียมของให้นาง เยว่เล่อหาโอกาสปลีกตัวออกมายากนัก
“ไม่ต้อง ไม่ต้อง คุณหนูใหญ่คิดว่าข้าไร้เงินทองเช่นที่คนอื่น ๆ พูดกันหรือ”
“มิใช่นะเจ้าคะ”
“ฮะฮะ ข้าล้อคุณหนูเล่น เงินค่าน้ำชาข้าย่อมพอมีไม่ลำบาก ว่าแต่ที่เรียกข้ามามีอันใดหรือ” ร่างสูงเข้าเรื่องทันที เยว่เล่อชะงักก่อนจะนั่งลงตรงข้ามอีกฝ่าย ลังเลอยู่นานสุดท้ายก็เอ่ยสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้ออกไป
“พรุ่งนี้พวกเราต้องตบแต่งกันและท่านต้องพาข้าเดินทางไปด้วย อย่างไรเสียได้โปรดช่วยไปส่งข้าที่อารามเมืองเว่ยได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าตั้งใจจะถือศีลอยู่ที่นั่นเงียบ ๆ ท่านสามารถทำเหมือนไม่เคยเจอข้ามาก่อนก็ได้เจ้าค่ะ”
มือหนาที่จับถ้วยชาจ่อปากชะงักค้างเงยหน้ามองนางด้วยความไม่เข้าใจ อันใดคือให้เขาไปส่งที่อาราม อันใดคือนางต้องการจะถือศีลกินเจที่นั่นเงียบ ๆ
“เจ้าไม่อยากแต่งเพราะข้าเป็นพ่อค้าหรือ”
“มิใช่เจ้าค่ะ พ่อค้าก็มีศักดิ์ศรีของพ่อค้า ท่านกลับถูกจับแต่งบุตรอนุเช่นข้าเป็นฮูหยิน มีอีกเรื่องที่ท่านควรรู้ ขอไม่ปิดบัง คนทำคือมารดาข้าเอง ข้าละอายใจที่ทำให้คนไม่รู้เรื่องราวต้องเดือดร้อน สินเดิมอาจจะมีไม่มากนักแต่ข้ามอบให้ท่านหมดเจ้าค่ะ”
เยว่เล่อพูดยาวเหยียดไม่ติดขัดเลยราวกับคิดคำพูดเรียบเรียงมาอย่างดีแล้ว คิดมาดีแล้วจึงได้พูดออกมาไร้ความลังเล ตาคมจดจ้องใบหน้ายิ้มแย้มของสตรีตรงหน้าแทบไม่ละสายตาไปจากนาง เพิ่งรู้ว่าแม้จะพูดเรื่องเช่นนี้นางก็ยังคงใบหน้าใจดีได้ เหตุใดหนทางชีวิตของว่าที่ฮูหยินเขาจึงดูเหมือนมีทางเลือกน้อยเสียจนน่าเวทนาเช่นนี้
เฟิงหลงมองผ่านเข้าไปในดวงตาเศร้าหมองนึกเห็นใจ คนเสียหายหนักที่สุดย่อมเป็นสตรี แต่นางกลับเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะรู้ว่าเขาถูกยาที่มารดาของนางเตรียมเอาไว้และต้องรับนางเป็นฮูหยินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และวางนางไว้ตำแหน่งอื่นไม่ได้เด็ดขาด
คนหนึ่งรู้สึกตกใจคาดไม่ถึง ทว่าสำหรับเยว่เล่อกลับคิดว่าคุณชายตรงหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของนาง เส้นทางนี้คิดมาดีแล้ว ถือศีลอยู่บนอารามตลอดชีวิตคงไม่แย่เท่าใดนัก เรื่องที่จะสนทนามีเพียงเท่านี้พูดจบจึงลุกขึ้นเตรียมจากไป
“ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว เจอกันวันพรุ่งนี้นะเจ้าคะ”
“พวกเราไปด้วยกันดีหรือไม่” เสียงทุ้มเอ่ยรั้งคนเอาไว้ เยว่เล่อชะงักหันกลับไปหาเขาด้วยความงุนงง
“ท่านว่าอันใดนะเจ้าคะ”
“สินเดิมข้าเองก็มีไม่มาก แต่ แต่พวกเราเดินทางไปด้วยกัน ท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ ค้าขายและพาเจ้าไปดูการแสดงดนตรีอย่างที่เจ้าชอบ ข้าพูดไม่ค่อยเก่งนัก บ้านข้าอาจจะไม่ใหญ่โตแต่เงียบสงบคนไม่เยอะ คงคล้าย ๆ กับอารามกระมัง ไปหรือไม่”
เฟิงหลงเกาหลังคอเขินอายเล็กน้อยที่ต้องพูดอะไรเช่นนี้ แต่เขาอยากชวนนางไปด้วยกันจริง ๆ ก่อนหน้านั้นคิดว่าบางทีอาจเป็นเขาที่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจไม่คู่ควร
พ่อค้าร่ำรวยเพียงใดก็ต่ำต้อยกว่าขุนนาง ยิ่งเขาเป็นพ่อค้าไร้ชื่อเสียงแล้วด้วยนางคงเรียกมาเพื่อสั่งให้เขาออกไปจากชีวิตนาง ไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้ ความประทับใจเล็ก ๆ ประกอบขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
“ท่านเต็มใจจะรับข้าเป็นฮูหยินหรือเจ้าคะ” เยว่เล่อคล้ายคนไม่มีบ้านแล้วมาขออาศัยบ้านคนอื่น ดวงตาของนางสั่นระริกจะร้องไห้อยู่รอมร่อ ตั้งแต่เกิดเรื่องมารดาแท้ ๆ ก็เหมือนไล่นางออกจากบ้านไปแล้ว ไม่คิดว่าบุรุษตรงหน้าจะชักชวนให้นางเดินทางไปด้วยกัน
“ย่อมเต็มใจ แต่การเดินทางอาจไม่สบายนัก แต่ข้าจะพยายาม ไปหรือไม่” เฟิงหลงแทบไม่ต้องคิด ชีวิตเขาโดดเดี่ยวมาตลอด สตรีตรงหน้าก็ดูมิได้เลวร้ายอันใด หากมีคนเพิ่มมาสักคนคงไม่เพิ่มความยุ่งยากอันใดนัก นางทำอาหารอร่อย บางทีมื้ออาหารของเขานอกจากจะไม่เหงาแล้วคงจะอร่อยกว่าเดิมเป็นแน่
สองสายตาสอดประสาน ความจริงใจส่งถึงเยว่เล่อให้รับรู้ ร่างบางน้ำตาไหลอย่างห้ามไม่ได้พยักหน้าหงึกหงักตอบไป
“ข้าไปเจ้าค่ะ ชีวิตนี้ต้องฝากไว้กับท่านแล้ว”
“เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะไปรับ พวกเราไปด้วยกัน” ผ้าเช็ดหน้าปักลายยึกยือยื่นให้นางอย่างลังเล ผืนนี้เขาปักเองและใช้มานาน แม้จะดูเก่าแต่เขาซักจนสะอาด เยว่เล่อเหลือบมองครู่เดียวก็รับไปเช็ดอย่างไม่รังเกียจ
“เจ้าค่ะ ข้าจะรอท่านที่จวน”
สวัสดีค่ะ เรื่องนี้เป็นเล่มพิเศษของชุนเยว่เล่อนะคะ เนื้อหาช่วงแรกมาจากเรื่องชุนเฟยฮวาเป็นนางร้ายมิใช่หรือนะคะ
บทที่ 1 ดีที่เป็นเขา 1/2
รุ่งเช้าผันผ่าน วันเดินทางของคุณหนูใหญ่ตระกูลชุนมาถึงแล้ว ในจวนสงบกว่าเมื่อวาน ยามเช้าเพียงแต่งตัวออกมาส่งบุตรสาวไปบ้านสามี พิธีการมิได้มากมายนัก สิ่งที่ฮูหยินเอกตระกูลชุนทำออกจะมากกว่าบ้านอื่นเสียด้วยซ้ำ
ที่เรือนคุณหนูรองยังเงียบสงัด ชุนเฟยฮวารู้สึกหนักที่ช่วงเอวจึงตื่นจากฝันลืมตามองต้นเหตุไม่นานก็เห็นแขนน้องสาวที่คุ้นหน้าและชินชากอดนางอยู่ หนิงอันมานอนกับนางอีกแล้ว
เด็กคนนี้อายุสิบสามสิบสี่หนาวแล้วก็ยังชอบมานอนกับนางเวลากลับจากเรือนฝึกของท่านตา ร่างบางขยับมองหน้าต่างที่อันเอ๋อร์คงเผลอเปิดเอาไว้พบว่าฟ้ายังไม่สว่างดี แต่เช้าวันนี้พวกเราต้องส่งคนเดินทาง สมควรตื่นได้แล้ว
“น้องเล็ก”
“อื้อ ข้าขอนอนอีกสองเค่อเจ้าค่ะ”
“วันนี้ต้องส่งพี่หญิงใหญ่เดินทาง ลืมแล้วหรือ” สิ้นคำพูดบรรยากาศพลันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด คุณหนูเล็กของบ้านตื่นเต็มตาลุกขึ้นผมเผ้ายุ่งเหยิงนั่งเหม่อลอย
“พูดถึงเรื่องนี้แล้วข้าโมโหนัก”
“พี่หญิงใหญ่ตัดสินใจแล้ว”
“ตัดสินใจรับเคราะห์ที่มารดาสร้าง หากอนุไม่ก่อเรื่องพี่หญิงใหญ่ก็ไม่ต้องตบแต่งออกไปไวเช่นนี้มิใช่หรือเจ้าคะ พวกท่านเพิ่งสิบเจ็ดหนาวเอง” เฟยฮวาเงียบไร้คำตอบ หลายเดือนก่อนนั้นฝ่าบาทโยนสัญญาหมั้นหมายเข้ามาในรั้วตระกูลชุน
ความว่าให้คุณหนูตระกูลชุนที่พ้นวัยปักปิ่นแล้วหมั้นหมายกับองค์ชายรอง แม้จะเป็นบุตรอนุก็ไม่เป็นไร ซึ่งผู้ที่ถูกเลือกคือพี่หญิงใหญ่ชุนเยว่เล่อที่เกิดก่อนนางไม่กี่เดือน
ทว่าใจความสำคัญของเรื่องนี้คือ องค์ชายรองตาบอด
เช่นนี้แล้วจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีได้อย่างไร โดยเฉพาะมารดาของพี่สาวและมารดาของนาง ดูก็รู้ว่าฝ่าบาทต้องการตัดองค์ชายรองออกจากบัลลังก์ คิดจะลดอำนาจองค์ชายรองแล้วยังหยามเกียรติอีกฝ่ายโดยใช้พวกเราเป็นเครื่องมือ นอกจากนี้ยังถือโอกาสลดอำนาจตระกูลชุนอีกด้วย
“นินทาพี่สาวอยู่หรือ” เสียงดังมาจากด้านนอกพร้อมประตูเปิดออก ย่อมเป็นพี่สาวคนโตอย่างชุนเยว่เล่อที่มาตามน้องสาวทั้งสองในวันสำคัญของตัวนางเอง
วันนี้นางแต่งตัวงดงาม ต้องเดินทางไปบ้านสามีที่อยู่ต่างแคว้นจึงมิได้แต่งชุดแดงคลุมผ้า เยว่เล่อสวมชุดสีม่วงที่เฟยฮวาและหนิงอันตัดและปักลายให้เมื่อปีที่แล้ว
ผู้เป็นน้องสาวมองแล้วเผลอยิ้มก่อนจะรีบหุบยิ้มลืมว่ากำลังเง้างอนอยู่ นอกจากชุดแล้วหนิงอันจำได้ว่าเครื่องประดับบนตัวพี่สาวเป็นนางซื้อให้เสียส่วนมากเพราะพี่หญิงใหญ่ไม่ค่อยซื้อเครื่องประดับ แต่ตัวนางออกท่องเที่ยวไปทั่วทุกสารทิศ ไปประลองก็บ่อยครั้ง ได้ของมานอกจากมารดาแล้วก็นำมาแบ่งพี่สาวทั้งสองอยู่เสมอ
เยว่เล่อมองใบหน้าเง้างอนของน้องสาวทอดถอนใจ นางรู้ว่าวิธีของนางนั้นสิ้นคิด ทว่าคนเราจะคิดหาหนทางในยามคับขันเช่นนั้นได้ดีมากเท่าใดล้วนอาศัยประสบการณ์และการฝึกฝน แต่นางคือสตรีในห้องหอ สุดท้ายจึงเป็นเช่นนี้
นางหลับนอนกับบุรุษผู้หนึ่ง จากยาของมารดาที่ตั้งใจจะทำให้เฟยฮวาหลับนอนกับบ่าวไพร่ ให้เฟยฮวาชีวิตตกต่ำกว่าบุตรสาวที่ต้องหมั้นหมายกับองค์ชายรอง ยามนี้กลับเป็นนางรับแทน ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่สามารถพบท่านแม่ได้อีกเลยเพราะนางทำแผนของอีกฝ่ายพังไม่เป็นท่า
มารดาก็เป็นเช่นนี้ ที่ยังอยู่ที่นี่ได้เพราะแม่ใหญ่เห็นแก่หน้านางทั้งนั้น
“อันเอ๋อร์โกรธพี่สาวมากหรือ” เสียงหวานไถ่ถามนั่งลงข้างเตียงของเด็ก ๆ มือก็ลูบจัดผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงให้เช่นทุกครั้งแม้ว่ายามนี้น้องสาวจะอายุสิบสี่หนาวแล้วก็ตาม
หนิงอันมุ่ยหน้าแต่ก็ขยับให้พี่สาวจัดผมให้ ตามองสำรวจใบหน้าของนางว่ามีร่องรอยความเสียใจหรือไม่กลับพบว่าไม่มีสักนิด
“ท่านไม่เสียใจหรือเจ้าคะ”
“ไม่เสียใจเลย พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงเข้าใจหรือไม่ พี่สาวเคยเจอเขาหลายครั้ง เขา เป็นคนดีไม่น้อย” เยว่เล่อพูดอึกอัก หนิงอันหันมองพี่หญิงรองเลิกคิ้วงุนงง เหตุใดจึงพูดติดขัดหน้าแดงเล่า
“ท่านชอบท่านพี่เขยหรือเจ้าคะ”
“มิใช่เสียหน่อย เพียงแต่คิดว่าหากเป็นเขาก็ไม่เป็นไรเพราะเคยพูดคุยกันหลายครั้ง โชคดีที่เป็นเขา แต่ช่างเรื่องของเจียเจี่ยเถิด เรื่องต่อไปคือเจ้าคงต้องหมั้นกับองค์ชายรอง เจ้าจะทำเช่นไรต่อ”
ร่างบางพยายามเปลี่ยนเรื่อง ทว่าสตรีทั้งสองกลับจดจ้องไม่วางตา เฟยฮวาจับมือพี่สาวเอาไว้วกกลับมาเรื่องเดิมอยู่ดี “ท่านจะไม่ทุกข์ใจใช่หรือไม่เจ้าคะ บอกให้ข้าสบายใจสักหน่อย”
“วางใจเถิด ตอนแรกย่อมเสียใจ ทว่าพอเห็นว่าในคืนนั้นเป็นผู้ใดก็ไม่เสียใจแล้ว หลังคืนนั้นก็ได้พูดคุยวางแผนชีวิตกัน เขามีความคิดที่ไม่แย่ แม้จะเป็นพ่อค้าเขาก็เป็นคนดีและยอมรับพี่สาวเป็นภรรยาทั้งยังตั้งใจจะมีภรรยาเพียงคนเดียว”
นางตอบตามที่คิดหาใช่โกหกเพื่อให้คนอื่นสบายใจ ตอนแรกคิดเพียงว่าสิ่งที่มารดาก่อให้ตนเองรับแทนผู้อื่นเสียดีกว่า ลึก ๆ แล้วย่อมเสียใจและน้อยเนื้อต่ำใจ ทว่าพอเห็นว่าคนที่นอนกับนางในคืนนั้นเป็นพ่อค้าที่เคยช่วยนางและเคยพูดคุยกันก็บังเกิดความโล่งใจ เรียกว่าใจชื้นกระมัง
“หากเขาทำไม่ดีกับท่านรีบส่งเหยี่ยวมาแจ้งข้านะเจ้าคะ” หนิงอันไม่วางใจอยู่ดี พี่หญิงใหญ่จิตใจดีกลัวนางจะถูกหลอกเอา
“แม้พี่สาวจะไม่หลักแหลมแต่ก็เคยร่ำเรียนวรยุทธ์พร้อมพวกเจ้า อย่าห่วงเลย ยามนี้สายแล้ว ลุกไปอาบน้ำได้แล้ว” สามพี่น้องสวมกอดกันไปมาก่อนจะลากกันไปอาบน้ำ ไม่จำเป็นต้องให้สาวใช้ของคุณหนูเล็กหอบเสื้อมาผ้ามาที่เรือนเพราะที่นี่มีเสื้อผ้าของนางติดตู้หลายชุดเชียว กระทั่งน้องสาวอาบน้ำเสร็จนางยังช่วยแต่งตัวให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะแยกบ้านออกไป
เฟยฮวายิ้มนั่งอยู่หน้ากระจกทองเหลืองบานใหญ่ที่หนิงอันไปประลองแล้วแบกมาให้นางกับพี่หญิงใหญ่คนละอัน ด้านหลังย่อมเป็นพี่สาวและน้องสาวที่ช่วยกันทำผมให้กับนาง ร่างบางยิ้มหยิบของในถุงผ้าออกมา เป็นกำไลถักที่นางทำเอง เฟยฮวาสวมไว้ที่ข้อมือเยว่เล่อตอนที่นางเอื้อมมาหยิบปิ่นไปปักผม
“อันใดหรือ”
“ข้าไม่รู้จะทำสิ่งใดให้ท่าน เลยถักสร้อยข้อมือให้เจ้าค่ะจะได้สวมใส่ง่ายและใส่ติดตัวตลอดได้” เฟยฮวาเอ่ยยิ้ม ๆ ความสามารถของนางที่เก่งที่สุดย่อมเป็นการปักผ้าและการถักสร้อยข้อมือ คิดว่าทำของชิ้นเล็ก ๆ ให้พี่สาวจะดีกว่าเพราะอย่างอื่นคนอื่นคงมอบให้นางแล้ว
เยว่เล่อมองสร้อยเส้นเล็กยิ้มดีใจ เป็นด้ายถักทอเป็นดอกไม้ ตรงกลางเป็นหยกเล็ก ๆ รอบเส้น งดงามยิ่ง “ขอบคุณมากนะฮวาเอ๋อร์”
“เจียเจี่ย พวกท่านแอบมาอยู่ด้วยกันไม่ชวนข้าอีกแล้ว” เสียงร้องโวยวายดังอยู่ด้านนอก ย่อมเป็นคุณชายที่เหลืออยู่คนเดียวของบ้านอย่างหนิงซานบุตรชายคนเดียวของฮูหยินเอก ยามนี้อายุเก้าหนาวแล้ว กำลังยืนท้าวสะเอวจ้องมองพวกเราอยู่
ใบหน้าที่ถอดแบบมาจากท่านพ่อพองแก้มน่าเอ็นดู เด็กคนนี้ถูกเลี้ยงดูโดยพี่สาวทั้งหลายมาตลอด มีบิดาและพี่ใหญ่ตามใจทุกครั้งที่กลับจากชายแดน แม้จะดูเอาแต่ใจไปบ้างทว่าหนิงซานรู้ความว่าเรื่องใดเอาแต่ใจได้และไม่ได้
และเด็กคนนี้เป็นสหายกับหนิงอันพี่สาวคนที่สามของบ้านเวลาถูกทำโทษเพราะหนิงอันมักจะหิ้วน้องชายออกไปก่อเรื่องเสมอ ชักชวนกันปีนกำแพงบ้าง ปีนบ้านปีนต้นไม้บ้างจนชำนาญแล้ว
“คิกคิก ซานซานถูกแม่ใหญ่ลงโทษเสร็จแล้วหรือ”
“ท่านไม่บอกข้าก่อนว่าจะแอบมานอนกับพี่หญิงรอง ข้าแอบเข้าห้องถูกท่านแม่คว้าคอเสื้อจนไอหน้าดำหน้าแดง” หนุ่มน้อยเข้ามานั่งบนเตียงนอนของเจ้าของห้องอย่างเคยชินทำหน้าเง้างอน เมื่อวานนี้เขาและพี่หญิงเล็กไปตาม แค่ก ๆ ไปเยี่ยมท่านพี่เขยโดยที่ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวเพราะกลัวพี่เขยจะนิสัยไม่ดีทำพี่หญิงใหญ่ของพวกเราเสียใจ
แน่นอนว่าอันเจียเจี่ยหิ้วคอเขาปีนขึ้นไปบนต้นไม้จากนั้นก็ขึ้นไปนอนอยู่บนหลังคา เหนื่อยแต่ก็คุ้มค่า เพราะตามอยู่ค่อนคืนก็ไม่เห็นพี่เขยทำสิ่งใดนอกจากนั่งทำบัญชี เตรียมข้าวของที่จะนำไปขาย พูดกับคนของตนเองเรื่องเตรียมบ้านต้อนรับภรรยาหลังจากนั้นก็นอน พวกเราจึงกลับมามือเปล่าไม่พอเขายังถูกท่านแม่จับได้อีก
พี่สาวทั้งสามได้ยินก็ส่งสายตาเวทนามาให้ เด็กน้อยฮึดฮัดไม่นานก็ไปนั่งแทนที่พี่หญิงรองแก้ผมที่บ่าวข้างกายทำให้เรียบร้อยเพื่อให้ทั้งสามทำผมให้ใหม่อย่างเอาแต่ใจ นอกจากพี่สาวจะไม่ว่ายังทำให้แต่โดยดี เรื่องการออกเรือนของพี่หญิงใหญ่จึงไม่มีคนเศร้าโศกอย่างที่คิดเมื่อเห็นว่านางไม่ได้เสียใจ
บุตรรักใคร่กลมเกลียวคิดหาทางออกชีวิตของกันและกันด้วยความรัก ทว่ามารดาที่มาจากต่างบ้านต่างแซ่จะรักใคร่กันได้เช่นไร ใช้สามีร่วมกันก็หาทางญาติดีกันได้ยากอยู่แล้ว
บทที่ 1 ดีที่เป็นเขา 2/2
ก่อนจะถึงกำหนดการณ์เดินทางชุนเยว่เล่อขอเข้าไปร่ำลาท่านแม่ที่เรือนของนาง ฮูหยินให้สาวใช้ที่มีวรยุทธตามนางมาด้วย กระทั่งกับบุตรสาวยังไม่ไว้วางใจกลัวอนุหลี่จะทำร้ายตบตีนาง ดูเอาเถิด มารดาเลี้ยงยังห่วงนางมากกว่ามารดาแท้ ๆ
ร่างบางเดินไปตามทางเดิน นางจะแต่งออกแล้วท่านแม่ยังเงียบอยู่ไม่แม้แต่ขอฮูหยินออกมาส่งบุตรสาว กลับเป็นนางที่ขอมาเจอเอง กระทั่งว่าที่สามีก็ยังไม่เคยได้คารวะท่านแม่ยายแท้ ๆ สักครั้ง
“ท่านแม่ ข้าเข้าไปนะเจ้าคะ” สาวใช้เปิดประตูให้บุตรสาวอนุหลี่เข้าไป เรือนขังท่านแม่ก็คือเรือนเดิมของนาง กว้างขวางและมีข้ารับใช้ไม่ได้ลำบากเช่นบ้านอื่นขังคนทำผิดเลย เยว่เล่อเดินตามบ่าวไปก็เห็นว่าท่านแม่นั่งรออยู่ด้วยสายตาอ่านยาก
มารดาของนางยังงดงามไม่เปลี่ยน ติดที่ใบหน้าของนางดูใจร้ายให้ความรู้สึกน่ากลัวมาแต่ไหนแต่ไร ยามนี้นั่งจิบชาอยู่ที่โถงรับแขก สวมชุดไว้ทุกข์ราวกับคนในครอบครัวตกตาย
“ท่านแม่ ลูกมาลาเจ้าค่ะ” น้ำเสียงคุ้นหูดังขึ้น หลี่ฟางเล่อส่งเสียงเบา ๆ ในลำคอก่อนจะลดสายตามองถ้วยชาที่นางโคลงเคลงไปมาอยู่บนโต๊ะไม่คิดหันมองบุตรสาวที่หน้าเหมือนตนเองเลยสักนิด หน้าเหมือนมารดาแล้วโง่งมได้ผู้ใดกัน
“เฮอะ รับเคราะห์แทนน้องสาวที่รัก ยามนี้มันสนใจเจ้าหรือไม่ กระทั่งบิดาเจ้ายังไม่กลับมาส่งขบวนเจ้าสาวเลย”
“ท่านแม่ ยามนี้ที่ชายแดนร้อนดั่งไฟ ท่านยังจะให้ท่านพ่อกับพี่ใหญ่กลับมาเพื่อส่งข้าหรือเจ้าคะ แค่เลี้ยงดูข้าอย่างดีก็นับว่ามีบุญคุณมากแล้ว”
บุตรอนุที่ใดถูกเลี้ยงดูด้วยความรักจากฮูหยินเอกและคนอื่น ๆ เช่นที่ตระกูลชุน นางมั่นใจว่านับดูแล้วทั่วเมืองหลวงแทบไม่มี พี่ชายใหญ่รักนางเช่นน้องสาวแท้ ๆ ไม่ต่างจากอันเอ๋อร์เลย ท่านย่าและท่านพ่อก็รักใคร่นาง บุตรชายคนเดียวของฮูหยินเอกอย่างหนิงซานก็เรียกนางพี่สาววิ่งตามต้อย ๆ จนตอนนี้จะสิบหนาวแล้ว
ชีวิตของบุตรอนุเป็นเช่นไรท่านแม่ย่อมรู้อยู่แล้ว แต่นางอยู่ที่นี่ไม่เคยถูกกลั่นแกล้งหรือทำให้น้อยเนื้อต่ำใจเลย และอีกอย่าง หากว่านางไม่หลับนอนกับพ่อค้าในวันนั้นก็คงได้แต่งเป็นพระชายาองค์ชายรอง มีบุตรอนุที่ใดได้ขนาดนี้หรือไม่
วันนี้เป็นวันสำคัญของนางก็จริงแต่จะให้ท่านพ่อและพี่ใหญ่ทิ้งชายแดนกลับมาออกจะเกินไปกระมัง
หลี่ฟางเล่ออยากถุยน้ำลายลงพื้นเสียจริงหลังจากได้ยินคำพูดไม่เข้าหูของบุตรสาว นางคลอดออกมาเลี้ยงมากับมือ เด็กสารเลวนี่กลับเอนเอียงยอมให้ฮูหยินและคนอื่น ๆ เป่าหูได้ง่ายดาย เอ่ยปากออกมาคนคงนึกว่านางเป็นบุตรสาวของฮูหยินไปแล้วกระมัง ไม่เหมือนมารดาแม้แต่น้อย
“รักบุตรอนุดีกับบุตรตนเองมีอันใดน่าตกใจ ขนาดบ่าวอย่างเจ้าหยางหรงบิดาเจ้ายังรักราวกับพี่ชายน้องชายแท้ ๆ มอบเด็กอี้หานให้ไปเลี้ยงง่าย ๆ เฮอะ เลี้ยงบุตรอนุเทียมบุตรฮูหยิน ปฏิบัติกับบ่าวราวกับสหายรักทั้งยังให้เจ้าไปอยู่กับพวกมันตั้งหลายเดือน กลับมาจึงโง่งมเช่นนี้อย่างไรเล่า”
เยว่เล่อถูกคำพูดเช่นนี้จนชินชาแล้ว ใบหน้างดงามเรียบนิ่ง หันมองดวงตาแข็งกร้าวของมารดาก็ท้อใจ สุดท้ายแล้วหากมารดาคิดไม่ได้ก็ปล่อยให้แม่ใหญ่จัดการตามสมควรเถิด
“ลูกต้องไปแล้ว ขอให้ท่านแม่รักษาสุขภาพด้วย”
//เพล้ง//
“สารเลว!! ประเสริฐนัก เป็นคนดีเข้าไปเถิด วันใดลำบากลำบนก็ขอให้กินน้ำตาของเจ้าไม่ต้องร้องกลับมาหาข้า” คำพูดถากถางพร้อมกับของบนโต๊ะถูกปัดลงพื้นไม่นานท่านแม่ก็กลับเข้าห้องนอนปิดประตูเสียงดัง ทิ้งบุตรสาวไว้ที่ห้องโถงกับข้ารับใช้ เยว่เล่อถอนหายใจเดินไปเก็บมันด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
“คุณหนู ถึงเวลาแล้วเจ้าค่ะ ท่านเขยเองก็มาถึงแล้ว”
“เช่นนั้นไปกันเถิด” มือละจากเศษจอกชาลุกขึ้น เยว่เล่อมองส่งมารดาครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกมาจากเรือนอนุหลี่ มารดาที่ให้กำเนิดนางในที่สุด ขณะที่ด้านในมีเสียงข้าวของตกมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงหวีดร้องของมารดาราวกับรับความจริงบางอย่างไม่ได้
บุตรสาวแต่งออกไปก็เป็นการตัดขาดครอบครัวกลาย ๆ ปกติจะมีเพียงมารดาที่ยังห่วงหาคอยช่วยเหลืออยู่ลับ ๆ ทว่าตอนนี้คงไม่เป็นเช่นนั้น อนาคตหากพบเจอเรื่องลำบากจริง ๆ คงเป็นน้องสาวน้องชายมากกว่าที่คอยถามไถ่