โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อินเดียเร่งเจรจาลดภาษีนำเข้ากับสหรัฐฯ หวังได้ข้อตกลงดีกว่าอินโดนีเซีย ก่อนเส้นตาย 1 ส.ค.

THE STANDARD

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 04.01 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 04.01 น. • thestandard.co
อินเดียเร่งเจรจาลดภาษีนำเข้ากับสหรัฐฯ หวังได้ข้อตกลงดีกว่าอินโดนีเซีย ก่อนเส้นตาย 1 ส.ค.

ทางการอินเดียกำลังเร่งผลักดันข้อตกลงการค้ากับรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยมีเป้าหมายหลักคือการได้รับอัตราภาษีนำเข้าที่ต่ำกว่าที่สหรัฐฯ เพิ่งตกลงกับอินโดนีเซีย หวังบรรลุข้อตกลงก่อนเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคมนี้

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากอินโดนีเซียในอัตรา 19% ซึ่งลดลงจากระดับ 32% ที่เคยมีการขู่ไว้ก่อนหน้า ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว สหรัฐฯ จะได้รับสิทธิ์ในการส่งออกสินค้าไปยังอินโดนีเซียโดยไม่มีการเรียกเก็บภาษีนำเข้า และในเวลาเดียวกัน ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ข้อตกลงกับอินเดียจะอยู่ใน ‘ระดับเดียวกัน’ พร้อมทั้งย้ำว่า “เรา (สหรัฐฯ) จะสามารถเข้าถึงตลาดอินเดียได้”

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่อินเดียที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เปิดเผยว่า อินเดียต้องการข้อตกลงอัตราภาษีนำเข้าที่ดีกว่าที่อินโดนีเซียได้รับ และต่ำกว่าระดับ 20% ที่ทรัมป์ประกาศว่าจะใช้กับเวียดนาม ก่อนหน้านี้ Bloomberg News รายงานว่า ทั้งสหรัฐฯ และอินเดียกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อลดอัตราภาษีนำเข้าที่เสนอไว้ให้ต่ำกว่า 20% โดยปัจจุบัน คณะเจรจาจากอินเดียกำลังอยู่ในกรุงวอชิงตัน เพื่อผลักดันให้ข้อตกลงดังกล่าวสามารถบรรลุได้ทันเวลาที่กำหนด

เจ้าหน้าที่อินเดียเปิดเผยว่า อินเดียหวังว่าจะสามารถเจรจาอัตราภาษีนำเข้าที่จะช่วยให้ประเทศได้เปรียบทางการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคเดียวกัน โดยอินเดียมองว่า ตนเองแตกต่างจากเวียดนาม หรือประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รายอื่นๆ ที่สหรัฐฯ อาจมองว่าเป็นเพียงศูนย์กลางการส่งผ่านสินค้า (transshipment hub) และจากการหารือที่ผ่านมา บ่งชี้ว่า อินเดียอาจได้รับอัตราภาษีนำเข้าที่ดีกว่าประเทศเหล่านั้น

Soumya Kanti Ghosh หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก State Bank of India ระบุว่า คณะเจรจาของอินเดียตั้งเป้าที่จะลดอัตราภาษีนำเข้าให้ต่ำกว่า 10%

“อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ย่อมคาดหวังสัมปทานที่สำคัญในการเข้าถึงตลาดอินเดียสำหรับสินค้าของตนเป็นการตอบแทน” Ghosh กล่าว

ทั้งนี้ แม้ว่าอินเดียจะยังคงลังเลที่จะเปิดตลาดสำหรับสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์นม แต่ก็อาจพิจารณาให้สัมปทานในภาคอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การเกษตร โดยอินเดียได้เสนอจะปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ลงเหลือ 0% หากสหรัฐฯ ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน นอกจากนี้ อินเดียยังเสนอแนวคิดในการเปิดตลาดให้กับสินค้าการเกษตรบางประเภทจากสหรัฐฯ และมีความเป็นไปได้ในการพิจารณาสั่งซื้อเครื่องบินเพิ่มเติมจากบริษัท Boeing

สหรัฐฯ ลดท่าทีเผชิญหน้ากับจีน ท่ามกลางข้อกังวลนโยบายที่ผันผวน

ในอีกด้านหนึ่ง ทรัมป์ได้ลดท่าทีที่แข็งกร้าวกับจีนลงอย่างเห็นได้ชัด เพื่อปูทางไปสู่การจัดการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก

ปัจจุบัน ทรัมป์ได้หันมามุ่งเน้นการทำข้อตกลงด้านการจัดซื้อสินค้าจากจีน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการเจรจาในช่วงสมัยแรกของการดำรงตำแหน่ง โดยเน้นการเฉลิมฉลองผลสำเร็จในระยะสั้น มากกว่าการแก้ไขปัญหารากฐานที่นำไปสู่ความไม่สมดุลทางการค้า ทั้งนี้ จีนเพิ่งรายงานตัวเลขดุลการค้าที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ อันเป็นผลมาจากการส่งออกที่พุ่งสูงขึ้น

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวได้เน้นย้ำว่า ทรัมป์ยังคงมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยยกตัวอย่างมาตรการที่เข้มงวดที่ยังคงบังคับใช้กับจีนตั้งแต่สมัยแรกของการดำรงตำแหน่ง เช่น การจำกัดกิจกรรมของบริษัท Huawei Technologies Co. และการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเกือบทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ท่าทีที่กลับไปกลับมาของทรัมป์ และการเปลี่ยนทิศนโยบายที่เคยให้คำมั่นไว้ ได้ก่อให้เกิดความกังวลในหมู่ผู้กำหนดนโยบาย ทั้งภายในรัฐบาลและที่ปรึกษาภายนอก โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวล่าสุดในสัปดาห์นี้ ยิ่งตอกย้ำความกังวลที่ว่า ‘เส้นแดง’ หรือจุดยืนสำคัญที่สหรัฐฯ เคยวางไว้กับจีนนั้น อาจกลายเป็นประเด็นที่สามารถต่อรองได้

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การที่รัฐบาลได้อนุญาตให้บริษัท Nvidia Corp. กลับมาจำหน่ายชิป H20 ซึ่งเป็นชิปที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับตลาดจีนอีกครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายรายเคยยืนยันว่าประเด็นนี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งนับเป็นการเคลื่อนไหวที่ย้อนแย้งกับแนวทางเดิมของฝ่ายบริหาร ที่มุ่งมั่นที่จะป้องกันเทคโนโลยีสำคัญของสหรัฐฯ มิให้ตกไปอยู่ในมือของจีน

ภาพ: Mr Changezi / Shutterstock

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...