โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจ อุ้มหนุ่มฮอดรีดเงินคดีเมาแล้วขับ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 24 พ.ค. 2568 เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2568 เวลา 10.12 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(24 พ.ค. 68) นายเล็ก นามสมมุติ อายุ 21 ปี ชาวบ้านตาลใต้ ต.บ้านตาล อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เล่าเหตุการณ์เมื่อเวลาเที่ยงคืน 57 นาทีวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังขับกระบะที่ยืมจากเพื่อนกลับจากงานเลี้ยงที่หมู่บ้านห้วยทรายแล้ง ต.บ้านตาล อ.ฮอด เพื่อจะไปหาแฟนสาวอีกหมู่บ้านในพื้นที่ อ.ดอยเต่า

ขณะที่ขับรถมาถึงบริเวณบ้านดงดำ ต.ฮอด อ.ฮอด ซึ่งเป็นรอยต่อเขตอำเภอดอยเต่า ตนเกิดปวดปัสสาวะได้จอดรถเพื่อทำธุระข้างทางหลังจากทำธุระเสร็จได้ขึ้นรถเพื่อขับไปต่อ มีชายฉกรรจ์ 2 คนได้อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สวมเครื่องแบบได้แสดงบัตรประตัวแต่ตนมองไม่ชัดว่าเป็นตำรวจหน่วยไหน ขอตรวจค้นในรถแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ชายทั้งสองจึงถามตนว่าได้ดื่มสุรามาหรือไม่ ตนยอมรับเพิ่งกลับจากการสังสรรค์ที่บ้านเพื่อน

ชายทั้งสองจึงได้พูดว่าจะนำตัวไปดำเนินคดีเมาแล้วขับโดยที่ไม่ตรวจปัสสาวะหรือเป่าแอลกอฮอล์ ก่อนจะพาตนขึ้นรถกระบะโตโยต้าสี่ประตูสีขาว ส่วนชายอีกคนได้ขับรถกระบะของตนตามมามุ่งหน้าไปอำเภอดอยเต่าก่อนจะเลี้ยวเข้าทะเลสาบดอยเต่า และขับรถพาตนเข้าเส้นทางเปลี่ยวและจอดรถขับรถเปลี่ยนจุดเขตติดต่อ อ.ดอยเต่าและ อ.ฮอด 7-8 จุด ตนได้บอกว่ามีเงินสดติดตัว 1 พันบาท

ระหว่างนั้นได้ใช้อาวุธไม่แน่ใจว่าเป็นมีดหรืออาวุธปืนวางกับเบาะรถจ่อที่ข้างลำตัวตน จอดรถพูดจาข่มขู่ตนให้โทรศัพท์ติดต่อญาติให้นำเงินมาจ่าย 2 หมื่นบาท เพื่อเป็นการแลกกับไม่ต้องส่งตัวตนไปดำเนินคดีที่สถานีตำรวจ

ตนรู้สึกกลัวมากเกรงว่าจะเกิดอันตรายถึงชีวิตจึงได้โทรศัพท์บอกนายหนุ่ม นามสมมุติ อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นพี่ชาย ให้ช่วยนำเงินมามอบให้ชายทั้งสองคนที่ควบคุมตัวตนไว้ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้จึงได้โทรศัพท์ติดต่อญาติอีกหลายคนเพื่อให้ไปบอกพี่ชายตนที่บ้านจนตนได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่ชายใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง ซึ่งระหว่างที่มีการเจรจาพูดคุยกันตนได้โอกาสตอนที่ชายคนดังกล่าวเผลอหยิบใบการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องของรถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งระบุหมายเลขทะเบียนรถคันดังกล่าว จนในที่สุดชายฉกรรจ์ทั้งสองคนสามารถติดต่อกับพี่ชายตนได้ และนำตัวมาปล่อยที่รถยนต์ของตนที่ชายอีกคนขับมาจอดไว้

นายหนุ่ม นามสมมุติ อายุ 31 ปี พี่ชายนายเล็กฯ ผู้เสียหาย กล่าวว่า หลังจากทราบว่าน้องชายตนถูกจับตอนแรกยังเข้าใจว่าน้องชายตนไปยืมรถเพื่อแล้วไปก่อเรื่องจนระหว่างที่ได้คุยโทรศัพท์กับน้อง ได้บ่นกับน้องอยู่ว่าดึกดื่นแล้วยังก่อเรื่อง

พอคุยกับน้องชายหลายๆ รอบจึงมั่นใจว่าน้องชายถูกชายที่อ้างว่าเป็นตำรวจจับ และขอพูดคุยกับชายคนดังกล่าวแต่ได้รับการปฏิเสธ ตนจึงแสดงตัวว่า เป็นพี่ชายเขา ได้มีโอกาสพูดกับชายคนดังกล่าวผ่านช่องแชทเครื่องโทรศัพท์ของน้องชาย จนสายโทรศัพท์ถูกตัดหลายครั้ง แต่ก็ได้คุยกันจนได้ ทราบว่าน้องชายอยู่กับคนที่อ้างเป็นตำรวจ ระหว่างนั้นมีการติดต่อแต่สายทิ้งหลายครั้งเหมือนถูกบังคับอยู่ ว่าเป็นถูกตำรวจจับข้อหาเมาแล้วขับไปและต้องการให้นำเงิน 2 หมื่นบาทไปมอบให้ชายทั้งสอง

ตนจึงได้แจ้งให้นายอินชัย เตจาบูรณ์ ผู้ใหญ่บ้านตาลใต้ เพื่อไปขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฮอด ช่วยเหลือน้องตนเนื่องจากตนไม่เชื่อว่ากลุ่มคนที่จับตัวน้องชายตนไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะไม่มีการนำตัวน้องชายตนส่งสถานีตำรวจ มีการเรียกร้องเงิน ซึ่งมีการต่อรองเงินจนเหลือ 7 พันบาท

เมื่อไปถึงสถานีตำรวจภูธรฮอด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยเหลือวางแผนที่จะจับกุมตัวชายทั้งสอง แต่เกรงว่าน้องชายจะได้รับอันตราย ตนได้โทรศัพท์ไปหาน้องชายพูดคุยกับชายคนดังกล่าวเพื่อต่อรองจ่ายเงินและให้ปล่อยตัวน้องชาย โดยได้นัดหมายให้ตนนำเงินไปวางไว้ที่ทางเข้าบ้านดงดำ ต่อมาชายคนดังกล่าวได้แจ้งให้ย้ายจุดส่งเงินโดยให้ตนนำไปไว้ที่ใต้ป้ายวัดดอยอูบแก้ว ต.ฮอด อ.ฮอด เป็นเงิน 6 พันบาทเป็นแบ็งค์ 500 ใบ 10 ใบ แบ็งค์พัน 1 ใบ และเงิน 1 พันบาทที่ติดตัวน้องชายรวมเป็นเงิน 7 บาท เมื่อวางเงินแล้วก็ขับกลับไปยัง สภ.ฮอด เพื่อรอการปล่อยตัวน้องชาย

ต่อมาทราบว่า มีชายอีกคนมารอเก็บเงิน ส่วนน้องชายตนอยู่ในรถกระบะกับชายอีกคน หลังจากที่ทั้งสองคนได้เงินจึงพาน้องชายตนมาส่งที่รถที่จอดไว้บนทางเปลี่ยวใกล้กับบ้านดงดำ เมื่อพบน้องชายตนกับผู้ใหญ่บ้านจึงพาน้องชายไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ฮอด ไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่ นายอินชัย เตจาบูรณ์ ผู้ใหญ่บ้านตาลใต้ เปิดเผยว่า หลังจากได้รับแจ้งจากนายหนุ่มฯว่าน้องชายได้ถูกชายฉกรรจ์ 2 คน อ้างว่าเป็นตำรวจแล้วพาขึ้นรถไปเพื่อเรียกรับเงินค่าปรับเมาแล้วขับ จึงสงสัยว่าไม่น่าจะเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พานายหนุ่มไปที่ สภ.ฮอด เพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวน้องชายนายหนุ่ม ซึ่งได้มีการวางแผนที่จะให้นายหนุ่มนำเงินไปให้แล้วให้เจ้าหน้าที่เข้าล็อกตัว แต่นายหนุ่มเกรงว่าน้องชายจะได้รับอันตรายเนื่องจากขณะที่มีการโทรศัพท์จากเครื่องของน้องชายนายหนุ่มฯ ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มชายฉกรรจ์เกรงว่าคนอื่นจะรู้หมายเลขโทรศัพท์ ตลอดระยะเวลที่มีการต่อรองกันคล้ายกับคนร้ายจับตัว รีดไถ ซึ่งบางครั้งผู้เสียหายมีโอกาสได้ถือโทรศัพท์ได้แชทบอกกับพี่ชายว่า พี่ให้รีบเอาเงินมาให้เขามาก่อนที่จะไม่ได้เห็นหน้ากันอีก แสดงว่าระหว่างที่มีการควบคุมตัวผู้เสียหายกลุ่มชายฉกรรจ์มีการข่มขู่ผู้เสียหายตลอดทำให้ผู้เสียหายไม่กล้าหลบหนี

ผู้ใหญ่บ้านตาลใต้ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในพื้นที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวบ่อยครั้ง ล่าสุดหลังเกิดเหตุการณ์นี้ซึ่งเกิดกับลูกบ้านของตน มีชาวบ้านที่ถูกกระทำลักษณะคล้ายๆ กัน ติดต่อให้ข้อมูลกับตน 5-6 ราย หลังจากนี้จะได้มีการประสานขอข้อมูลกับผู้เสียหายคนอื่นๆ อีกครั้ง ว่าเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกันที่ก่อเหตุกับนายเล็กฯ ลูกบ้านของตนหรือไม่

ขณะเดียวกันพลเมืองดีได้นำคลิบเสียงการเจรจาต่อรองระหว่างญาติผู้เสียงหายกับหนึ่งในชายฉกรรจ์ซึ่งข้อความสนทนาญาติผู้เสียหายพยายามพูดคุยกับชายคนดังกล่าวว่า ตอนนี้มีเงินไม่พอมีเพียง 5 พันบาทเท่านั้น ไม่พอที่จะจ่ายให้ชายที่อ้างว่าเป็นตำรวจได้มากกว่านี้ และพยายามพูดคุยให้ชายคนดังกล่าวส่งตัวผู้เสียหายไปดำเนินคดีที่สถานีตำรวจ และขอไปเสียค่าปรับที่สถานีตำรวจทำให้เกิดการถกเถียงกันตลอดระยะเวลาที่มีการพูดจาต่อรองจนไม่สามารถตกลงกันได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...