รมว.คลังสหรัฐ แนะ “พาวเวล” ลาออกประธานเฟดหลังหมดวาระปี 2569 ทรัมป์เริ่มเฟ้นหาคนใหม่
รมว.คลังสหรัฐ แนะ "พาวเวล" ลาออกประธานเฟดหลังหมดวาระปี 2569 เพื่อเลี่ยงความสับสนในตลาด ขณะที่รัฐบาลทรัมป์เริ่มกระบวนการคัดเลือกผู้นำเฟดคนใหม่
วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 19.27 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg Television โดยเสนอแนะว่า เจอโรม พาวเวล ควรลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ เมื่อวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม ปี 2569
เบสเซนต์กล่าวว่า ตามธรรมเนียมแล้ว เมื่อประธานเฟดหมดวาระ ก็มักจะลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าการด้วย …มีการพูดถึงกันมากเรื่องประธานเฟดเงา ซึ่งอาจสร้างความสับสน ก่อนจะมีการเสนอชื่อคนใหม่อย่างเป็นทางการ และผมบอกได้เลยว่า ถ้าพาวเวลยังอยู่ในบอร์ดหลังหมดวาระ จะทำให้ตลาดเกิดความสับสนมากแน่นอน”
แม้ว่าพาวเวลจะหมดวาระในฐานะประธานเฟดในเดือนพฤษภาคม 2569 แต่เขายังสามารถดำรงตำแหน่งในฐานะผู้ว่าการเฟดได้ถึงเดือนมกราคม 2571 ซึ่งจะทำให้เขายังมีสิทธิร่วมกำหนดนโยบายการเงินอยู่ จนถึงขณะนี้พาวเวลยังไม่เคยให้คำตอบชัดเจนว่าเขาจะอยู่ต่อหรือไม่ ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนให้กับทีมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังเตรียมเปลี่ยนแปลงผู้นำเฟดในปีหน้า
เบสเซนต์กล่าวว่า“ตอนนี้กระบวนการคัดเลือกตัวประธานเฟดคนใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้ว” และเสริมว่า “มีผู้สมัครที่เหมาะสมมากมาย ทั้งจากภายในและภายนอกเฟด”
เมื่อถูกถามว่าทรัมป์เคยขอให้เขาเป็นประธานเฟดหรือไม่ เบสเซนต์ตอบว่า“ผมมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจนี้ด้วย” และย้ำว่าเป็นการตัดสินใจของประธานาธิบดีทรัมป์ และเขาจะดำเนินการตามจังหวะของเขาเอง
แนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย
หลังจากเบสเซนต์ให้สัมภาษณ์ ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐร่วงลง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีพุ่งขึ้นแตะ 3.93% ส่วนดัชนีค่าเงินดอลลาร์ Bloomberg Dollar Spot Index ที่เดิมลดลง ก็ฟื้นกลับมาใกล้ระดับเดิม ณ เวลา 08.25 น. ตามเวลาเมืองนิวยอร์ก
หากพาวเวลไม่ประกาศเจตนาชัดเจนว่าจะลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าการ ก็จะทำให้ทรัมป์มีที่ว่างให้แต่งตั้งสมาชิกบอร์ดเฟดใหม่เพียง 1 คนในปีหน้า คือเมื่อวาระของ Adriana Kugler สิ้นสุดลงในเดือนมกราคม 2570
เบสเซนต์เคยระบุเมื่อเดือนก่อนว่า ชื่อผู้ที่จะมาเป็นประธานเฟดคนใหม่อาจเปิดเผยในช่วงตุลาคมหรือนิถุนายน เพื่อให้สอดคล้องกับไทม์ไลน์ดังกล่าว
ทรัมป์แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าต้องการให้ประธานเฟดคนใหม่เป็นผู้ที่สนับสนุนการลดดอกเบี้ย เขาวิจารณ์พาวเวลมาหลายครั้งที่ไม่ลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม แม้เคยปรับลดเมื่อปีก่อน ขณะที่บรรดาผู้กำหนดนโยบายของเฟดเอง ยังคงระมัดระวัง โดยชี้ว่าภาษีนำเข้าของทรัมป์อาจผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น และต้องการรอดูข้อมูลเพิ่มเติมก่อนจะปรับลดดอกเบี้ยอีกครั้ง
ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิถุนายน กำหนดเผยแพร่ในเช้าวันอังคาร เบสเซนต์ระบุว่าเขายังไม่ได้ดูข้อมูลล่าสุดก่อนให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg แต่กล่าวว่า“ไม่ควรให้ความสำคัญกับตัวเลขเพียงครั้งเดียวมากเกินไป” โดยชี้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดยังไม่สนับสนุนความกังวลเรื่องการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าอย่างรุนแรง
ดราม่าเรื่องงบประมาณปรับปรุงอาคารเฟด
เบสเซนต์ยังกล่าวด้วยว่า เฟดเคยคาดการณ์เศรษฐกิจผิดพลาดหลายครั้งและกรณีเงินเฟ้ออาจเป็นหนึ่งในนั้น แต่ย้ำว่า “ทรัมป์พูดหลายครั้งแล้วว่าเขาไม่คิดจะปลดพาวเวล”
อย่างไรก็ดีความกดดันต่อพาวเวลเพิ่มสูงขึ้นในเดือนนี้ หลังจากสมาชิกพรรครีพับลิกันจำนวนมากวิจารณ์เรื่องงบประมาณบานปลายในโครงการปรับปรุงอาคารประวัติศาสตร์ 2 แห่งที่อยู่ในการดูแลของเฟด บางคนถึงกับอ้างว่าเรื่องนี้อาจเป็นเหตุอันชอบธรรม ทางกฎหมายที่ประธานาธิบดีสามารถใช้ในการปลดประธานเฟด
อ้างอิง : bloomberg.com