โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ปมฮั้ว ส.ว. เดือด! นัดถก 17 ก.ค. พบผู้สมัครรับเงินมาโหวต-ไม่รู้เบื้องหลังขบวนการ

เดลินิวส์

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 01.15 น. • เดลินิวส์
“อธิบดีดีเอสไอ” เรียกประชุม “ชุดสอบสวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.” 17 ก.ค. หารือความคืบหน้า วางแนวทางสอบสวนเพิ่มเติม หลังพบข้อเท็จจริง ผู้สมัครส่วนใหญ่รับเงินมาเพื่อลงสมัคร สว. โหวตคนอื่น พร้อมตั้งข้อสังเกต บางส่วนไม่รู้รายละเอียดครบวงจรขบวนการฮั้ว ไม่รู้วัตถุประสงค์ผู้จ่ายเงินว่าต้องการ สว. แย้ม ไม่ปฏิเสธเชิญ “กก.บห.ภูมิใจไทย” สอบปากคำ หลังโผล่ชื่อในสำนวนฮั้ว สว.ของ กกต. ระบุ หากหลักฐานเชื่อมโยงต้องเรียกสอบทั้งหมด

จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงผู้ที่เป็นสมาชิกอั้งยี่และผู้สนับสนุน หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ลงพื้นที่และจำลองเหตุการณ์ อิมแพ็ค ฟอรัม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ใช้เลือก สว. ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.67 เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปจัดทำเป็นระบบแผนที่อัจฉริยะ GEO-AI คือ การใช้ AI และระบบภูมิสารสนเทศ (Geospatial Technology) ในการแสดงเหตุการณ์การเลือก สว. ระดับประเทศ พิจารณาพฤติกรรมกลุ่มบุคคลที่ปกปิดวิธีการดำเนินการและความมุ่งหมาย เพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายในการเลือก สว. อีกทั้งยังใช้ระบบ AI ในการตรวจจับใบลงคะแนนที่มีลักษณะผิดปกติ เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการกาหมายเลขชุดเรียงกันซ้ำๆ หลายฉบับ หรือโหวตลงคะแนนตามโพย กระทั่งมีการสืบสวนเส้นทางการเงินจากรายการเดินบัญชีของธนาคาร ตามคำให้การของพยานรายสำคัญที่รู้เห็นขบวนการฮั้ว จนพบบุคคลกลุ่มแรก จำนวน 7 ราย มีเส้นทางการเงินใกล้ชิดกับขบวนการจัดฮั้ว สว. คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จึงออกหมายเรียกพยานลอตแรกนี้ เพื่อสอบสวนปากคำตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.68 เป็นต้นไป รวมถึงล่าสุดได้มีการออกหมายเรียกพยานเพิ่มอีก 5 ราย รวมเป็น 12 ราย ตามที่มีการรายงานข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าในส่วนของคดี สว. ที่อยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไอ จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 17 ก.ค.นี้ โดยจะเป็นการประชุมร่วมกันของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ฐานความผิดอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ซึ่งวัตถุประสงค์ของการประชุมก็เพื่อกำหนดแนวทางขั้นตอนต่อไป เนื่องจากในการสอบสวนปากคำพยานที่ผ่านมา ดีเอสไอพบว่าบุคคลที่เป็นสมาชิกในกลุ่มที่ร่วมกันกระทำครั้งนี้ค่อนข้างมีจำนวนมาก และส่วนใหญ่เป็นคนที่ไปรับเงินแล้วมาลงสมัครรับเลือก สว. เพื่อไปโหวตบุคคลอื่นโดยที่ไม่เลือกตัวเอง จึงต้องหารือว่าจะใช้วิธีการหาพยานหลักฐานอย่างไรบ้าง หรือจะสอบสวนปากคำเพิ่มอีกกี่ราย

พ.ต.ต.ยุทธนา เผยอีกว่า หากถามว่าเป็นการกระทำความผิดหรือไม่ ก็ต้องเรียนว่ามีการกระทำความผิดจริง แต่ก็ต้องพิจารณาว่าเป็นการกระทำความผิดในส่วนไหน เพราะเขาอาจจะรู้หรือไม่รู้ก็เป็นได้ อาจรับเงินมาเพื่อลงสมัคร สว. แต่อาจไม่รู้ว่ากระบวนการนี้มันมีจุดประสงค์เพื่อต้องการ สว. คนเหล่านี้อาจไม่ได้รู้ครบทั้งวงจร ดังนั้น เราจึงนัดประชุมหารือคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ว่าจากพยานหลักฐานที่เรารวบรวมมาถึงตอนนี้มันมีข้อเท็จจริงรับฟังอย่างไรได้บ้าง และจะพิจารณาจำนวนการสอบสวนปากคำอย่างไรต่อไป ขณะที่กรณีความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอไปร่วมสอบสวนกับ กกต. ทราบว่าอยู่ระหว่างขั้นตอนสรุปข้อมูลและพยานหลักฐาน

เมื่อถามว่าในส่วนของสำนวนที่คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 (กกต.) ดำเนินการอยู่นั้น มีรายชื่อของกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยรวมอยู่ด้วยในคดีฮั้ว สว. เช่นนี้ในสำนวนคดีอาญาที่ดีเอสไอรับผิดชอบ ฐานอั้งยี่-ฟอกเงิน จะต้องเชิญมาสอบปากคำด้วยหรือไม่นั้น พ.ต.ต.ยุทธนา ยืนยันว่า หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงก็จำเป็นต้องเชิญมาให้ข้อมูล ซึ่งเราต้องเชิญทั้งหมด เพราะมันสอดคล้องกับของสำนวน กกต.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...