โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทย-กัมพูชาอีกครั้ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 02.20 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 02.20 น.

คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

แนวชายแดนตะวันออก ไทย-กัมพูชา เกิดปัญหาขึ้นอีก จากกรณีปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งมีชาวกัมพูชาขอเข้ามาเยี่ยมชมและร้องเพลงชาติ ต่อมา 28 พ.ค. ทหาร 2 ฝ่ายปะทะที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี ทำให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย ผู้นำกัมพูชาแสดงท่าทีไม่พอใจ และประกาศว่า จะนำปัญหาพิพาทชายแดนที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี, ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก ร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

ขณะที่ทางฝ่ายไทย มีความเคลื่อนไหวขอปิดด่านชายแดน 6 แห่ง และจุดผ่อนปรน 10 แห่ง แต่รัฐบาลยืนยันให้เปิดให้ประชาชน 2 ประเทศได้ไปมาหาสู่และทำธุรกิจกันต่อไป

ข่าวลือจะปิดด่านชายแดนทุกแห่ง ทำให้เกิดผลกระทบ ธุรกิจการค้า 2 ประเทศลดความคึกคักลงไป นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศเผยว่า หลังเกิดเหตุปะทะที่ช่องบก ฝ่ายไทยได้ประสานกับกัมพูชาในหลายระดับ ทั้งพูดคุยทางโทรศัพท์กับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา การพบปะระหว่างผู้บัญชาการทหารบกของทั้งสองฝ่ายเมื่อวันที่ 29 พ.ค. และในวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้หารือกับรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา อีกครั้งระหว่างการประชุมที่ญี่ปุ่น

รวมถึงการหารือกับสมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เห็นร่วมกันว่าจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อลดความตึงเครียด ผ่าน 3 กลไกหลัก คือ กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC, คณะกรรมการร่วมมือ
รักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป หรือ GBC และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC ตามแนวทางที่ผู้นำทั้งสองประเทศเคยตกลงกัน

ไทยและกัมพูชา เคยมีข้อขัดแย้งที่ต้องไปตัดสินที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศมาแล้ว คือกรณีเขาพระวิหาร ในปี 2505 และต่อมาในปี 2554-2556 ปัจจุบันเขาพระวิหารอยู่ในอำนาจอธิปไตยของกัมพูชา บทเรียนจากข้อพิพาทดังกล่าวก็คือ การขยายประเด็นเป็นเรื่องการเมือง เพื่อให้เกิดผลกับบางฝ่าย สำหรับข้อพิพาทในครั้งนี้ เกิดขึ้นในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำ 2 ประเทศเป็นไปด้วยดี เป็นปัญหาเขตแดนที่ 2 ฝ่ายเจรจากันอยู่แล้ว ก่อนขยายตัวอย่างฉับพลันกลายเป็นข้อพิพาท

ข้อควรระวังจากบทเรียนที่ผ่านมาก็คือ ไทยและกัมพูชาต้องยุติปัญหาด้วยการเจรจาหารือ โดยอยู่ในหลักการที่ว่า ไทยพร้อมปกป้องเขตแดน รักษาอธิปไตยตามกฎหมาย โดยเชื่อในสันติภาพและกลไกแก้ปัญหาที่มีอยู่ และเมื่อมีกลไกทวิภาคีอยู่แล้ว ควรใช้ประโยชน์ในทุกระดับทันที

และไม่ควรละเลยการสร้างความเข้าใจในสังคมโลก อาทิ การรีบชี้แจงจุดยืนเป็นหนังสือ การเชิญคณะทูตต่างประเทศมาฟังการชี้แจงว่าประเทศดำเนินการอย่างถูกต้องอย่างไร เพื่อมิให้เป็นฝ่ายถูกกระทำในการเมืองระหว่างประเทศ หากยังมีการข่มขู่ จึงค่อยมีมาตรการอื่น ๆ ที่เข้มข้นขึ้น อย่างมีเหตุมีผล และต้องระวังการยั่วยุจากผู้ไม่หวังดีที่เคลื่อนไหวมาอย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทย-กัมพูชาอีกครั้ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...