โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘โมชิ โมชิ’ พร้อมรับมือคู่แข่งจีนรุกรีเทลไลฟ์สไตล์ในไทย - ทำแผนตั้งรับ ปรับสินค้า

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 05.24 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 12.00 น.

ตลาดรีเทลไลฟ์สไตล์ของประเทศไทย กลับมาคึกคักอีกครั้ง จากการมีแบรนด์ใหม่จากประเทศจีน เข้ามาลงทุนเปิดสาขาในศูนย์การค้าต่างๆ รวมถึงมีอีกแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่อยู่ในตลาดไทยมานาน กำลังรีแบรนด์ใหม่พร้อมมีทุนจีนที่เข้ามาลงทุนเองเช่นกัน ทำให้ โมชิ โมชิ แบรนด์รีเทลไลฟ์สไตล์ของประเทศไทย มองเป็นโอกาสเร่งขยายสาขาใหม่

ศุภรดา โรจน์วัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการเข้ามาของแบรนด์คู่แข่งจากต่างประเทศในตลาดรีเทลไลฟ์สไตล์ของประเทศไทย ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทในปัจจุบัน และไม่มีผลต่อยอดขาย ทั้งนี้บริษัทได้เตรียมแผนการตั้งรับมือ ทั้งการศึกษาตลาด และสินค้าที่มีความเหมือนและความแตกต่าง ทำให้พบว่า กลุ่มเป้าหมายอยู่คนละกลุ่ม และเน้นตลาดแตกต่างกัน โดยบริษัทเน้นตลาดในกลุ่ม B และ C ส่วนคู่แข่งเน้นตลาดบนมากกว่า

"บริษัทมีทีมงานติดตามคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง และติดตามแผนของคู่แข่งในตลาดต่างประเทศ รวมถึงได้เตรียมแผนรับมือคู่แข่งในการทำตลาด ทั้งการปรับสินค้า การทำดิสเพลย์ต่างๆ โดยเน้นสินค้าที่มีความคุ้มค่าและคุ้มราคา สามารถเข้าถึงได้ง่าย เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน"

ทั้งนี้แผนของบริษัทในปีนี้ 2568 ยังเดินหน้าเปิดสาขาตามแผนที่วางไว้ ให้ครบ 40 สาขาในทั่วประเทศ ทำให้ในสิ้นปีนี้จะมีสาขาเปิดให้บริการจำนวน 200 สาขา รวมถึงเดินหน้าปรับโฉมสาขาใหม่ และการตกแต่งร้านค้าร่วมดึงดูดกลุ่มลูกค้า จำนวน 50 สาขา ที่ได้ปรับเฟอร์นิเจอร์ใหม่ให้สอดรับกับความต้องการตลาด อีกทั้งเป็นการปรับให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาปรับไปแล้ว 70 สาขา

ขณะที่การเปิดสาขาในรูปแบบใหม่ยังวางโมเดลในรูปแบบ สาขาสะแตนอะโลน ขนาด 80-120 ตร.ม. เน้นทำเลในมหาวิทยาลัย เพื่อรองรับการขยายกลุ่มเป้าหมายนักศึกษา โดยที่ผ่านมา ยอดขายยังสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่พอใจ

ส่วนแนวทางการขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ อยู่ระหว่างการศึกษาการขยายสาขาในรูปแบบนี้ แต่ทั้งนี้จะต้องอยู่ที่การเจรจากับเจ้าของที่ดินและต้องเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงจริงๆ ซึ่งการขยายแฟรนไชส์ยังไม่ใช่นโยบายหลักที่บริษัทจะมุ่งดำเนินการในปัจจุบัน ส่วนที่ผ่านมาการเปิดสาขาส่วนใหญ่จะถึงจุดคุ้มทุนในเวลาประมาณ 4 เดือน

สำหรับแนวโน้มการใช้จ่ายของกลุ่มลูกค้าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 ที่ผ่านมา เฉลี่ยอยู่ที่ 173 บาทต่อคน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 170 บาทต่อคน

ทั้งนี้บริษัทมีสินค้าหมุนเวียนในร้านมากกว่า 2 หมื่นเอสเคยู และมีการนำเสนอสินค้าใหม่ประมาณ 1,000 เอสเคยูต่อเดือน อีกทั้งนโยบายเน้นคัดสรรสินค้าใหม่ที่มีเอกลักษณ์ ดีไซน์แตกต่างจากร้านค้าอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาด รวมถึงนำเสนอสินค้าให้สอดรับตามเทรนด์ของตลาด

"สินค้าในร้านส่วนใหญ่เป็นสินค้าในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ตื่นนอน จนถึงเข้านอน เป็นสินค้าฟังก์ชันนอล แต่เน้นการดีไซน์"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...