โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธ.กรุงศรี จับตาการเมือง ใกล้ชิด ชี้เศรษฐกิจไทยปีนี้ ดีสุดแค่แสงสลัวปลายอุโมงค์

Khaosod

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 10.02 น.

ธ.กรุงศรี จับตาการเมือง ใกล้ชิด ชี้กระทบเชื่อมั่นลงทุน ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงทันที 0.15 บาท ขานรับมติศาลรัฐธรรมนูญมีมติ ให้นายกฯหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว

วันที่ 1 ก.ค. 2568 นายฮิโรทากะ คุโรกิ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ( มหาชน ) เปิดเผยว่า จากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบัน พบว่า มีทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ที่ส่งผลกระทบและเป็นความท้าทาย ต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการส่งออก และ จับตาการเมือง ใกล้ชิด

ล่าสุดที่ศาลรัรฐธรรมนูญ มีมติ 7 ต่อ 2 มติ 7 ต่อ 2 ให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีชั่วคราว จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมา กรณีปมคลิปเสียง สนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา

ทำให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้จับตามองประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด ว่าจะกระทบอย่างไร แต่แน่นอนว่ากระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อเนื่องของนโยบายและเสถียรภาพของรัฐบาลเพราะจะกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

น.ส.รุ่ง สงวนเรือง ผู้อํานวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ปี 2568 ว่า ลุ้นได้ดีสุดเพียงแสงสลัวที่ปลายอุโมงค์ โดยครึ่งปีหลังมีแนวโน้มมูลค่าการส่งออกของไทยจะหดตัว อีกทั้งล่าสุดศาลรัรฐธรรมนูญ ตัดสินให้ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร นายกรรัฐมนตรี หยุดปฏิบัตการชั่วคราว ซึ่งจะเป็นปัจจัยฉุดรั้งในช่วงครึ่งหลังของปี

และเมื่อพิจารณาถึงค่าเงินบาทเทียบกับช่วงก่อนข่าวออก พบว่าค่าเงินบาทอ่อนค่าลง 0.10-0.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแม้อ่อนค่าไม่มาก แต่ก็อาจส่งผลกระทบในระดับหนึ่ง เพราะทำให้นักลงทุนในตลาดมีความกังวลว่าจะจะมีความต่อเนื่องของนโนบายและเสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกเหนือจกานี้ ยังมีปัจจัยฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง ทั้งจากภาคการท่องเที่ยวของไทยที่สูญเสียเสน่ห์จากนักท่องเที่ยวชาวจีน เนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัย ตลอดจนนโยบายภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ จะกระทบต่อภาคส่งออกครึ่งปีหลัง ความไม่แน่นอนทางการค้า ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ การสูญเสียความสามารถในการแข่งขันและการทะลักของสินค้าจากจีน ปัจจัยเชิงโครงสร้างในประเทศ ทั้งหนี้ครัวเรือนสูง สังคมสูงวัย

จากหลายปัจจัยฉุดรั้งดัวกล่าว ทำให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้ประมาณการค่าเงินและดอกเบี้ยนโยบายของไทย คาดว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะผันผวนสูง โดยมองเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยช่วงไตรมาส 4 เนื่องจากสหรัฐอาจลดดอกเบี้ยถึง 3 ครั้ง และปัจจัยลบต่างๆ ของเงินดอลลาร์ที่ยังดำเนินต่อไป

“สกุลเงินของเศรษฐกิจกำลังพัฒนาที่พึ่งพาการส่งออกสูง รวมถึงเงินบาท อาจอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เช่น เงินเยน และเงินยูโร ขณะที่การค้าโลกเข้าสู่ภาวะซบเซา อนึ่ง คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)อาจลดดอกเบี้ยนโยบายอีกอย่างน้อย 0.25% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 จากระดับ 1.75% ในปัจจุบัน เพื่อประคองเศรษฐกิจซึ่งเผชิญหลากหลายความเสี่ยงด้านขาลง” น.ส.รุ่ง กล่าว

ขณะที่ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2568 กรณีสหรรัฐเก็บภาษีน้ำเข้า 10% กับประเทศส่วนใหญ่รวมถึงไทย และ 30% กับ จีน ขณะที่จีน เก็บภาษีน้ำเข้า 10% กับสหรัฐ คาดว่าจีดีพีไทยจะอยูที่ระดับ 2.1% บนสมมุติฐาน ตัวเลขส่งออกโต 2% นำเข้าเพิ่มขึ้่น 12.1% ดุลบัญขีเดินสะพัด 11.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ นักท่องเที่ยวต่างชาติ 36.5 ล้านคน เงินเฟ้อทั่วไป 0.6% และดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 1.25%

ส่วนกรณีเลวร้ายสุดคาดว่าจีดีพีไทยจะเติบโต 1.5% บนสมมูติฐานที่สหรัฐเรียกเก็บภาษีตอบโต้ไทยที่ 36% หรือไทยเผชิญกำแพงภาษีสูงกว่าคู่แข่ง โดยจะส่งผลให้ภาคการส่งออกไม่โต และตัวเลขนักท่องเที่ยว ต่างชาติที่ 35.5 ล้านคน

นายฮิโรทากะ กล่าวถึง กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ ในปี 2568 ว่าเพื่อสร้างการเติบโตของธุรกรรมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ 4 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ คือ การสนับสนุนผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับมิติ ESG การส่งเสริมธุรกรรมสกุลเงินเกิดใหม่ การขยายฐานธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล และ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น

โดยในไตรมาส 1/2568 ปริมาณธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของกรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเติบโตมากกว่าอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราการส่งออกและนำเข้าในไตรมาสแรกของปีนี้

สำหรับกลยุทธ์หลักในการดำเนินงานของกรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ ในปีนี้ ประกอบด้วย การสนับสนุนผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับมิติ ESG ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เชื่อมโยงกับมิติ ESG เพิ่มขึ้น การส่งเสริมธุรกรรมสกุลเงินเกิดใหม่ เพื่อเพิ่มความสามารถของสกุลเงินเกิดใหม่

ปีที่ผ่านมา กรุงศรีสามารถขยายขีดความสามารถเพื่อรองรับธุรกรรมสกุลเงินเดอร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (AED) และธุรกรรมปริวรรตเงินตราต่างประเทศให้ครอบคลุมเงินสกุลเปโซเม็กซิโก (MXN) เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มทางเลือกในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนแก่ลูกค้าที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับตะวันออกกลางและอเมริกาเหนือ โดยในปี 2567 ธนาคารมีปริมาณธุรกรรมในการใช้ธุรกรรมสกุลเงินเกิดใหม่เพิ่มขึ้นถึง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

นอกจากนี้ยังมีการขยายฐานธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล โดยพัฒนาทั้งในแง่เทคโนโลยี และความสามารถในการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่องให้มีความหลากหลาย สะดวก รวดเร็ว และสอดคล้องกับความต้องการ โดยในปี 2567 มีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 138% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าและในไตรมาส 1/2568 มีจำนวนธุรกรรม FX ที่ทำผ่านแพลตฟอร์ม FX@Krungsri สูงถึง 26% ของธุรกรรม FX ที่สามารถซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้

รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่แก่ลูกค้า เพื่อมุ่งขยายขีดความสามารถในการให้บริการและนำเสนอผลิตภัณฑ์ ไม่จำกัดเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับปริวรรตเงินตราต่างประเทศและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยเท่านั้น แต่ยังนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธ.กรุงศรี จับตาการเมือง ใกล้ชิด ชี้เศรษฐกิจไทยปีนี้ ดีสุดแค่แสงสลัวปลายอุโมงค์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...