โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

งานศึกษาชี้ สหรัฐตัดความช่วยเหลือต่างประเทศ อาจทำผู้คนเสียชีวิต “กว่า 14 ล้านราย”

เดลินิวส์

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 04.03 น. • เดลินิวส์
งานวิจัยชิ้นใหม่คาดการณ์ว่า ประชากรกลุ่มเปราะบางที่สุดในโลก มากกว่า 14 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้ประมาณร้อยละ 33 เป็นเด็กเล็ก อาจเสียชีวิต เนื่องจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยกเลิกความช่วยเหลือต่างประเทศ

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ว่า งานศึกษาในวารสาร “แลนเซต” ได้รับการเผยแพร่ในขณะที่บรรดาผู้นำโลก และผู้นำธุรกิจ เข้าร่วมการประชุมของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่สเปน ในสัปดาห์นี้ โดยหวังว่าจะสนับสนุนภาคส่วนความช่วยเหลือที่ซบเซา

นายดาวีเด ราเซลลา ผู้เขียนร่วมของงานศึกษา และนักวิจัยจากสถาบันสุขภาพโลกบาร์เซโลนา (ไอเอสโกลบอล) กล่าวเตือนว่า การตัดเงินทุนของสหรัฐ เสี่ยงที่จะทำให้ความก้าวหน้าด้านสุขภาพในกลุ่มประชากรเปราะบาง ซึ่งดำเนินมานาน 20 ปี เกิดการชะงักงัน หรือพลิกกลับอย่างกะทันหัน

“สำหรับประเทศที่มีรายได้น้อย และรายได้ปานกลางหลายประเทศ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเทียบได้กับการระบาดใหญ่ทั่วโลก หรือความขัดแย้งทางอาวุธครั้งใหญ่” ราเซลลา กล่าวในแถลงการณ์

เมื่อพิจารณาข้อมูลจากประเทศต่าง ๆ 133 ประเทศ ทีมนักวิจัยระหว่างประเทศประเมินว่า เงินทุนของหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐ (ยูเอสเอด) สามารถป้องกันการเสียชีวิตของประชากรในประเทศกำลังพัฒนาได้ราว 91 ล้านคน ระหว่างปี 2544-2564

อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์เผยให้เห็นว่า การตัดความช่วยเหลือต่างประเทศ อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 14 ล้านราย ภายในปี 2573 ทั้งที่การเสียชีวิตเหล่านี้หลีกเลี่ยงได้ โดยตัวเลขข้างต้นรวมถึงเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ มากกว่า 4.5 ล้านราย หรือคิดเป็นการเสียชีวิตของเด็กประมาณ 700,000 รายต่อปี.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...