โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดคำให้การ 2 สมุน แก๊งเสือปุ่น ปล้นเงิน 3.4 ล้านบาท เผยนาทีบุกจับ

Khaosod

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 06.22 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 05.20 น.
เปิดคำให้การ 2 สมุน แก๊งเสือปุ่น ปล้นเงิน 3.4 ล้านบาท เผยนาทีบุกจับ

เปิดคำให้การ 2 สมุน แก๊งเสือปุ่น ปล้นเงิน 3.4 ล้านบาท กลางห้างดังย่านลาดพร้าว เผยนาทีตำรวจบุกรวบคารีสอร์ต ยึดเงินสด 1.9 ล้าน ตอบแล้วรู้จักกันได้ยังไง

จากกรณี แก๊งเสือปุ่น ใช้อาวุธปืนและมีด ปล้นเงิน 3.4 ล้านบาท ซื้อสกุลเงินคริปโตฯ เหตุเกิดที่ลานจอดรถชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อคืนวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 1 ก.ค.2568 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.2 บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.อัครพล โทยะ ผกก.สส.บก.น. 2, พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธิน และ พ.ต.ท.กษิดิศ อรุณศรีโสภณ สว.สส. สน.พหลโยธิน

เปิดคำให้การ 2 สมุน แก๊งเสือปุ่น ปล้นเงิน 3.4 ล้านบาท กลางห้างดังย่านลาดพร้าว เผยนาทีตำรวจบุกรวบคารีสอร์ต ยึดเงินสด 1.9 ล้าน ตอบแล้วรู้จักกันได้ยังไง

เปิดคำให้การ 2 สมุน แก๊งเสือปุ่น ปล้นเงิน 3.4 ล้านบาท กลางห้างดังย่านลาดพร้าว เผยนาทีตำรวจบุกรวบคารีสอร์ต ยึดเงินสด 1.9 ล้าน ตอบแล้วรู้จักกันได้ยังไง

นำกำลังจับกุม นายเฌอพัชญ์ หรือ หนาว (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี สาวประเภท 2 และ น.ส.นานา หรือ นานา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี 2 คนร้ายในแก๊งเสือปุ่น ตามหมายจับศาลอาญารัชดา ที่ จ.3836, 3837/2568 ลงวันที่ 1 ก.ค.68 ข้อหาปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด

พร้อมตรวจยึดของกลางเงินสดที่ได้จากการกระทำผิดส่วนหนึ่ง เงินสด 1.9 ล้านบาท เสื้อผ้าที่สวมใส่ขณะเกิดเหตุ สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 10 บาท สมุดธนาคารต่าง ๆ บัตรเครดิต และเอกสารต่าง ๆ จำนวนหนึ่ง กระเป๋าเสื้อผ้า

โดยจับกุมได้ที่ห้องพักภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ต.ลาดหลุมแก้ว อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ก่อนควบคุมตัวไปที่ สน.พหลโยธิน เพื่อขยายผลถึงกลุ่มคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุมาดำเนินคดี ทราบชื่อดังนี้

  • นายรุ่งนิรันดร์ หรือ โบ้ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี
  • นายบอล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี
  • นายนนทวัฒน์ หรือ สอง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี
  • นายวรวัฒน์ หรือ เสือปุ่น (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง อายุ 43 ปี
  • นายอนันต์ชัย หรือ ไอซ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี

ต่อมาเวลา 09.00 น. พล.ต.ท.สยาม พร้อมด้วย พล.ต.ต.นพศิลป์ และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เดินทางมาที่ สน.พหลโยธิน เพื่อสอบสวนนายเฌอพัชญ์ และ น.ส.นานา 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีร่วมกันปล้นทรัพย์ดังกล่าว

พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า คดีดังกล่าวขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนและติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว 2 ราย คือ นายเฌอพัชญ์ และ น.ส.นานา สามารถตามจับกุมได้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.ลาดหลุมแก้ว เมื่อเวลา 01.00 น.ที่ผ่านมา

พร้อมกันนี้ยังสามารถตรวจยึดของกลางเป็นเงินสดจำนวน 1.9 ล้านบาท เป็นส่วนแบ่งจากการกระทำความผิด เสื้อผ้าที่สวมใส่ในขณะก่อเหตุ บัญชีธนาคารและบัตร ATM รวมทั้งสิ่งของที่ได้มาจากการทำความผิดก่อนหน้านี้ของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย

การจับกุมดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนและพิสูจน์ทราบตัวผู้ทำความผิดได้ 2 ราย สามารถขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป

จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การยอมรับสารภาพ จากการจำนนต่อหลักฐาน อ้างว่า นายเฌอพัชญ์ จะทำหน้าที่เป็นเอเย่นต์หรือตัวแทนหลอกซื้อขายคริปโตเคอเรนซี่ผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กต่าง ๆ เมื่อเจอเหยื่อจะทำทีพูดคุย หากตกลงกันจะแอดไลน์และหลอกซื้อขายกัน

กรณีผู้เสียหายรายนี้ ได้หลอกลวงไปแล้ว 2 ครั้ง จำนวน 200,000 บาท และ 300,000 บาท เชื่อว่าเป็นการหลอกซื้อขายเพื่อให้ผู้เสียหายตายใจ ก่อนจะตกลงซื้อขายกันในราคา 3.4 ล้านบาท ที่ห้างสรรพสินค้าย่านลาดพร้าว เมื่อมาถึงก็ทำทีที่จะขอดูเงิน เมื่อพบว่ามีเงินอยู่จริง จะล่อลวงให้ผู้เสียหายไปที่รถและลงมือก่อเหตุ

สำหรับตัว น.ส.นานา นั้น มีพฤติการณ์ที่เห็นชัดจากภาพวงจรปิดว่า นั่งอยู่ภายในรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค ทะเบียน นครสวรรค์ และทำหน้าที่ไปตามให้ผู้เสียหายอีกรายที่ถือกระเป๋าเงินมาขึ้นรถ

ภายหลังก่อเหตุ กลุ่มผู้ก่อเหตุได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปส่งที่บ้านเช่าย่านประชานิเวศน์ 3 ก่อนจะแบ่งส่วนแบ่งและมอบเงินค่าแท็กซี่ให้ทั้งสองคนหลบหนีไปเช่ารีสอร์ตอยู่ที่ย่านลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เพื่อแยกย้ายและหลบหนีการจับกุม

อย่างไรก็ตาม จากของกลางที่ตรวจยึดได้จากผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ยังไม่พบอาวุธปืนแต่อย่างใด ประเด็นเรื่องอาวุธปืนเป็นเพียงคำให้การของผู้เสียหายที่บอกว่า เห็นกลุ่มผู้ต้องหาทำท่าชักและขู่ว่ามีอาวุธปืน แต่ไม่เห็นอาวุธปืนจริง ๆ แต่อย่างใด

นอกจากนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายให้การซัดทอดไปยังผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 5 ราย รวมผู้ก่อเหตุจำนวนทั้งสิ้น 7 ราย โดยระบุว่า ตัวการใหญ่คือ นายปุ่น หรือ เสือปุ่น ได้เงินส่วนแบ่งที่เหลือไปจำนวน 1.5 ล้านบาท ทั้งหมดรู้จักกันจากการเคยร่วมกระทำความผิดร่วมกัน รวมทั้งเคยเสพยาเสพติดและเช่าพักอาศัยอยู่ด้วยกัน

ขณะนี้ตำรวจอยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุเคยกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันมาก่อนหน้านี้หรือไม่ คาดว่าในช่วงบ่ายวันนี้ จะสามารถเร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานและขออำนาจศาลเพื่อออกหมายจับผู้กระทำความผิดที่เหลืออีก 5 รายได้ในข้อหาเดียวกัน ส่วนรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุนั้นพบว่ามี 2 คัน คาดว่าน่าจะขับหลบหนีไปทั้งคู่และคนที่ขับรถก็น่าจะอยู่ในกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 7 รายนี้

เบื้องต้นพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุจำนวน 5 รายที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวนั้น เคยมีประวัติถูกดำเนินคดีทั้งลักทรัพย์ ปล้นทรัพย์และยาเสพติด ส่วนนายเฌอพัชญ์ และ น.ส.นานา พบว่าก่อนหน้านี้เพิ่งถูกออกหมายจับในท้องที่ สน.โคกคราม ข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และ ร่วมกันมีอาวุธปืน มาก่อน

พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยอีกว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นกรณีตัวอย่างที่ต้องเตือนภัยพี่น้องประชาชน เนื่องจากผู้เสียหายเลือกที่จะซื้อขายคริปโตเคอเรนซี่ผ่านตัวแทนโดยตรง โดยไม่ผ่านหน้ากระดานที่ถูกต้อง เพราะเนื่องจากจะได้กำไรที่สูงกว่า เฉลี่ยแล้วหากซื้อขายในราคา 1 ล้านบาท จะได้กำไร 20,000 บาท

ในกรณีนี้ซื้อขายมากถึง 3.4 ล้านบาท ได้กำไรสูงถึง 60,000 บาท ขอเตือนพี่น้องประชาชนว่า ให้ซื้อขายคริปโตเคอเรนซี่ผ่านช่องทางที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกกลุ่มมิจฉาชีพมาแฝงตัวและหลอกลวงก่อให้เกิดความเสียหายเช่นกรณีนี้ได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดคำให้การ 2 สมุน แก๊งเสือปุ่น ปล้นเงิน 3.4 ล้านบาท เผยนาทีบุกจับ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...