โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กระทรวงพาณิชย์ออก 8 มาตรการด่วน เร่งระบายผลผลิตลำไยภาคเหนือ

VoiceTV

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 05.00 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 04.52 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

ฤดูกาลลำไยปี 2568 เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางผลผลิตที่พุ่งสูง โดยพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา ลำปาง ตาก แพร่ และน่าน มีผลผลิตลำไยรวมกันสูงกว่า 1.06 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีปริมาณ 947,140 ตัน หรือคิดเป็นกว่า 117 ล้านกิโลกรัม สาเหตุหลักมาจากสภาพอากาศที่เย็นยาวนาน ซึ่งเอื้อต่อการติดดอกและให้ผลผลิตที่ดี

เพื่อรองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้น กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน จึงเดินหน้าแผนบริหารจัดการผลไม้แบบครบวงจร ด้วยการออกมาตรการเร่งด่วน รวม 8 มาตรการ 25 แผนงาน ครอบคลุมตั้งแต่การกระจายผลผลิตในประเทศ การแปรรูปสินค้า ไปจนถึงการขยายตลาดส่งออกต่างประเทศ โดยตั้งเป้าระบายผลผลิตให้ได้ถึง 950,000 ตัน ในฤดูกาลนี้

8 มาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกลำไย

1. ส่งออกลำไยสดช่อ – รวบรวมผลผลิตลำไยสดเพื่อส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ

2. จัดแคมเปญ Thai Fruits Festival 2025 – กระตุ้นการบริโภคผลไม้ไทยในประเทศ

3. จับมือห้างค้าส่ง-ค้าปลีก เช่น แมคโคร โลตัส บิ๊กซี ฯลฯ รับซื้อลำไยจากเกษตรกรโดยตรง

4. ส่งเสริมระบบ Pre-order และ CSR ภาคเอกชน – กระตุ้นให้ภาคธุรกิจร่วมซื้อผลผลิตลำไยแบบต่อเนื่อง

5. สนับสนุนการใช้บรรจุภัณฑ์มาตรฐาน ร่วมกับไปรษณีย์ไทย เพื่อกระจายลำไยอย่างมีประสิทธิภาพ

6. จับคู่ธุรกิจ (MOU) ระหว่างผู้ประกอบการลำไยอบแห้งกับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่

7. แจกเป็นของสมนาคุณในปั๊มน้ำมัน – เพิ่มช่องทางกระจายสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภค

8. ขยายตลาดใหม่ ๆ เช่น การขายน้ำผลไม้สมูทตี้ผ่าน “ตู้เต่าบิน” และแปรรูปเป็นเมนูอาหาร/เครื่องดื่มบนสายการบินไทยแอร์เอเชีย

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกำหนดมาตรการฉุกเฉินในกรณีจำเป็น เช่น การสนับสนุนค่าบริหารจัดการให้โรงอบรับซื้อลำไย “รูดร่วง” เพิ่มขึ้น เพื่อนำไปอบแห้งและส่งออก

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้เร่งเจรจาเพื่อเปิดตลาดศักยภาพใหม่ ๆ พร้อมกระตุ้นผู้นำเข้าในตลาดหลัก ได้แก่ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ควบคู่ไปกับการเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์ม e-Commerce ทั้งในและต่างประเทศ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...