โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ADB หั่น 'จีดีพีไทย' รองบ๊วยอาเซียน ปีนี้เหลือ 1.8% จากเดิมให้ไว้ 2.8%

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 00.22 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 07.00 น.

ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย(ADB) ออกรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียฉบับเดือนก.ค. 2568 หรือ Asian Development Outlook (ADO) July 2025 ปรับลดคาดการณ์จีดีพีประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกลงเหลือ 4.7% ในปีนี้ จากคาดการณ์เดิมในเดือนเม.ย. ที่ให้ไว้ 4.9% และลดแนวโน้มของปีหน้าลงเหลือ 4.6% จากคาดการณ์เดิม 4.7% โดยระบุว่านโยบายภาษีศุลกากรที่สูงขึ้นของสหรัฐและความไม่แน่นอนทางการค้า ทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียและแปซิฟิกย่ำแย่ลง

รายงาน ADO July 2025 คาดการณ์ว่าอุปสงค์ภายในประเทศของทั้งภูมิภาคจะอ่อนแรงลง เนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น ภูมิรัฐศาสตร์ การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีน เป็นตัวฉุดรั้งภูมิภาค

“เอเชียและแปซิฟิกต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมภายนอกที่ท้าทายมากขึ้นในปีนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจอ่อนแอลงท่ามกลางความเสี่ยงที่ทวีความรุนแรงขึ้นและความไม่แน่นอนทั่วโลก” อัลเบิร์ต พาร์ก หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ ADB กล่าว

อาเซียนอ่วมหนัก 'ไทย-สิงคโปร์' ตัวฉุดแรง

ในบรรดาภูมิภาคย่อยในเอเชีย ADB ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของ "เอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ลงมากที่สุด โดยคาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะอยู่ที่ 4.2% ในปีนี้ จากเดิมที่คาดไว้ 4.7% ในเดือนเม.ย. และปรับลดคาดการณ์จีดีพีของปีหน้าลงเหลือ 4.3% จากเดิม 4.7% เนื่องจากผลพวงการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนทางการค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยภายนอกที่อ่อนแอลงเป็นตัวฉุดความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและผู้บริโภค และยังอาจกระทบต่อการลงทุนในภูมิภาคนี้

ในบรรดาเขตเศรษฐกิจ 6 ประเทศในอาเซียนที่มีการประเมินพบว่า "ประเทศไทย" และ "สิงคโปร์" ถูกหั่นคาดการณ์จีดีพีลงมากที่สุด โดย ADB คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้เพียง 1.8% ในปีนี้ จากเดิมที่คาดเอาไว้ 2.8% ในรายงานเดือนเม.ย. "ส่วนปีหน้าจะยิ่งหนักขึ้น" โดยคาดว่าจะเติบโตเพียง 1.6% เท่านั้น จากที่เคยประเมินไว้ 2.9%

ขณะที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศพัฒนาแล้วเพียงรายเดียวในอาเซียน ถูกหั่นคาดการณ์จีดีพีปีนี้เหลือ 1.6% จากเดิม 2.6% และปีหน้าจะเติบโตได้ 1.5% จากเดิม 2.4%

ADB ระบุว่า เศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีสัญญาณชะลอตัวมาตั้งแต่ไตรมาสแรก โดยเฉพาะในประเทศที่ต้องพึ่งพาอุปสงค์จากภายนอก แม้ว่าการบังคับใช้มาตรการภาษีของสหรัฐจะล่าช้าออกไป และมีการส่งออกในบางภาคส่วนที่เร่งตัวขึ้นก็ตาม โดยคาดว่าเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด "ยกเว้นอินโดนีเซีย" ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในอนุภูมิภาค จะมีการเติบโตที่อ่อนแอลงในอีก 2 ปีข้างหน้า

สำหรับอัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2568 และ 2569 ออกมา "ต่ำกว่าการคาดการณ์ก่อนหน้านี้" โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้พบว่า ประเทศส่วนใหญ่มีอัตราเงินเฟ้อลดลงต่ำกว่าเป้าหมายของธนาคารกลาง เนื่องจากราคาพลังงานและอาหารที่ปรับตัวลง และความต้องการของผู้บริโภคที่ลดลง สวนทางกับค่าเงินในภูมิภาคที่แข็งค่าขึ้น

โมเมนตัมเศรษฐกิจไทยอ่อนแรง

ในบทวิเคราะห์แยกเป็นรายประเทศ ADB ได้ระบุถึง "ประเทศไทย" ว่าโมเมนตัมการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยกำลังอ่อนแรงลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้น และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง

จีดีพีในไตรมาสแรกปี 2568 ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและการลงทุนภาคเอกชนที่อ่อนแอลง ทำให้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตที่ 1.8% ในปี 2568 และ 1.6% ในปี 2569 ลดลงจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 2.8% และ 2.9% ตามลำดับ

การปรับลดคาดการณ์จีดีพีดังกล่าวสะท้อนถึง"ผลกระทบของความตึงเครียดทางการค้า การชะลอตัวของการท่องเที่ยว และภาระหนี้ครัวเรือน" ขณะที่กำไรจากการส่งออกก่อนการขึ้นภาษีของสหรัฐอาจลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2568

สำหรับแนวโน้มในเชิงบวกนั้น ADB มองว่าการบริโภคและการลงทุนของภาครัฐ รวมถึงแผนกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่ที่มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐาน คาดว่าจะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยได้ต่อไป

ทั้งนี้ นอกเหนือจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐแล้ว ปัจจัยเรื่องความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ ก็อาจเป็นภัยคุกคามเพิ่มเติมต่อเศรษฐกิจไทยด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...