โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

L.A.เดือด! กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเข้าคุมเหตุ ผู้ประท้วงปิดถนน-ทางด่วน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 06.18 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 01.31 น.
AP

L.A.เดือด! กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเข้าคุมเหตุ ผู้ประท้วงปิดถนน-ทางด่วน

สถานการณ์ตึงเครียดในลอสแอนเจลิสทวีความรุนแรงขึ้นในวันที่ 8 มิถุนายน หลังจากผู้ประท้วงหลายพันคนออกมาเดินขบวนต่อต้านคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ส่งกองกำลังพิทักษ์ชาติ 2,000 นาย เข้ามาควบคุมสถานการณ์

ล่าสุดผู้ชุมนุมได้ปิดถนนทางด่วนสายหลักที่ 101 ทำให้เกิดรถติดอย่างหนักบริเวณที่ทางด่วนหมายเลข 101 และ 110 มาบรรจบกัน ทั้งยังมีการจุดไฟเผารถยนต์ไร้คนขับ ขณะที่เจ้าหน้าที่ใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และระเบิดเสียงเพื่อควบคุมฝูงชนที่ลุกฮือขึ้นมาประท้วงหลังจากที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐ (ICE) บุกจับผู้อพยพผิดกฎหมายเมื่อวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน

เจ้าหน้าที่ตำรวจบางนายลาดตระเวนด้วยม้า ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งซึ่งอยู่ในชุดปราบจลาจลยืนเรียงแถวอยู่ด้านหลังทหารจากกองกำลังพิทักษ์ชาติซึ่งถูกส่งมาปกป้องสถานที่ของรัฐบาลกลาง รวมถึงศูนย์กักกันที่มีผู้อพยพถูกควบคุมตัวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

การปะทะเกิดขึ้นในวันที่ 3 ของการประท้วงต่อต้านนโยบายปราบปรามผู้อพยพของทรัมป์ โดยการมาถึงของทหารรัฐบาลกลางราว 300 นาย ทำให้เกิดความโกรธและความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนบางส่วน

ในช่วงกลางวัน ผู้ชุมนุมนับร้อยมารวมตัวกันที่หน้าศูนย์กักกันกลางนครลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นสถานที่ควบคุมตัวผู้อพยพที่ถูกบุกจับก่อนหน้านี้ ผู้ประท้วงตะโกนว่า “น่าอับอาย!” และ “กลับบ้านไป!” ต่อหน้าทหารกองกำลังพิทักษ์ชาติที่ยืนเรียงแถวถือโล่และอาวุธยาว

เมื่อผู้ประท้วงบางรายรุกคืบเข้าไปใกล้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่อีกชุดหนึ่งก็เข้าสกัดพร้อมยิงระเบิดควันใส่ถนน จากนั้นตำรวจลอสแอนเจลิสก็เริ่มยิงกระสุนควบคุมฝูงชนเพื่อสลายการชุมนุม พร้อมประกาศว่าผู้คนกำลังทำการชุมนุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กลุ่มผู้ประท้วงส่วนหนึ่งจึงเคลื่อนไปปิดการจราจรบนทางด่วน 101 จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ทางหลวงรัฐแคลิฟอร์เนียต้องเข้าเคลียร์พื้นที่ในเวลาต่อมา

เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ส่งหนังสือถึงทรัมป์ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ ขอให้ถอนกองกำลังพิทักษ์ชาติออกจากแคลิฟอร์เนีย โดยระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของรัฐอย่างร้ายแรง และการส่งกำลังทหารเข้ามาเป็นการยั่วยุให้เกิดความตึงเครียด

ขณะที่คาเรน แบส นายกเทศมนตรีลอสแอนเจลิส ระบุระหว่างแถลงข่าวว่า สิ่งที่เราเห็นในลอสแอนเจลิสคือความวุ่นวายที่เกิดจากรัฐบาลกลาง นี่ไม่เกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะ แต่มาจากวาระทางการเมืองอื่น

ด้านทรัมป์โต้กลับทันทีว่า เขาจำเป็นต้องส่งทหารเข้ามาเพราะนิวซัมและพรรคเดโมแครต ไม่สามารถหยุดการประท้วงต่อต้านเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้

ระหว่างเตรียมขึ้นเครื่องบิน Air Force One จากรัฐนิวเจอร์ซีย์ในวันอาทิตย์ ทรัมป์กล่าวว่า “ในลอสแอนเจลิสมีพวกใช้ความรุนแรง พวกเขาจะไม่ถูกปล่อยให้ลอยนวลแน่นอน”

เมื่อถามว่าเขาวางแผนจะส่งทหารประจำการเข้าลอสแอนเจลิสหรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า เราจะมีทหารทุกที่ เราจะไม่ปล่อยให้ประเทศนี้ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นภายใต้ไบเดน โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ประธานาธิบดีทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่รัฐแคลิฟอร์เนียที่ขัดขวางการเนรเทศอาจถูกดำเนินคดี โดยอ้างถึงผู้พิพากษารัฐวิสคอนซินที่เพิ่งถูกจับเมื่อเดือนก่อนจากข้อหาให้ความช่วยเหลือชายคนหนึ่งหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

“ถ้าเจ้าหน้าที่ขัดขวางกฎหมายและความสงบเรียบร้อย ใช่ พวกเขาจะถูกดำเนินคดี” ทรัมป์กล่าว

การส่งทหารในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่มีการส่งกองกำลังพิทักษ์ชาติ โดยไม่ได้รับคำร้องจากผู้ว่าการรัฐ ซึ่งนับเป็นการยกระดับสถานการณ์อย่างชัดเจนจากฝั่งรัฐบาลกลาง

ตามรายงานของศูนย์ยุติธรรมเบรนแนน ครั้งล่าสุดที่มีการส่งกองกำลังเข้ามาโดยไม่ผ่านการร้องขอจากผู้ว่ารัฐคือในปี 1965 เมื่อประธานาธิบดีลินดอน บี. จอห์นสัน ส่งทหารไปคุ้มกันขบวนเดินเพื่อสิทธิพลเมืองในรัฐแอละแบมา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : L.A.เดือด! กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเข้าคุมเหตุ ผู้ประท้วงปิดถนน-ทางด่วน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...