"หมอแอร์" โดนสอบหนัก! เอี่ยวสวมชื่อคนตาย 370 ราย รับยาควบคุม พบเงินหมุนเวียน 400 ล้าน
วันนี้ (10 มิ.ย. 68) จากกรณี พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี เพ็ชรรัตน์ญ หรือ หมอแอร์ ถูกควบคุมตัว หลังแอบอ้างคลินิกสั่งซื้อยาอัลปราโซแลม หรือยานอนหลับ ยาที่ใช้ในการเสียสาวทำให้หลับและเคลิ้มไป ซึ่งจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 และประเภท 4 ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้นพร้อมของกลาง และพบเงินหมุนเวียนสูงถึง 80 ล้านบาทนั้น
ล่าสุด ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยความคืบหน้าว่า กรณีจับกุมแพทย์หญิงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาควบคุม ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับโรงพยาบาลตำรวจ เพียงแต่ หมอแอร์ เป็นหมอประจำโรงพยาบาลตำรวจ โดยโรงพยาบาลตำรวจมีคำสั่งให้ออกจากราชการแล้ว
และจากการตรวจสอบได้รับการรายงานว่า ผู้ป่วยที่มารับยาที่คลินิก โดยมีรายชื่อผู้เสียชีวิต ตามข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ก่อนที่จะรับยาตั้งแต่ปี 2567 จำนวน 250 คน และปี 2568 จำนวน 120 คน ช่วง 2 ปีนี้พบคนถูกสวมเอกสาร 370 คน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการสวมเอกสารการตาย
นอกจากนี้ ยังมีการลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิกลบรอยสักที่แพทย์หญิงมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยยังไม่พบการใช้ยาควบคุมดังกล่าว แต่คาดว่าจะมีหมอที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 5-6 ราย โดยในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ จะเข้าตรวจค้นคลินิกเพิ่มเติมอีก 11 แห่ง ที่อาจเชื่อมโยง โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะดำเนินการตรวจสอบ และจะแถลงข่าวการจับกุมเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)
ทั้งนี้ แพทย์หญิง ผู้ต้องหา ขณะนี้ได้ถูกจับกุมตัวแล้วที่บ้านพักในย่านราชดำริ กรุงเทพฯ ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบเส้นทางการเงินของแพทย์หญิงมีความผิดปกติ โดยพบว่ามีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 80 ล้านบาท ไม่พบแหล่งที่มาชัดเจน อีกทั้งยังมีเส้นทางการเงินร่วมกับบุคคลอื่นอีกกว่า 400 ล้านบาท เข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินและยาเสพติด โดยพบความผิดปกติจากการสั่งซื้อยาในชื่อคลินิก แต่ผู้ชำระเงินเป็นชื่อแพทย์หญิง
เบื้องต้นพบว่าอาจมีการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดประเภท 2 และ 4 ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรง และได้มีการประสานไปยังแพทยสภาเพื่อสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอน หากพบความผิดชัดเจน อาจนำไปสู่การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์
นายธนกฤต กล่าวถึง ยาควบคุมดังกล่าว ว่า อย.เป็นผู้มีหน้าที่กำกับดูแลการจำหน่าย จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีการสั่งซื้อจากแหล่งเดียวกัน แต่มีลักษณะต้องสงสัยหลายกรณี พร้อมเปิดเผยเพิ่มเติมว่าพบการกระทำผิดในลักษณะเดียวกันในจังหวัดอื่น และเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบต่อไป โดยเน้นย้ำว่าผู้กระทำผิดในคดีนี้เป็นแพทย์และเป็นข้าราชการระดับสูง