โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘โรม’ จี้แก้สารพิษแม่น้ำกก ลั่นแก้ยาก แต่ต้องแก้ให้ได้

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 พ.ค. 2568 เวลา 04.21 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 04.21 น. • The Bangkok Insight

"โรม" ลั่นปัญหาสารพิษแม่น้ำกก ต้นทางจากเหมืองทองจีนเทาในเขตอิทธิพลว้าฝั่งเมียนมา แม้แก้ยาก แต่ต้องแก้ได้ ไม่เช่นนั้นคนไทยเดือดร้อน

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร นำคณะเข้าพื้นที่ตรวจสอบติดตามการแก้ไขปัญหาสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำกก ที่ปางช้างหมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และสะพานท่าตอน ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

สารพิษแม่น้ำกก

สำหรับที่ ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับผลกระทบในด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวตลอดลำน้ำกก โดยในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่ามีนักท่องเที่ยวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนที่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ได้รับแจ้งตัวเลขค่าสารพิษในแม่น้ำมีทิศทางสูงขึ้น

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ข้อมูลล่าสุดจากกรมควบคุมมลพิษ พบว่าผลการตรวจสารพิษในน้ำกกเพิ่มสูงขึ้น โดยสารหนูเกินค่ามาตรฐานหลายเท่า ส่วนสารตะกั่วเกือบถึงขีดมาตรฐานความปลอดภัย จึงน่าเป็นห่วงหากค่าสารเคมียังสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยต้นเหตุมาจากการทำเหมืองทองในฝั่งประเทศเมียนมา ที่อยู่ในพื้นที่เขตอิทธิพลของกลุ่มว้า ซึ่งมีข้อมูลว่าเป็นเหมืองที่ทำผิดกฎหมาย 30 กว่าแห่ง

ทั้งนี้ สารพิษในแม่น้ำนั้นส่งผลต่อสุขภาพประชาชนและเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ทำให้แม่น้ำในประเทศไทยได้รับผลกระทบ และอาจรวมไปถึงประเทศลาวผ่านทางแม่น้ำโขงด้วย แต่สถานการณ์ในประเทศเมียนมานั้นซับซ้อน มีสงครามกลางเมือง ดังนั้นเป็นหน้าที่ของ กมธ. ที่จะไปร่วมผลักดันการแก้ไขต่อไป

ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องคิดและทำก็คือการสร้างความชัดเจนเรื่องนี้ เพราะประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัย สำหรับกลุ่มว้า มีปัญหาเรื่องยาเสพติด มีปัญหาเรื่องการล้ำเขตแดนไทย และล่าสุดมีปัญหาเรื่องสารพิษแม่น้ำกกจากเหมือง

ผมคิดว่าเราควรมาตั้งหลักและคิดได้แล้วว่าจะเอาอย่างไร ถ้าปล่อยไปแบบนี้ คนไทยจะไม่ได้อยู่ในประเทศไทยอย่างปลอดภัย และจะต้องรับมือกับปัญหาหลายด้านที่ต้องเจอต่อไป

เมื่อถามว่า มีการเปิดเผยจากหน่วยงานความมั่นคงว่ามีการพูดคุยในกลไกคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) แล้ว แต่มีการโยนกันไปมาระหว่างรัฐบาลทหารเมียนมาและกลุ่มว้า เนื่องจากรัฐบาลเมียนมาก็ไม่สามารถควบคุมได้เบ็ดเสร็จ นายรังสิมันต์ตอบว่า เราต้องตั้งหลักว่าปัญหานี้ต้องแก้ ไม่ใช่จะบอกว่าเป็นเรื่องนอกประเทศและเราแก้ไม่ได้

ต้นเหตุของปัญหาคือ เหมืองผิดกฎหมาย อาจจะเชื่อมกับจีนเทา เราก็ทราบ เรารู้ว่าเมียนมามีความไม่สงบอย่างไร เช่นเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่มันไม่ได้มีแค่นี้ สิ่งผิดกฎหมายมีมากกว่านั้นอีก ถ้าเราตั้งหลักว่าต้องแก้ แล้วพื้นที่อิทธิพลนี้ว้าปกครอง เราไปคุยกับรัฐบาลเมียนมาก็คงแก้ไม่ได้

ทุก ๆ ปัญหาที่เราได้รับผลกระทบ เพราะรัฐบาลทหารเมียนมาไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เลย ถ้าเราคุยกับว้าแล้วไม่ถอย ดังนั้นจะคุยกับใคร จะมีใครที่คุยแล้วว้าถอยได้

ทั้งนี้ อยากจะตั้งหลักว่าประเทศไทยเรามีสัมพันธ์ที่ดีกับหลายประเทศ บางประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีกับว้าเป็นพิเศษ ดังนั้นเราต้องคิดเชิงกลยุทธ์เป็นพิเศษ แม้กระทั่งกับภาคเอกชนที่มีความร่วมมือ การค้าขาย ดังนั้นเรามีวิธีการในการดำเนินการ แต่คำถามสำคัญว่าเราจะดำเนินการหรือเปล่า

ที่สำคัญ อย่าไปตั้งต้นว่าปัญหามันยากซับซ้อนเท่านั้น แต่ต้องคิดว่าถ้าเราปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ คนไทยเดือดร้อน ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ก่อนหน้านี้เรารู้สึกว่าแก้ยาก ทำไม่ได้ แต่เราก็สามารถทำให้ทุเลาเบาบางไปได้

นายรังสิมันต์กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้รัฐบาลอาจจะเจอหลายปัญหาความมั่นคง แต่เราต้องทำให้ปัญหาของแม่น้ำกกเป็นเรื่องที่ผู้มีอำนาจจะต้องให้ความสำคัญด้วย

ทั้งนี้ ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 คณะกรรมาธิการความมั่นคงฯ มีกำหนดการประชุมรับฟังการบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหา โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดเชียงราย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...