โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ประสบการณ์รักษาต่อมลูกหมากโตด้วย UROLIFT | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

Bumrungrad International

อัพเดต 31 พ.ค. 2568 เวลา 03.17 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2567 เวลา 06.22 น.

Patient testimonial คุณ Salvatore Esposito ผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตวัย 66 ปี รักษาด้วยวิธีการ Urolift

“เมื่อมาที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ผมรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ทุกคนปฏิบัติกับผมเหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว ดูแลผมเป็นอย่างดีและไม่เคยปล่อยผมไว้คนเดียวเลย”
คุณ Salvatore Esposito หรือคุณแซมมี่ เป็นโรคต่อมลูกหมากโตมาเกือบ 10 ปี และเริ่มรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งโดยรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง ในตอนแรกคุณแซมมี่ยังมีอาการไม่มากนัก ต่อมาอาการเริ่มแย่ลง ทำให้ต้องปัสสาวะบ่อยครั้งและไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน คุณแซมมี่เล่าว่า “ผมอยู่ในสถานการณ์ที่ชีวิตผมถูกทำลายโดยสิ้นเชิง ผมไม่สามารถอยู่ห่างจากห้องน้ำได้เลย บางครั้งผมต้องกลับไปเข้าห้องน้ำทุก 30 วินาทีหรือทุก 1 นาที ผมไม่สามารถไปทานอาหารกับคนอื่นๆได้เพราะรู้สึกอาย แม้กระทั่งกับน้องชาย เราไม่สามารถทานอาหารด้วยกันได้อย่างที่ควรจะเป็นเพราะผมวิ่งเข้าห้องน้ำอยู่ตลอด และต้องคอยกังวลว่าจะทำอย่างไรหากปวดปัสสาวะระหว่างนั่งรถ พูดตรงๆผมต้องพกแผ่นซึมซับปัสสาวะติดตัวเวลาเดินทาง…มันแย่ต่อการใช้ชีวิตมาก” ต่อมาคุณแซมมี่ได้ตรวจร่างกายด้วยซีที สแกน และอัลตร้าซาวด์ แพทย์ได้พบก้อนมะเร็งที่ตับ ตับอ่อนและไต คุณแซมมี่จึงตัดสินใจมาที่บำรุงราษฎร์เพื่อขอความเห็นที่สอง (second opinion) จากนพ. คมกฤช มหาพรหม แพทย์เฉพาะทางด้านโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยา เมื่อแพทย์ทราบว่าคุณแซมมี่เป็นโรคต่อมลูกหมากโตด้วย จึงได้แนะนำให้คุณแซมมี่มาพบกับนพ. อธิป ฉัตรสุทธิพงษ์ แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยาเพื่อทำการรักษา

ประสบการณ์ในการรักษาโรคต่อมลูกหมากโตด้วยเทคนิค Urolift

คุณแซมมี่เล่าว่า “เมื่อมาพบกับคุณหมออธิป คุณหมออธิบายให้ฟังถึงข้อดีของการรักษาด้วยเทคนิคใหม่ Urolift ที่ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพทางเพศและรุกล้ำน้อย ผมจึงเต็มใจที่จะลองดู ในช่วงแรกหลังการรักษามีอาการแทรกซ้อนบ้างโดยยังเข้าห้องน้ำบ่อย แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว วันนี้ผมนั่งรถประมาณสองชั่วโมงครึ่งได้โดยไม่ต้องหยุดเข้าห้องน้ำระหว่างทาง แต่คนขับรถของผมกลับเป็นคนต้องหยุดเข้าห้องน้ำ (หัวเราะ) และเมื่อมาถึงโรงพยาบาล ผมก็ไม่ต้องรีบไปเข้าห้องน้ำ… ตอนนี้ผมยังต้องทานยาอยู่แต่แค่ตัวเดียว และคุณหมอบอกว่าผมจะเลิกทานยาได้ในที่สุด”

การรักษาที่ทำให้รู้สึกเป็นคนปกติอีกครั้งหนึ่ง

คุณแซมมี่เล่าต่อว่า “ตอนนี้ ผมรู้สึกเหมือนคนปกติทั่วไป ผมสามารถไปทานอาหารเย็นโดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเข้าห้องน้ำ 4-5 ครั้งระหว่างทานอาหาร ผมพูดได้ว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ผมรู้สึกมีความเป็นชายยิ่งกว่าเมื่อก่อน (หัวเราะ) ผมรู้สึกดีและมีความมั่นใจมากขึ้น”

มั่นใจในคุณภาพการรักษาของบำรุงราษฎร์

เมื่อเราถามว่าทำไมคุณแซมมี่จึงเลือกรักษาตัวที่ประเทศไทย คุณแซมมี่กล่าวว่า “ผมไม่เชื่อว่าการรักษาที่ประเทศไทยจะแย่กว่าที่ออสเตรเลีย ผมไม่มีอะไรจะ complain เกี่ยวกับโรงพยาบาลเดิม ผมมาที่บำรุงราษฎร์เพราะต้องการความเห็นที่สอง ก่อนที่จะมาที่นี่ ผมค้นหาข้อมูลว่าโรงพยาบาลใดที่ดีที่สุด เมื่อผมพบว่าบำรุงราษฎร์ติดหนึ่งในสิบโรงพยาบาลที่ดีที่สุด ผมก็ส่งอีเมลมาเพื่อขอนัดหมายกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งคือคุณหมอคมกฤช หลังจากนั้นคุณหมอคมกฤชได้แนะนำว่าที่นี่มีแพทย์ที่เก่งด้านยูโรวิทยา ผมจึงได้มาพบกับคุณหมออธิป…ทั้งคุณหมอคมกฤชและคุณหมออธิปเป็นคนที่อบอุ่นมาก ผมสามารถพูดคุยกับคุณหมอได้เหมือนกับพูดคุยกับเพื่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากๆ พยาบาลที่นี่ก็เยี่ยมมาก ทุกอย่างดีมาก”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...