โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จากติดลบ สู่กำไรหมื่นล้าน จับตา ‘การบินไทย’ คัมแบ็ค เข้าเทรดวันแรกแบบไร้เพดาน

TODAY

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 18.51 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 11.50 น. • workpointTODAY

“ถ้าเรามองวิกฤติเป็นวิกฤตก็คงรอดยาก แต่ถ้ามองวิกฤติให้เป็นโอกาส เราจะพยายามทำทุกทางให้มันดีขึ้น และวันนี้ที่กลับมาเราเชื่อว่าเราจะบินได้ไกลและสูงกว่าเดิม” คำพูดของ ‘ลวรณ แสงสนิท ประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

หลังผ่านพายุครั้งใหญ่มาได้ วันนี้การบินไทยหรือ THAI กำลังกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกครั้งในวันที่ 4 สิงหาคม 2568 หลังศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ เรียบร้อยแล้ว

[ ใช้เวลาฟื้นฟูเพียง 4 ปี ]

การบินไทยใช้เวลาเพียง 4 ปี ในการดำเนินตามแผนฟื้นฟูกิจการให้สำเร็จครบทุกขั้นตอน นับตั้งแต่ศาลล้มละลายกลางอนุมัติแผนในปี 2564

ผลลัพธ์ชัดเจนมากขึ้นในปี 2567 การบินไทยมีกำไรจากการดำเนินงาน (ก่อนหักต้นทุนทางการเงินและไม่รวมรายการพิเศษ) สูงถึง 41,515 ล้านบาทและในไตรมาสแรกของปี 2568 ก็ยังเติบโตต่อเนื่อง

ด้วยกำไรจากการดำเนินงาน 13,661 ล้านบาทคิดเป็น EBIT margin 26.5% — สูงที่สุดในกลุ่มสายการบินแบบ Full-Service ทั้งในเอเชียแปซิฟิกและยุโรป (อ้างอิง: Airline Weekly) แสดงให้เห็นว่าการบินไทยกลับมาบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง

ในครั้งนี้ การบินไทยกลับมาพร้อมกับ คณะกรรมการชุดใหม่ 11 คน ในจำนวนนั้น มี 3 คนที่เคยเป็นกรรมการอยู่ก่อนเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู

และ 2 ใน 3 คนนี้ ก็เคยเป็นหนึ่งในทีมผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการด้วย ขณะเดียวกัน ยังมีกรรมการใหม่อีก 8 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยผู้ถือหุ้น ผ่านกระบวนการคัดเลือกที่เรียกว่า Board Skills Matrix

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อช่วยดูแลด้านต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้คือทีมบริหารใหม่ ที่พร้อมนำพาการบินไทยก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง ยั่งยืน และโปร่งใส

[ กลับมาอยู่ในจุดที่แข็งแกร่ง ]

ในด้านสถานะของบริษัทในวันนี้ถือว่าอยู่ในจุดที่ดีที่สุดในทุกๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็นสถานะทางการเงิน ประสิทธิภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขัน

โดยเฉพาะสถานะทางการเงินตอนนี้การบินไทยมีฐานะทางการเงินดีขึ้นมาก รายได้เพิ่ม กำไรดี และมีแผนชำระหนี้ชัดเจน

  • ปี 2567 การบินไทยมีรายได้กว่า 187,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และมีกำไรจากการดำเนินงานกว่า 41,000 ล้านบาท
  • ไตรมาสแรกของปี 2568 ก็ยังดีต่อเนื่อง รายได้ 51,000 ล้านบาท กำไร 13,000 ล้านบาท เครื่องบินเต็มลำเฉลี่ย 83%
  • การบินไทยสามารถเปลี่ยนหนี้ที่ค้างอยู่เป็นทุน และระดมเงินจากผู้ถือหุ้นและพนักงานได้รวมกว่า 76,000 ล้านบาท ทำให้ส่วนของบริษัทที่เคยติดลบ ตอนนี้กลับมาเป็นบวก
  • อัตราหนี้ต่อทุนลดลงเหลือแค่ 2.2 เท่า จากเดิมที่เคยสูงถึง 12.5 เท่า

นอกจากนี้การบินไทยสามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้โดย ไม่ต้องลดมูลค่าหนี้ (No Haircut) สำหรับเจ้าหนี้รายใหญ่ทั้งเจ้าหนี้ทางการเงินและการค้า โดยบริษัทฯ ได้กำหนดแผนชำระหนี้ไว้อย่างชัดเจนจนถึงปี 2579

ที่สำคัญปัจจุบันการบินไทยมีกระแสเงินสด (Cash Flow) ในมือประมาณ 125,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอสำหรับการลงทุนในระยะ 5 ปี (2568 – 2570) โดยไม่แผนกู้เงินใหม่แต่จะมีการหารือกับธนาคารเพื่อบริหารความเสี่ยง

[ กำหนดแผนธุรกิจระยะยาว 5 ปี ]

การเติบโตของการบินไทยในตอนนี้ ไม่ใช่แค่ผลจากการฟื้นตัวหลังโควิด-19 เท่านั้น แต่เป็นผลจากการปรับโครงสร้างองค์กรและวางกลยุทธ์ระยะยาวอย่างจริงจังในระยะ 5 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าใช้เงินลงทุนราว 170,000 ล้านบาท ดังนี้

–จัดหาเครื่องบินใหม่ ประมาณ 120,000 ล้านบาท โดยจะทยอยชำระค่าเครื่องบิน และทยอยส่งมอบ

-ปรับปรุงที่นั่งและภายในห้องโดยสารเครื่องบิน ประมาณ 20,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

-ลงทุนในระบบดิจิทัลต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ดีและมีมาตรฐานมากขึ้น

-ศูนย์ซ่อมบำรุง (MRO) ใช้ลงทุน 400 ล้านบาทสำหรับศูนย์ซ่อมบำรุงที่สุวรรณภูมิและดอนเมือง และหากได้รับอนุมัติโครงการ MRO ที่อู่ตะเภา จะมีการลงทุนเพิ่มอีกประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่นับรวมงบลงทุน 5 ปีนี้

นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนและตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 26% เป็น 35% ภายในปี 2572 และปูทางให้การบินไทยกลายเป็นหนึ่งในผู้นำสายการบินระดับภูมิภาคในอนาคตอย่างยั่งยืน

[ พร้อมเทรด 4 ส.ค.นี้ แบบไร้เพดาน ]

หุ้นการบินไทย (THAI) จะกลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกครั้งในวันที่ 4 สิงหาคม 2568 โดยในวันแรกของการเทรด จะไม่มีการกำหนดราคาสูงสุด-ต่ำสุด (Ceiling & Floor) รวมถึงไม่มีการใช้ Dynamic Price Band และ Auto Pause ราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดเต็มรูปแบบ ขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน

สำหรับการประเมินมูลค่าหุ้น (Valuation) มีการประเมินเบื้องต้นโดยใช้กำไรต่อหุ้น (EPS) ย้อนหลัง 12 เดือน ณ ไตรมาส 1/2568 ที่อยู่ที่ 1.08 บาท เมื่อเทียบกับราคาเพิ่มทุนที่ 4.48 บาท จะได้ค่า P/E (Price to Earnings Ratio) ประมาณ 4.1–4.2 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกที่อยู่ที่ 6–7 เท่า สะท้อนว่า THAI ยังมีโอกาสในการเติบโตของราคาในอนาคต

อย่างไรก็ตามปัจจัยเสี่ยงและแนวโน้มครึ่งปีหลัง เรื่องของราคาน้ำมันยังคงเป็นความเสี่ยงหลัก เนื่องจากเป็นต้นทุนสำคัญของธุรกิจการบิน แต่การบินไทยได้มีแผนบริหารจัดการความเสี่ยงด้านนี้ไว้อย่างรัดกุม จึงคาดว่าผลกระทบจะอยู่ในระดับจำกัด

ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทยังเชื่อมั่นว่า ผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลังจะยังเติบโตต่อเนื่อง จากยอดขายตั๋วล่วงหน้าที่มีแนวโน้มดีขึ้น และการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานที่ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...