โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘สับปะรด’ ผลไม้มากสรรพคุณ

เดลินิวส์

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 09.35 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 23.30 น. • เดลินิวส์
“สับปะรด” เป็นผลไม้เมืองร้อนชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมนำมารับประทานอย่างแพร่หลาย และมีคุณประโยชน์อยู่ไม่น้อย แต่มีข้อควรระวังในการรับประทานด้วยเช่นกัน

“สับปะรด” เป็นผลไม้เมืองร้อนชนิดหนึ่ง มีเนื้อกรอบฉ่ำน้ำ และได้รับความนิยมนำมารับประทานอย่างแพร่หลาย ขณะเดียวกันเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์อยู่ไม่น้อย

“คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล” บอกเล่าเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ “สับปะรด” ว่า เป็นผลไม้เขตร้อนที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และมีเอนไซม์บรอมมีเลน (Bromelain) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่น่าสนใจหลายอย่าง นอกจากมีการนำสับปะรดมาบริโภคในรูปแบบของผลไม้สดและใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารและขนมต่างๆ แล้ว ยังถูกนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้หลายชนิด เช่น สับปะรดกระป๋อง สับปะรดอบแห้ง สับปะรดแช่แข็ง น้ำผลไม้ น้ำส้มสายชู ไวน์สับปะรด อุตสาห์กรรมเบียร์ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และการใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าทางการตลาดให้กับสับปะรดได้เป็นอย่างดี

สรรพคุณของสับปะรด

-ขับเหงื่อ

-ห้ามเลือด

-ขับปัสสาวะ

-ขับพยาธิ ฆ่าพยาธิ

-แก้โลหิตระดู บำรุงโลหิต

-แก้นิ่ว

-แก้ระดูขาว

-เป็นยาระบาย

-แก้หนองใน

-ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหาร

-กัดเสมหะในลำคอ แก้เสมหะเหนียว ขับเสมหะ

- แก้ไอ

-ระงับการอักเสบและบวม ทำให้แผลหายเร็ว

สับปะรดน้ำหนัก 100 กรัม จะให้พลังงานประมาณ 50 กิโลแคลลอรี โดยสารสำคัญที่พบในสับปะรด คือสารในกลุ่ม Phytoestrogens, Isoflavones, Lignans, Phenolics, กรดซิตริก, กรดมาลิก, วิตามินต่างๆ และเอนไซม์บรอมมีเลน

การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา พบว่าน้ำคั้นจากสับปะรดมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอย่างอ่อน มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ต้านการอักเสบ และยับยั้งการเกิดมะเร็ง เอนไซม์บรอมมีเลนมีฤทธิ์ย่อยโปรตีน ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ต้านมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ช่วยย่อยอาหาร และมีฤทธิ์ลดอาการบวมและการอักเสบ

ข้อควรระวัง

การรับประทานสับปะรดอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองเล็กน้อยภายในปาก ริมฝีปาก และลิ้นได้ และแม้ขณะนี้ยังไม่มีการรายงานความเป็นพิษจากการใช้ในรูปแบบของอาหาร แต่ไม่ควรรับประทานในขณะท้องว่าง เนื่องจาก สับปะรดมีความเป็นกรดและมีเอนไซม์บรอมมีเลน หากรับประทานขณะท้องว่าง จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหารได้ สำหรับผู้ที่แพ้พืชในตระกูลเดียวกับสับปะรด ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...