โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

3 เซเลบสาวแชร์ประสบการณ์ป่วย ถึงจะร่ำรวยก็หนีไม่พ้นโรคภัยคุกคาม

Manager Online

เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 03.44 น. • MGR Online

ต้องบอกเลยว่า การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ใครก็หนีไม่พ้น เป็นเรื่องสัจธรรม เหมือนอย่างบรรดาสาวๆ ทายาทตระกูลดังเหล่านี้ ที่ต่างก็มีเรื่องกำลังเผชิญกับโรค มีอาการเจ็บป่วยต่างกันไป สืบเนื่องมาจากไลฟ์สไตล์ทั้งนั้น จะมีใครเป็นโรคอะไร และเกิดจากสาเหตุอะไรบ้างลองไปดูกัน

เริ่มจากสาวแรกที่สร้างความฮือฮามาก เพราะไม่มีใครรู้เลยว่าที่ผ่านมากว่าครึ่งปีเธอห่างหายไปจากหน้าสังคม เพราะมีอาการป่วยร้ายแรงที่ขนาดถึงกับชีวิตได้ โดยสาว “เบอร์ดี้-ปาวา นาคาศัย” ได้ถ่ายทอดประสบการณ์เจ็บป่วยที่เกิดมาจากการใส่รองเท้าส้นสูง และโพสต์ท่าที่ทำการต้องก้มเหวี่ยงคอแรงๆ เป็นระยะเวลาต่อเนื่องนานๆ เพื่อถ่ายภาพ จนทำให้ผนังหลอดเลือดที่คอฉีกจนเกิดลิ่มเลือดไปอุดตันที่สมองและเกิดอาการสโตรก

โชคดีที่คนรอบข้างรู้เรื่อง และพาตัวส่งโรงพยาบาลถึงมือหมอได้ทันท่วงทีทำให้สามารถรักษาได้ แต่ก็มีปัญหาเพราะแค่ให้ยาสลายลิ่มเลือดซึ่งน่าจะแก้ปัญหาได้ กลับไม่เป็นผล เพราะไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตที่ผ่านมาของเธอ ทำให้สุขภาพร่างกายมีการดื่มน้ำน้อย พักผ่อนน้อย นอนดึก เครียดอยู่ตลอด ทำให้ลิ่มเลือดไม่ละลายตัว

จนต้องผ่าตัดสมองเพื่อคีบลิ่มเลือดออก ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงสูง และมีโอกาสกลับมาไม่เหมือนเดิม แต่ก็ถือว่าเธอโชคดีเพราะการผ่าตัดสำเร็จด้วยดี และอาการกลับมาเป็นปกติเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ มีเซลล์สมองบางส่วนเสียหายไป แต่ก็สามารถทำการบำบัดเพื่อให้เพิ่มพูนกลับมาดังเดิม แต่ก็ต้องใช้เวลานานหลายเดือน และทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่ เบอร์ดี้ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ และระมัดระวังในการใช้ชีวิตมากขึ้น พร้อมกับแชร์ประสบการณ์นี้ให้สาธารณชนรับรู้ ว่า สาววัยเพียงเลข 3 อย่างเธอก็เกิดกับโรคร้ายแรงแบบนี้ได้ ถ้าใช้ชีวิตแบบไม่ระวัง

ถัดมาที่อีกหนึ่งสาวตระกูลดัง อย่าง “หนุ่ย-จุไรรัตน์ ภิรมย์ภักดี” ที่ต้องบอกว่าตอนนี้ดวงเจ็บป่วยพาดผ่าน เพราะขณะที่ยังต้องพักฟื้นมีเฝือกติดแขนจากการผ่าตัดกระดูกไหปลาร้าข้างซ้าย โดยเธอแชร์ให้ฟังว่า ต้องผ่าตัดกระดูกไหปลาร้าค่ะ โดนตัดไป 1 ซม. และโดนเย็บเอ็นที่ไหปลาร้าที่กำลังจะขาดด้วย จากการผ่าตัดนั้นทิ้งช่วงได้เพียงเดือนเดียว ขณะกำลังรักษาตัวก็ต้องได้กลับไปเข้าโรงพยาบาลอีกรอบ คราวนี้มาในอาการตากุ้งยิง ที่มีหนองใหญ่มากที่เปลือกตาข้างซ้าย จนต้องไปให้คุณหมอกรีดออกให้ ตอนนี้เลยดูคล้ายคาแรกเตอร์การ์ตูนที่มีทั้งเฝือกทั้งผ้าปิดตา กลายเป็นตัวละครลึกลับเลยทีเดียว

แถมเมื่อช่วง 3 ปีก่อน เธอยังต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่เนื่องจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตมาแล้ว โดยหนุ่ยต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาหมอนรองกระดูก ที่เกิดมาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป จนหมอนรองกระดูกปลิ้น ต้องผ่าตัดใส่เหล็กช่วยพยุงกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่ามีเรื่องให้เจ็บป่วยแบบไม่ว่างเว้น

ปิดท้ายกันที่ทายาทสาวคนเล็กแห่งบ้านใบหยก อย่าง “บุ๊ค-พิมพ์เลิศ ใบหยก” ที่ออกมาเล่าประสบการณ์อาการเจ็บป่วยแปลกๆ ที่หลายคนอาจจะไม่รู้จัก อย่าง โรค PPPD (Persistent postural perceptual dizziness) หรือภาวะเวียนศีรษะเรื้อรังจากการทรงตัวและท่าทาง เป็นอาการวิงเวียนศีรษะเรื้อรังที่เกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนท่าทางหรือถูกกระตุ้นด้วยภาพ

เธอเล่าถึงเรื่องนี้ไว้ว่า เห็นมีคนแชร์เรื่องอาการโคลงเคลง มึนหัว บ้านไม่หมุน ไม่มีอาการปวดหัว แล้วเห็นว่ามีคนคอมเมนต์ว่ามีอาการนี้กันเยอะ หาสาเหตุและการรักษาไม่ได้ ก็เลยอยากออกมาแชร์อาการของเธอให้ฟัง โดยบอกว่าเธอมีอาการแบบนั้นมา 2 ปีแล้ว เป็นหนักถึงขนาดเดินห้างไม่ได้ เดินแล้วเหมือนจะเซวูบล้ม พยายามหาหมอรักษาหลายที่ก็ไม่หาย ทั้งไปทำกายภาพ หาแพทย์แผนจีนฝังเข็ม จนเกือบจะไป MRI หาสาเหตุแล้ว

แต่โชคดีที่ได้มาเจอคุณหมอคนเก่ง วินิจฉัยจนเจอว่าน่าจะเป็นโรค PPPD และให้ลองทานยาปรับเคมี สมดุลในสมอง ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ อาการที่ประสบมา 2 ปี หายสนิทเลย ก็เลยว่าแชร์ให้คนที่กำลังประสบปัญหาแบบเดียวกัน ให้ลองไปปรึกษาหมอ ดูว่าเข้าข่ายโรคนี้ไหม เป็นอีกหนึ่งทางออก บอกบุญเผื่อจะช่วยรักษาอาการคนอื่นๆ ได้เช่นกัน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...