โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Haircare หมื่นล้านเดือด 'แพนทีน' ส่งทรีตเมนต์ใหม่ชิงดีมานด์ดันยอดโต 300%

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 00.23 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 05.29 น.

ชิดชนก อมรมนัส P&G Haircare Brand Director บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มโปรดักต์ดูแลเส้นผม หรือ Haircare มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาทซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูงในภูมิภาคอาเซียน

เป็นไปตามเทรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญกับการบำรุงเส้นผมเชิงลึกและซับซ้อนมากขึ้น นอกจากกลุ่มสินค้าหลักแชมพู และ ครีมนวด พบว่า กลุ่ม "ทรีตเมนต์" ยังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะเป็นโปรดักต์เรือธงในการทำตลาดของ P&G Haircare ภายใต้แบรนด์แพนทีน

โดย “แพนทีน” ได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ในกลุ่ม “PANTENE MIRACLES TREATMENT WITH MELTING PRO-V PEARLS” หรือ "ทรีตเมนต์ไข่มุกโปรวี" สร้างประสบการณ์ใหม่ในการฟื้นคืนชีพผมเสีย

"ทรีตเมนต์ไข่มุกโปรวี จะเป็นการปลุกตลาดแฮร์แคร์ให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง จากที่ผ่านมาตลาดของค่อนข้างนิ่ง (Flat)พร้อมตั้งเป้าหมายยอดขายทรีตเมนต์ของแพนทีนจะสร้างการเติบโตถึง 300% ในปีหน้า"

ปัจจุบัน ตลาดแฮร์แคร์ แบ่งเป็นกลุ่มแชมพู สัดส่วน 70% ครีมนวดและทรีตเมนต์ รวมกัน 30% ซึ่งที่ผ่านมาครีมนวดจะเป็นสัดส่วนใหญ่กว่า แต่ขณะนี้เริ่มปรับสัดส่วนลงมาอยู่ใกล้เคียงกันที่ 50:50 สะท้อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มทรีตเมนต์ ทั้งทรีตเมนต์แบบล้างออก (Rinse-off) และแบบไม่ต้องล้างออก (Leave-on)

ดีมานด์ซับซ้อน หนุนตลาดพรีเมียมโตแรง

ชิดชนก กล่าวต่อว่า ในภาพรวมตลาด Haircare แม้ค่อนข้างทรงตัว แต่ตลาดในกลุ่มพรีเมียมเติบโตดี ลูกค้าพร้อมใช้จ่ายเงินในสินค้าที่ "เห็นผลลัพธ์" ขณะที่ความต้องการใช้สินค้ามีความซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งเทรนด์ทำสีผม ดัดผม ทำให้ความต้องการสินค้าที่มีโซลูชันในการดูแลแบบแอดวานซ์ แก้ปัญหาผมเสีย บำรุงฟื้นฟู ได้รับความนิยมมากขึ้น ส่งผลตลาดขยายตัวในทิศทางที่ดีสวนกระแสเศรษฐกิจ

"ลูกค้าให้ความสำคัญกับวัตถุดิบ หรือ Ingredient ในแบบสกินแคร์ ฉะนั้นการพัฒนาโปรดักต์ที่ตอบรับเทรนด์และความต้องการจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและผลักดันตลาดขยายตัว"

เปลี่ยนนิยมใช้ครั้งคราวเป็นไลฟ์สไตล์ใช้ทุกวัน

กลยุทธ์สำคัญของ “แพนทีน" ในการบุกตลาดทรีตเมนต์ครั้งนี้ วางแนวคิด Talkability-first, Takability-led ตั้งแต่คอนเทนต์ที่เล่าเรื่องราว กระตุกความสนใจ สู่โมเมนต์ทางวัฒนธรรมที่จุดประกายให้เกิดบทสนทนาและแรงซื้อ ด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการดูแลเส้นผม

"เราต้องการเปลี่ยนนิยามของคำว่าทรีตเมนต์ จากสิ่งที่ใช้เป็นครั้งคราว ให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่ใช้ได้ทุกวัน เราไม่ได้พูดถึงแค่ซาลอนอีกต่อไป แต่พูดถึง Bond Repair เทคโนโลยีทรงพลังที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถฟื้นฟูความเสียหายสะสม 3 ปีได้ในครั้งเดียว กลยุทธ์ที่สะท้อนความเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์ความงามของแพนทีน"

ทั้งนี้ P&G เตรียม Media Investment เพิ่มขึ้น 3 เท่าจากปีก่อน ในการผลักดันกลุ่มทรีตเมนต์ของแพนทีนเติบโตสูง 300% ในปีหน้า ด้วยการออกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อเนื่อง พัฒนาสินค้าตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ทั้งในด้านการฟื้นฟูคุณภาพผม และรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น แบบหลอด กระปุก แคปซูล

ขณะที่การสื่อสาร เน้นการสร้าง “Talk” หรือการบอกต่อ ภายใต้ความร่วมมือกับบรรดา KOLs (Key Opinion Leaders) รวมถึง Hair Experts บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ การขยายช่องทางจำหน่ายจากเดิมทรีตเมนต์จะเน้นช่องทางพรีเมียม ฉะนั้นจะกระจายสู่โมเดิร์นเทรดมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมี 4 พรีเซ็นเตอร์ ณเดชน์ คูกิมิยะ ญาญ่า อุรัสยา หลิงหลิง-ศิริลักษณ์ คอง และออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ เป็นตัวแทนสื่อสารแบรนด์และสะท้อนภาพลักษณ์การดูแลเส้นผมแบบ “เป็นคู่”

คู่แข่งโลคัลมาแรงหนุนตลาดขยายตัว

อย่างไรก็ดี ในภาพรวมการแข่งขันในตลาดขณะนี้มีแบรนด์แจ้งเกิดจำนวนมาก โดยเฉพาะ โลคัลแบรนด์ หรือ แบรนด์ขนาดเล็ก เอสเอ็มอี ถือเป็นเรื่องดีในการกระตุ้นตลาดเติบโต มีความหลากหลายของโปรดักต์ สร้างทางเลือกให้ผู้บริโภค พร้อมๆ กับการสร้างพฤติกรรมใหม่ไปด้วยกัน

ขณะที่ "P&G" และ แพนทีน มั่นใจใน "นวัตกรรม" จากการวิจัยและพัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์กว่า 10,000 คนจากสถาบันวิจัยในสวิตเซอร์แลนด์ รวมทั้งช่องทางจำหน่ายที่เข้าถึงผู้บริโภค และ "4 แบรนด์" หลักในเครือที่มีความแตกต่างและจะถูกดีไซน์ในการทำตลาด สร้างการเติบโตที่แตกต่างกันในแต่ละแบรนด์

"ไลน์ของทรีตเมนต์จะถูกขยายในแต่ละแบรนด์ อย่างคนที่ขจัดรังแคก็ต้องการผมสวยเช่นกัน แม้เซ็กเมนต์ของลูกค้าจะโอเวอร์แลปกัน แต่สุดท้ายก็ต้องการผมสวยทุกคน เส้นผมทรานส์ฟอร์มเมชั่นได้ด้วยการใช้ทรีตเมนต์"

สำหรับสินค้าเกี่ยวกับเส้นผมของ P&G แบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย 1.กลุ่มแวลูแบรนด์ 2.คอสเมติกส์แบรนด์ เช่น แพนทีน 3.แอนดี้แดนรัป 4.เนเชอรัลแบรนด์ และ 5.ซูเปอร์พรีเมียม

“เศรษฐกิจไม่ดีแต่เราหยุดโตไม่ได้ คนไทยชอบลอง เปลี่ยนแชมพูบ่อย ไม่ได้มีลอยัลตี้มากนัก เชื่อว่าผู้บริโภคพร้อมจ่าย แต่คีย์เวิร์ดสำคัญ คือ ต้องได้ผลจริง ที่จะนำมาซึ่งการซื้อซ้ำอีกด้วย"

เกมรุกของ P&G ผ่านแบรนด์ต่างๆ ในเครือที่จะทยอยส่งหมัดเด็ดออกมาอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ตลาดกลับมาโตแบบ High single digit ปัจจุบัน P&G มีส่วนแบ่งตลาดรวม 28%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...