โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมชล จับตาสถานการณ์น้ำยม - น่านหลัง " พายุวิภา " ชัดลุ้นเจ้าพระยาน้ำสูงขึ้น

Khaosod

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 02.50 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 02.42 น.

กรมชลจับตา ลุ่มน้ำยม – น่าน หลังฝนตกจาก " พายุวิภา " ทำน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่ ในช่วง 1 – 7 วันข้างหน้า ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาจะยกตัวสูงขึ้น

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของ พายุวิภา ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำสายหลักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย สถานการณ์ลุ่มน้ำน่าน ลุ่มน้ำยม และแม่น้ำเจ้าพระยา มีรายละเอียด ดังนี้

สถานการณ์ลุ่มน้ำน่าน ที่สถานีวัดน้ำ N.1 สำนักงานป่าไม้ฯ อ.เมืองน่าน และสถานีวัดน้ำ N.13A บ้านบุญนาค อ.เวียงสา จ.น่าน ปริมาณน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีปริมาณน้ำทางตอนบนไหลมาสมทบ โดยปริมาณทั้งหมดจะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ ในระยะต่อไป

ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ จำนวน 6,123 ล้าน ลบ.ม. หรือ 64% ของความจุอ่างฯ และยังสามารถรับน้ำได้อีก 3,387 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ได้ปรับแผนลดการระบายน้ำเหลือวันละ 10 ล้าน ลบ.ม. เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านท้ายน้ำ

สถานการณ์ลุ่มน้ำยม ณ เวลา 18.00 น. วันที่ 24 ก.ค. 68 ที่สถานีวัดน้ำยม Y.20 อ.สอง จ.แพร่ มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 1,047 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มเริ่มลดลง โดยปริมาณน้ำจะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ที่สถานีวัดน้ำ Y.1C อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,271 ลบ.ม./วินาที สูงกว่าตลิ่ง 1.27 ม. มีแนวโนมเพิ่มสูงขึ้น

กรมชลประทานได้ประเมินสถานการณ์น้ำพบว่าที่สถานีวัดน้ำ Y.1C คาดว่าระดับน้ำจะสูงถึง 10.40 – 10.60 ม.รสม. ในช่วงเช้าวันที่ 25 ก.ค. 2568 จากนั้นมวลน้ำดังกล่าวจะไหลต่อไปยังสถานีวัดน้ำ Y.37 อ.วังชิ้น จ.แพร่ และรวมกับน้ำจากลำน้ำสาขาไหลลงสู่พื้นที่ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ต่อไป

สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา มวลน้ำจากภาคเหนือได้ไหลลงมาสู่แม่น้ำเจ้าพระยา จ.นครสวรรค์ เพิ่มมากขึ้น คาดการณ์ว่าในช่วง 1 – 7 วันข้างหน้า สถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 1,500 – 1,700 ลบ.ม./วินาที ส่งผลต่อเนื่องให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยายกตัวสูงขึ้น เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับปริมาณน้ำทางตอนบนและฝนที่ตกในระยะนี้

กรมชลประทานเตรียมทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ในอัตรา 1,200 - 1,500 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่ คลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย)

กรมชลประทานได้แจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการ 11 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำให้เฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด หากมีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้น จะมีการแจ้งข้อมูลให้ทราบเป็นระยะ

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้สั่งการให้ทุกโครงการชลประทานทั่วประเทศ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับฝนที่อาจตกหนักในระยะนี้ ควบคุมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงเวลา เตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องจักรกลอื่น ๆ ประจำในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

สำหรับประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อ โครงการชลประทานในพื้นที่ใกล้บ้าน หรือสอบถามข้อมูลสถานการณ์น้ำได้ที่ สายด่วนกรมชลประทาน โทร. 1460 ตลอด 24 ชั่วโมง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมชล จับตาสถานการณ์น้ำยม - น่านหลัง " พายุวิภา " ชัดลุ้นเจ้าพระยาน้ำสูงขึ้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...