โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทอท.จ่อปรับขึ้นค่า PSC สนามบินล็อตแรก ผู้โดยสารขาออกจ่ายเพิ่ม 5 บาท

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 03.08 น.

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ทอท. หรือ AOT เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ทอท.เตรียมจะปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge : PSC) โดยจะแบ่งการปรับขึ้นค่าบริการออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกผู้โดยสารจะจ่ายค่า PSC เพิ่มขึ้นอีก 5 บาท จากปัจจุบันผู้โดยสารระหว่างประเทศ จัดเก็บที่ 730 บาทต่อคน เพิ่มเป็น 735 บาทต่อคน ส่วนผู้โดยสารในประเทศ จัดเก็บอยู่ 130 บาทต่อคน เพิ่มเป็น 135 บาทต่อคน ซึ่งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT เห็นด้วยแล้ว

ขั้นตอนจากนี้ CAAT จะต้องเสนอต่อคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) เพื่อขอความเห็นชอบ คาดว่าอาจจะเป็นช่วงต้นเดือนหรือกลางเดือนสิงหาคมนี้ หากได้รับอนุมัติก็จะใช้เวลาประกาศล่วงหน้าประมาณ 4 เดือนจึงจะมีผลบังคับใช้ การปรับค่า PSC ตามอัตรานี้ จะส่งผลให้รายได้ของ AOT ปรับเพิ่มขึ้นอีก 200-300 ล้านบาทต่อปี

การที่ทอท.เรียกเก็บค่า PSC ในช่วงแรกอีก 5 บาท เพราะเป็นสัญญาที่เคยระบุว่า ถ้ามีการพัฒนา Biomatrix ในสนามบิน ก็จะขอขึ้นอีก 5 บาท ซึ่งทอท.เปิดให้บริการนี้มาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว ทอท.จึงมาทวงสัญญานี้จาก CAAT และได้รับอนุญาตให้จัดเก็บได้

ส่วนการจัดเก็บค่า PSC ช่วงที่ 2 จะเป็นการปรับใหญ่ ซึ่ง “ทักษิณ ชินวัตร”อดีตนายกรัฐมนตรี มองว่าน่าจะเก็บเพิ่มอีก 100 บาท ขณะนี้ทอท.อยู่ระหว่างการศึกษาอัตราการจัดเก็บ ค่า PSC ที่เหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

โดยจะนำปัจจัยที่เกี่ยวข้องมาร่วมพิจารณา เช่น การปรับขึ้นจะทำให้คนเดินทางลดลงหรือไม่ รวมถึงดูข้อมูลจากสนามบินรอบข้าง อย่างสนามบิน ชางฮี สิงคโปร์ ปัจจุบันเก็บค่า PSC ที่ประมาณ 1,300 บาท แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทอท.ต้องปรับให้เท่ากับสนามบินชางงี

ทั้งนี้การที่ทอท.ต้องจัดเก็บค่า PSC เพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันทอท.ต้องแบกรับต้นทุนค่า PSC สูงกว่าอัตราที่จัดเก็บ ทำให้ขาดทุน โดยเฉพาะผู้โดยสารขาออกภายในประเทศที่มีต้นทุน PSC ที่ 160 บาทต่อคน แต่จัดเก็บที่ 130 บาทต่อคน ส่วนผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศนั้น ต้นทุนกับอัตราที่จัดเก็บก็เกือบจะใกล้เคียงกัน

แต่ทั้งนี้การที่รัฐบาลต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาคนั้น จำเป็นต้องจัดเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในอัตราที่แข่งขันได้ เพื่อให้ทอท.สามารถนำรายได้มาปรับปรุงหรือจัดหาวัสดุอุปกรณ์พัฒนาระบบต่าง ๆ ให้ทันสมัย อย่างท่าอากาศยานชางงี ประเทศสิงคโปร์ จัดเก็บค่า PSC อยู่ที่ 1,300 บาทต่อคนซึ่งสูงกว่าทอท.มาก

โดยคาดว่า จะสรุปผลศึกษาได้ในเดือนต.ค.นี้ จากนั้นจะเสนอไปที่ CAAT และเสนอคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ขออนุมัติ ตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งหากมีการปรับขึ้นค่า PSC จะทำให้ทอท.มีรายได้เพิ่ม ในขณะที่ก็ต้องมีการปรับปรุงบริการให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกมากขึ้นด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ว่าค่า PSC ทุก 100 บาทที่ปรับเพิ่มขึ้น จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 3,000 ล้านบาทต่อปี และจะเป็นแหล่งกำไรที่ทอท.จะนำไปปรับปรุงและขยายการลงทุนในการพัฒนาสนามบินต่างๆได้

ปัจจุบันทอท.มีรายได้จากค่า PSC ประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี โดยนำส่วนต่างของรายได้ไปพัฒนาสนามบิน ซึ่งเป็นหลักการของสนามบินทั่วโลก ส่วนการจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในภูมิภาค ( Aviation Hub) สนามบินเองต้องมีการวางแผนและปรับตัวให้สอดรับกับนโบายรัฐบาลมีนโยบายในการดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างเป็นระบบ

สำหรับผลประกอบการรอบ 9 เดือนปี 2568 ยังถือว่าน่าพอใจ แม้จำนวนผู้โดยสารจะไม่เป็นไปตามเป้า แต่แนวโน้มช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 คาดว่าจะดีขึ้น ขณะที่ Slot การบินเดือนก.ค.ปี 2568 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก.ค.ปี 2567 จากเที่ยวบินและนักท่องเที่ยวจีนที่เริ่มกลับมา เป็นผลจากที่รัฐบาลได้แก้ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น และจากที่ตนได้เข้ามาทำหน้าที่รักษาการฯซีอีโอ ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาได้พยายามอย่างเต็มที่ ทั้งการหารายได้เพิ่มและลดค่าใช้จ่าย และคาดรายได้ปี 2568 จะเพิ่มจากปี 2567 และผลดำเนินงานจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี

ส่วนความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการ จำหน่ายสินค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) ที่คิงเพาเวอร์ ได้ยื่นข้อเสนอมานั้น ทอท.ได้จัดจ้างสถาบันการศึกษา 2 รายเป็นที่ปรึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดลและสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ศึกษาทั้งประเด็นด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การเงิน และการบริหารธุรกิจ เพื่อวิเคราะห์ข้อจำกัดของสัญญาเดิม รวมถึงเสนอแนวทาง ที่เหมาะสมและเป็นธรรม คาดว่าจะได้ข้อสรุปตามระยะเวลาที่กำหนด 60 วัน จากนั้นจะเสนอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...