โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดรอบห้าเดือนหลังสหรัฐโจมตีอิหร่าน

PostToday

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 23.07 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 06.04 น.

สัญญาน้ำมันดิบเบรนต์ล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 1.52 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 1.97% มาอยู่ที่ 78.53 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อเวลา 12.05 น. ตามเวลาในประเทศไทย ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.51 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.04% มาอยู่ที่ 75.35 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ก่อนหน้านี้ ทั้งสองสัญญาได้พุ่งขึ้นมากกว่า 3% ในระหว่างการซื้อขาย โดยแตะระดับสูงสุดในรอบห้าเดือนที่ 81.40 ดอลลาร์สหรัฐ และ 78.40 ดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ ก่อนจะปรับลดลงเล็กน้อย

ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นมีสาเหตุมาจากคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งระบุว่า เขาได้ “ทำลาย” โครงการนิวเคลียร์หลักของอิหร่านแล้วจากปฏิบัติการโจมตีในช่วงสุดสัปดาห์ โดยได้เข้าร่วมกับอิสราเอลในการยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่อิหร่านประกาศว่าจะตอบโต้เพื่อปกป้องตนเอง

ทั้งนี้ อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับสามของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC)

ผู้ค้าในตลาดคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นต่อไป เนื่องจากมีความหวาดหวั่นว่าอิหร่านอาจตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบประมาณหนึ่งในห้าของอุปทานทั่วโลก

สำนักข่าว Press TV ของอิหร่านรายงานว่า รัฐสภาอิหร่านได้อนุมัติมาตรการเพื่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยในอดีตอิหร่านเคยข่มขู่ว่าจะปิดช่องแคบดังกล่าว แต่ไม่เคยดำเนินการจริง

อิหร่านและอิสราเอลมีการแลกเปลี่ยนการโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธในวันจันทร์ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก

แม้ว่าจะมีเส้นทางท่อส่งน้ำมันอื่นในภูมิภาค แต่ก็ยังคงมีปริมาณน้ำมันดิบที่ไม่สามารถส่งออกได้ทั้งหมด หากช่องแคบฮอร์มุซไม่สามารถใช้การได้ โดยบริษัทเดินเรือจะหลีกเลี่ยงการผ่านพื้นที่ดังกล่าวมากขึ้น เธอกล่าวเพิ่มเติม

ธนาคารโกลด์แมน แซคส์ รายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า ราคาน้ำมันเบรนต์อาจพุ่งขึ้นแตะระดับ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในระยะสั้น หากปริมาณน้ำมันที่ไหลผ่านช่องแคบสำคัญนี้ลดลงครึ่งหนึ่งเป็นเวลา 1 เดือน และจะยังคงลดลงต่อเนื่องอีก 10% ในระยะเวลา 11 เดือนถัดไป

อย่างไรก็ดี ธนาคารยังคงประเมินว่าจะไม่มีการหยุดชะงักอย่างมีนัยสำคัญต่ออุปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ พร้อมทั้งเสริมว่า มีแรงจูงใจในระดับโลกที่จะป้องกันการหยุดชะงักที่รุนแรงและยาวนาน

นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ราคาน้ำมันเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13% ขณะที่ WTI เพิ่มขึ้นประมาณ 10%

อย่างไรก็ตาม ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางที่สำคัญสำหรับการส่งออกน้ำมันของอิหร่านเอง ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ หากปิดช่องแคบอย่างยืดเยื้อก็จะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านอย่างรุนแรงเช่นกัน จึงเปรียบเสมือนดาบสองคม

ในอีกด้านหนึ่ง ญี่ปุ่นได้เรียกร้องให้มีการลดความตึงเครียดในอิหร่านในวันจันทร์ ขณะที่รองรัฐมนตรีอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจมีต่อการค้าของประเทศจากการโจมตีดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...