โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ด.ช.วัย15 ถูกเตะสลบ คาโรงเรียน รู้สึกตัวอีกทีเกือบ 2 ทุ่ม เผยปมเกิดเหตุ

Khaosod

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 07.50 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 07.19 น.
ด.ช.วัย15 ถูกเตะสลบ คาโรงเรียน รู้สึกตัวอีกทีเกือบ 2 ทุ่ม เผยปมเกิดเหตุ

ด.ช.วัย15 ถูกเตะสลบ คาโรงเรียน รู้สึกตัวอีกทีเกือบ 2 ทุ่ม เผยปมเกิดเหตุ ด้าน ครอบครัว ร้องขอความเป็นธรรม ยัน ยังไม่ได้รับคำขอโทษ-เงินเยียวยา

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปวิดีโอลงในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี โดยในคลิปจะเห็นนักเรียนชายที่สวมเสื้อแขนสั้นสีแดง เตะเข้าที่ใบหน้าของนักเรียนชายอีกคนที่สวมชุดนักเรียน จนสลบคาที่ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะช่วยดึงร่างของเด็กที่ถูกทำร้ายขึ้นมา

พร้อมโพสต์ข้อความว่า "หลานชายถูกเตะหลับคากลางอากาศ ช่วยหน่อยนะครับ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ช่วยแนะนำด้วยครับ เด็กอายุ 13 ปี คู่อริเป็นลูกทหาร เหตุเกิดที่ จ.อุบลฯ"

ด.ช.วัย15 ถูกเตะสลบ คาโรงเรียน รู้สึกตัวอีกทีเกือบ 2 ทุ่ม เผยปมเกิดเหตุ ด้าน ครอบครัว ร้องขอความเป็นธรรม ยัน ยังไม่ได้รับคำขอโทษ-เงินเยียวยา

ด.ช.วัย15 ถูกเตะสลบ คาโรงเรียน รู้สึกตัวอีกทีเกือบ 2 ทุ่ม เผยปมเกิดเหตุ ด้าน ครอบครัว ร้องขอความเป็นธรรม ยัน ยังไม่ได้รับคำขอโทษ-เงินเยียวยา

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 มิ.ย.2568 ที่อ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ผู้สื่อข่าวได้พบกับ ครอบครัวของ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งได้โชว์บาดแผลตามร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหลัง ข้อศอก และริมฝีปากที่ยังคงแดงอยู่ ซึ่งสามารถเห็นบาดแผลได้ชัดเจน แม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 1 เดือนแล้ว

ด.ช.เอ กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเริ่มจากการที่รุ่นน้องมาตบหัวตน ตนจึงตบหัวกลับในวันนั้น วันถัดมารุ่นน้องได้เรียกตนไปพูดคุยที่บริเวณหลังพระใหญ่ ตนจึงไปคนเดียว โดยเข้าใจว่าอาจจะไปเล่นตะกร้อ เพราะรุ่นน้องได้พาเพื่อนในห้องอีก 2 คนมาด้วย ไม่คิดว่าจะถูกทำร้าย

หลังจากนั้นจึงถูกทำร้ายร่างกายจนรู้สึกเหมือนหมดสติ จำเหตุการณ์ไม่ได้ และมารู้สึกตัวอีกครั้งเวลาประมาณ 20.00 น. ก่อนจะพบว่าตนปากแตก เจ็บท้ายทอย มีรอยช้ำบริเวณท้ายทอย ศอกทั้งสองข้าง และแผ่นหลัง

หลังเกิดเหตุ ตนและฝ่ายคู่กรณียังไม่ได้มีการพูดคุยกันแต่อย่างใด แต่เห็นว่าคู่กรณีโพสต์ในอินสตาแกรมว่า "เงินก็ให้ไปแล้ว ยังเอาคลิปไปลงอีก" ซึ่งตนไม่ทราบว่า อีกฝ่ายพูดถึงเงินจำนวนใด เพราะไม่ได้รับเงินเยียวยาแต่อย่างใด ทั้งที่พ่อของอีกฝ่ายได้พูดคุยทางโทรศัพท์ว่าจะโอนเงินค่าเยียวยาจำนวน 10,000 บาทให้ในวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการนัดเจรจาใด ๆ

ด.ช.เอ กล่าวด้วยว่า หลังเกิดเหตุฝ่ายคู่กรณีก็ไม่ได้มาขอโทษ และตนยังคงรู้สึกโกรธกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากเหตุการณ์ตนได้ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ และโรงพยาบาลเบญจลักษ์ ซึ่งแพทย์ระบุว่า มีอาการฟกช้ำตามร่างกายและเจ็บบริเวณท้ายทอย

ด้าน นายสุรพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี พ่อของด.ช.เอ กล่าวว่า ตนเป็นผู้ติดต่อผู้ปกครองของคู่กรณีก่อนเพื่อพูดคุย แต่ในตอนแรกอีกฝ่ายไม่ยอมเข้ามาไกล่เกลี่ย อ้างว่าปฏิบัติหน้าที่ที่ชายแดน จึงขอรอหมายเรียกหรือหมายศาลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ต่อมาผู้ปกครองของคู่กรณีได้ติดต่อกลับมาว่า หากกลับมาจากชายแดนเมื่อใด จะขอเปิดใจพูดคุยอีกครั้ง

นายสุรพล กล่าวต่อว่า ตั้งแต่เกิดเหตุยังไม่ได้รับการขอโทษใด ๆ จากทั้งฝ่ายนักเรียนคู่กรณีหรือผู้ปกครอง และทางโรงเรียนก็เพียงแจ้งว่าจะดำเนินการกับผู้ที่ปล่อยคลิปวิดีโอเท่านั้น ไม่มีการติดต่อหรือดูแลเยียวยานักเรียนผู้เสียหายแต่อย่างใด

โดยหลังจากเหตุการณ์ ด.ช.เอ ยังไม่ได้กลับไปเรียน และตนมีแผนจะย้ายลูกมาเรียนในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ แทน เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยของลูกชาย

ทั้งนี้ ครอบครัวของ ด.ช.เอ ได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันถัดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี โดยทางคู่กรณีได้นัดเจรจาไกล่เกลี่ยในวันที่ 28 มิ.ย.นี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ด.ช.วัย15 ถูกเตะสลบ คาโรงเรียน รู้สึกตัวอีกทีเกือบ 2 ทุ่ม เผยปมเกิดเหตุ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...