โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

มาเลเซียลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 5 ปี รับภาษีทรัมป์พ่นพิษ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 01.43 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 08.28 น.

ธนาคารกลางมาเลเซีย ประกาศ "ลดอัตราดอกเบี้ย" ลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ในการประชุมวันนี้ (9 ก.ค. 68) โดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายข้ามคืน (ORP) ลง 0.25% สู่ระดับ 2.75% เพื่อพยุงเศรษฐกิจแดนเสือเหลองท่ามกลางแนวโน้มการเติบโตที่อ่อนแอลง และความไม่แน่นอนที่เพิ่มมากขึ้นใน การค้าโลก

ครั้งสุดท้ายที่ธนาคารกลางมาเลเซียปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายข้ามคืน คือในเดือนก.ค. 2020 หลังจากนั้นมา แบงก์ชาติมาเลเซียได้ทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวมทั้งหมด 1.25 bsp ระหว่างเดือนพ.ค. 2022 - พ.ค. 2023 จากระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.75% เป็น 3.00% และคงที่ในระดับนี้มาตั้งแต่เดือนก.ค. 2023

การตัดสินใจของแบงก์ชาติมาเลเซียในครั้งนี้ มีขึ้นตามมาเพียง 1 วันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศภาษีศุลกากร 25% สำหรับสินค้าส่งออกของมาเลเซียไปยังสหรัฐ จากเดิมที่ 24% ที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ โดยมาเลเซียเป็นหนึ่งใน 14 ประเทศที่ทรัมป์ส่งจดหมายแจ้งเรื่องจะขึ้นภาษีนำเข้า

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีสัญญาณว่าเศรษฐกิจมาเลเซียกำลังชะลอตัว

การเติบโตของจีดีพีมาเลเซียไตรมาสแรกชะลอตัวลงเหลือ 4.4% ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพ.ค. ลดลงมาอยู่ที่ 1.2% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 51 เดือน ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานลดลงเหลือ 1.8% จาก 2.0% ในเดือนก่อน แม้ว่าราคาสินค้าบางประเภทจะยังคงเพิ่มขึ้นสูง

ขณะเดียวกัน ค่าเงินริงกิตมาเลเซียยังคงแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแข็งค่าขึ้นไปแล้ว 5-6% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในปีนี้ หลังจากปิด ณ สิ้นปี 2024 ในฐานะสกุลเงินที่มีผลงานดีที่สุดในเอเชียโดยแข็งค่าไปเพียง 2.7% ตลอดทั้งปีนี้ค่าเงินมาเลเซียยังคงแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่แคบลง ดุลการค้าและบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลอย่างต่อเนื่อง และค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าโดยรวม

นักวิเคราะห์จาก MIDF Research คาดว่าค่าเงินริงกิตจะอยู่ที่ 4.10 ต่อดอลลาร์ในปีนี้ แต่ก็มีการคาดการณ์บางส่วนว่าค่าเงินอาจดีดตัวกลับเป็น 3.90 ภายในสิ้นปีเช่นกัน

รายงานของ Fitch BMI เมื่อวันอังคารเตือนว่า "มาเลเซีย ไทย และกัมพูชา" อาจจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐใต้สถานการณ์จำลองทั้งหมด โดยมาเลเซียอาจต้องเสียภาษีนำเข้า 25% ขณะที่ไทยและกัมพูชาอาจต้องเสียภาษีนำเข้าสูงถึง 36% รายงานยังระบุด้วยว่าผลกระทบต่อการส่งออกจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 2 ประการ ได้แก่ ระดับของอัตราภาษีที่สูงขึ้นที่ส่งต่อไปยังผู้บริโภคในสหรัฐ และความอ่อนไหวของผู้ซื้อต่อการเปลี่ยนแปลงราคา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...