โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ทรัมป์" เคาะ ภาษีทองแดงร้อยละ 50 มีผล 1 ส.ค.นี้

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 14.27 น.
ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศผ่าน Truth Social หลังประเมินด้านความมั่นคงแห่งชาติ ราคาทองแดงฟิวเจอร์พุ่งแรงทันที 13.12% ในวันอังคารและ 2.6% ในวันพุธ หวั่นราคาทองแดงปรับขึ้นสูง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ประกาศผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Truth Social เมื่อวันพุธที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า การเรียกเก็บภาษีนำเข้าทองแดงในอัตราสูงถึง 50% ซึ่งเขาได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป

การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับผลการประเมินด้านความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของทองแดงต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ

ทั้งนี้ ทองแดงเป็นโลหะที่จำเป็นสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ เครื่องบิน เรือ อาวุธ ศูนย์ข้อมูล แบตเตอรีลิเธียมไอออน ระบบเรดาร์ ระบบป้องกันขีปนาวุธ และแม้แต่ อาวุธความเร็วเหนือเสียง ซึ่งเรากำลังสร้างขึ้นเป็นจำนวนมาก ทองแดงเป็นวัสดุที่กระทรวงกลาโหมใช้มากเป็นอันดับสอง"

คำประกาศดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มองว่าทองแดงเป็นสินทรัพย์สำคัญที่ต้องปกป้องเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมและการป้องกันประเทศ

ทันทีที่มีการประกาศดังกล่าวออกมา ราคาทองแดงฟิวเจอร์ในตลาดสหรัฐฯ ก็ตอบรับในเชิงบวกอย่างรวดเร็ว โดยพุ่งขึ้น 2.6% ในวันพุธ

ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากวันอังคารที่ราคาทะยานขึ้นถึง 13.12% ทำสถิติพุ่งขึ้นในวันเดียวที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงความกังวลของตลาดต่ออุปทานและแนวโน้มราคาที่อาจสูงขึ้นจากการปรับขึ้นภาษีครั้งนี้

ข้อมูลจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า ทองแดงเป็นโลหะที่มีการใช้มากเป็นอันดับสามของโลก รองจากเหล็กและอะลูมิเนียม

ซึ่งบ่งชี้ถึงบทบาทสำคัญในหลากหลายอุตสาหกรรม และด้วยความที่สหรัฐฯ ต้องพึ่งพาการนำเข้าทองแดงเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณการใช้ทั้งหมด

การตัดสินใจขึ้นภาษีในครั้งนี้จึงนับเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญที่อาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อห่วงโซ่อุปทานโลกและราคาโลหะพื้นฐานในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...