อัปเดต 2568! บัตรทองอัปเกรดสิทธิ 30 บาทครอบคลุมทั่วไทย
วันนี้ (2 มิ.ย.2568) นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ "บัตรทอง" ได้ยกระดับสู่การให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2568 ตามที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยประกาศในงาน "Kick off 30 บาท รักษาทุกที่ เพื่อคนไทย สุขภาพดีถ้วนหน้า ระยะที่ 4" เมื่อ 25 ธ.ค.2567 นโยบายนี้พัฒนาจาก "30 บาทรักษาทุกโรค" เป้าหมายลดภาระค่ารักษาพยาบาลและเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพสำหรับคนไทยทุกคน
สิทธิ 30 บาทรักษาทุกที่คืออะไร ?
สิทธิ 30 บาทรักษาทุกที่ หรือ "บัตรทอง" เป็นระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ให้คนไทยที่มีสัญชาติและเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เข้าถึงบริการทางการแพทย์ในราคาประหยัดหรือฟรี โดยไม่ต้องจ่ายเกิน 30 บาทต่อครั้ง (บางกรณีฟรี) ในปี 2568 ระบบนี้ครอบคลุมทุกจังหวัด ใช้บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ที่หน่วยบริการปฐมภูมิทุกแห่งทั่วประเทศ โดยไม่ต้องมีใบส่งตัว และเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพผ่าน Health ID ดิจิทัล 100% ทำให้การรักษาสะดวกรวดเร็วขึ้น
ขั้นตอนสมัครบัตรทอง
สามารถทำได้ทั้งแบบออนไลน์และที่หน่วยงานที่กำหนด ดังนี้
เตรียมเอกสาร
- บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง) หรือเอกสารราชการที่มีเลข 13 หลัก
- เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้สูติบัตรพร้อมบัตรประชาชนผู้ปกครอง
- หากที่พักไม่ตรงทะเบียนบ้าน ต้องมีสำเนาทะเบียนบ้านและหนังสือรับรองจากเจ้าบ้านหรือผู้นำชุมชน
ช่องทางการสมัคร
- ออนไลน์ ดาวน์โหลดแอป NHSO หรือ แอปทางรัฐ แล้วลงทะเบียนตามขั้นตอน กรอกข้อมูลส่วนตัวและยืนยันตัวตน
- ออฟไลน์ สถานที่สมัคร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.), โรงพยาบาลรัฐ, หรือหน่วยบริการปฐมภูมิที่เข้าร่วมโครงการ
- สายด่วน สปสช. โทร 1330 กด 6 เพื่อสอบถามหรือนัดหมายสมัคร
ตรวจสอบสถานะ หลังสมัคร ใช้แอป NHSO หรือเว็บไซต์ สปสช. ตรวจสอบว่าสิทธิได้รับการอนุมัติหรือไม่
เงื่อนไขการใช้สิทธิ สิทธิ 30 บาทรักษาทุกที่ในปี 2568 มีเงื่อนไขดังนี้
ผู้มีสิทธิ
คนไทยทุกคนที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
เด็กแรกเกิดที่เป็นคนไทย
ผู้ที่ไม่มีประกันสังคมหรือสวัสดิการข้าราชการ
บุตรข้าราชการที่อายุเกิน 20 ปีหรือสมรสแล้ว และไม่มีสิทธิประกันสุขภาพอื่น
สถานพยาบาลที่ใช้ได้
กทม. ได้แก่ ศูนย์บริการสาธารณสุข คลินิกชุมชนอบอุ่น
ต่างจังหวัด ได้แก่ รพ.สต. สถานีอนามัย ศูนย์สุขภาพชุมชน รพ.รัฐประจำอำเภอหรือจังหวัด (สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข)
ร้านยาคุณภาพ ดูแลเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการปรึกษาเภสัชกรและรับยาตามอาการ
คลินิกหมอ (คลินิกเวชกรรม) เจ็บ ไข้ ไอ ปวด รับบริการตรวจรักษาโรคทั่วไป แบบผู้ป่วยนอก
คลินิกหมอฟัน (คลินิกทันตกรรม) อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน เคลือบหลุมร่องฟัน เคลือบฟลูออไรด์ (ปีละ 3 ครั้ง)
คลินิกพยาบาล ทำแผล ล้างแผล ล้างตา ล้างจมูก เปลี่ยนสายให้อาหาร ฉีดยาตามแผนการรักษาของแพทย์ และตรวจรักษาโรคเบื้องต้น 32 กลุ่มอาการเช่น เป็นไข้ตัวร้อน ไอ ปวดศีรษะ ปวดท้อง เป็นต้น
คลินิกกายภาพบำบัด ฟื้นฟูผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค (ในช่วง 6 เดือนแรกหลังพ้นวิกฤต) ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง สมองได้รับบาดเจ็บ ไขสันหลังได้รับบาดเจ็บ กระดูกสะโพกหัก
คลินิกแพทย์แผนไทย นวด ประคบ อบสมุนไพร เพื่อการรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพ 4 กลุ่ม ได้แก่ โรคอัมพฤกษ์ โรคอัมพาต โรคสันนิบาต และฟื้นฟูสุขภาพมารดา หลังคลอด
คลินิกเทคนิคการแพทย์ ตรวจแล็บ-เจาะเลือด 22 รายการตามใบแพทย์สั่งตรวจจากโรงพยาบาลที่ให้การรักษา เช่น ตรวจความเข้มข้นและความผิดปกติของเม็ดเลือด ตรวจระดับไขมัน/น้ำตาล ตรวจการทำงานของตับ ไต เป็นต้น
กรณีฉุกเฉิน
ประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วยฉุกเฉินไม่ถึงขั้นวิกฤต เข้ารักษาได้ที่โรงพยาบาลรัฐทุกแห่ง และโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมกับ สปสช. ยื่นบัตรประชาชน แจ้งใช้สิทธิฉุกเฉิน
เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตถึงแก่ชีวิต (เช่น หมดสติ, หายใจไม่ออก, เจ็บหน้าอกรุนแรง) เข้ารักษาได้ที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่ใกล้ที่สุด ยื่นบัตรประชาชน แจ้งใช้สิทธิ UCEP เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิทุกที่
หมายเหตุ โรงพยาบาลรัฐสังกัดอื่น เช่น กรุงเทพมหานคร กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มหาวิทยาลัย เป็นโรงพยาบาลสำหรับรับส่งต่อผู้ป่วย ต้องใช้ใบส่งตัว
ข้อจำกัด
ไม่ครอบคลุมการรักษาที่ไม่จำเป็นทางการแพทย์ เช่น ศัลยกรรมความงาม หรือการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ
ขั้นตอนการใช้สิทธิ การใช้สิทธิ 30 บาทรักษาทุกที่ในปี 2568 ทำได้ง่ายด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ดังนี้
ตรวจสอบสิทธิ
ผ่านแอป NHSO, แอปทางรัฐ, หรือ เว็บไซต์ สปสช.
โทรสายด่วน สปสช. 1330 กด 6
ผ่าน LINE Official สปสช. (@nhso)
เลือกหน่วยบริการ ค้นหาหน่วยบริการปฐมภูมิใกล้ตัวผ่านแอปทางรัฐ หรือเว็บ สปสช. ซึ่งรวมโรงพยาบาลรัฐ คลินิก ร้านยา
เข้ารับบริการ
แสดงบัตรประชาชนที่หน่วยบริการ ไม่ต้องใช้ใบส่งตัว
กรณีลืมบัตร ใช้แอป ThaID (บัตรประชาชนดิจิทัล), ใบขับขี่, หรือเอกสารที่มีเลข 13 หลักพร้อมรูปถ่าย
เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ใช้สูติบัตรและบัตรประชาชนผู้ปกครอง
รับยาหรือรักษา
อาการเล็กน้อย (เช่น ไข้หวัด ปวดหัว) รับยาฟรีที่ร้านยาคุณภาพ 32 อาการ
กรณีรักษาต่อเนื่อง เช่น โรคเรื้อรัง รับการดูแลที่หน่วยบริการประจำ
กรณีฉุกเฉิน เข้าโรงพยาบาลใดก็ได้ทันที
เปลี่ยนหน่วยบริการ เปลี่ยนสถานพยาบาลประจำได้ผ่านแอปทางรัฐหรือ LINE สปสช. โดยไม่ต้องไปที่สำนักงาน
สิทธิพิเศษปี 2568
นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ในปี 2568 เพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมนวัตกรรม 30 บาทรักษาทุกที่ ดังนี้
- ตู้ห่วงใยหาหมอออนไลน์ ตั้งในชุมชน/ห้างสรรพสินค้า และรอรับจัดส่งยาถึงบ้าน
หาหมอออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันสุขภาพ ทำตามขั้นตอนจะได้ปรึกษาแพทย์ตามอาการ และรอรับยาจัดส่งถึงบ้าน กับ 3 แอปพลิเคชันสุขภาพ ได้แก่
แอปพลิเคชัน Clicknic (คลิกนิก) โดยคลิกนิกเฮลท์คลินิกเวชกรรม สอบถามเพิ่มเติม ไลน์ไอดี @clicknic
แอปพลิเคชัน Mordee (หมอดี) โดยชีวีบริรักษ์ คลินิกเวชกรรม สอบถามเพิ่มเติม ไลน์ไอดี @mordeeapp
แอปพลิเคชัน Saluber MD (ซาลูเบอร์ เอ็ม ดี) โดยสุขสบายคลินิกเวชกรรม สอบถามเพิ่มเติม ไลน์ไอดี @smdthailand
รถทันตกรรมเคลื่อนที่ ดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น คนพิการ ผู้ต้องขัง ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ชุมชนแออัด หรือชุมชนในพื้นที่ห่างไกล
เจาะเลือดที่บ้านผู้ป่วยติดเตียง หากโรงพยาบาลตามสิทธิมีบริการเจาะเลือดที่บ้านให้ประสานกับโรงพยาบาลที่ให้การรักษาผู้ป่วยและนัดหมายเจาะเลือดที่บ้าน หรือประสานคลินิกเทคนิคการแพทย์ที่เข้าร่วม 30 บาทรักษาทุกที่ให้มาเจาะเลือดที่บ้านได้
รถคลินิกเวชกรรมเคลื่อนที่ให้บริการในชุมชน
ห้องพยาบาลโรงเรียนมัธยม หาหมอออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันให้บริการที่ห้องพยาบาลในโรงเรียนพร้อมจัดส่งยาถึงโรงเรียน มีผู้ช่วยพยาบาลประจำที่โรงเรียนที่เข้าร่วม
หน่วยบริการเชิงรุก ในห้างสรรพสินค้า สถานประกอบการ โรงงาน ฯลฯ บริการตรวจสุขภาพฟรีตามสิทธิประโยชน์ เช่น เจาะเลือด ตรวจแล็บ วัดความดันโลหิตสูง เจาะเลือดปลายนิ้ววัดเบาหวาน เอกซเรย์ปอด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ คัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี/ซี
คลินิกพยาบาลและหาหมอออนไลน์ในปั๊มน้ำมันและสถานีรถไฟฟ้า ให้บริการพยาบาลเบื้องต้นและรักษา 32 โรค ร้านยาดูแลเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ หากเกินจะได้ปรึกษาแพทย์ผ่านระบบออนไลน์
เครื่องล้างไตอัตโนมัติ APD ล้างไตเหลือวันละ 1 ครั้ง ทำได้ขณะนอนหลับ ให้ยืมเครื่องไปใช้ที่บ้าน ไปรษณีย์ส่งน้ำยาล้างไตถึงบ้าน
รถรับส่งผู้ป่วยติดเตียงไปโรงพยาบาล ประสานผ่านสายด่วน สปสช. 1330
แม้ว่านโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่จะได้รับการชื่นชม แต่ก็เผชิญความท้าทาย เช่น การคำนวณจำนวนผู้ป่วยที่คลาดเคลื่อนถึงร้อยละ 8.37 ทำให้ผู้ใช้บริการมากกว่าคาด นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ยืนยันว่านโยบายนี้ไม่ล่ม และรัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมในปี 2569 เพื่อรองรับความต้องการ
อย่างไรก็ตาม มีข้อถกเถียงเมื่อแพทยสภาฟ้องศาลปกครองเพื่อยกเลิกการให้ยาฟรีที่ร้านยาชุมชน อ้างว่าอาจกระทบมาตรฐานการรักษา สปสช. และพรรคเพื่อไทยกำลังเจรจาเพื่อหาทางออกที่สมดุล
ที่มา : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
อ่านข่าวอื่น :