“ทรัมป์” สั่งระงับนัดขอวีซ่านักเรียนทั่วโลก เตรียมเข้มคัดกรองโซเชียลมีเดียต่างชาติ
"ทรัมป์" สั่งระงับนัดขอวีซ่านักเรียนทั่วโลก ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเตรียมเข้มคัดกรองโซเชียลมีเดียต่างชาติ มาตรการนี้ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของแนวนโยบายเข้มงวดด้านคนเข้าเมือง
วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 เวลา 07.18 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งให้สถานทูตและสถานกงสุลสหรัฐในต่างประเทศหยุดนัดหมายผู้ขอวีซ่านักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนรายใหม่ เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศกำลังเตรียมขยายการตรวจสอบโซเชียลมีเดียของนักเรียนต่างชาติ
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในเอกสารว่า กระทรวงมีแผนจะออกแนวทางใหม่เกี่ยวกับการตรวจสอบโซเชียลมีเดียของผู้ยื่นขอวีซ่านักเรียนและผู้แลกเปลี่ยน หลังการทบทวนกระบวนการเสร็จสิ้น และขอให้สถานกงสุลหยุดการนัดหมายใหม่สำหรับวีซ่าประเภทนี้ไปก่อน
มาตรการนี้เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลทรัมป์พยายามเพิ่มการเนรเทศและเพิกถอนวีซ่านักเรียน เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายควบคุมคนเข้าเมืองแบบเข้มงวดที่ทรัมป์ผลักดันอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันมีผู้ประท้วงหลายร้อยคน รวมถึงนักศึกษาและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ออกมาชุมนุมสนับสนุนนักเรียนต่างชาติที่บริเวณมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งประณามความพยายามของรัฐบาลทรัมป์ที่ตัดงบประมาณสนับสนุนมหาวิทยาลัย
ในเอกสารของกระทรวงที่ Politico รายงานก่อนหน้านี้ รูบิโอระบุว่า การนัดหมายที่กำหนดไว้แล้วสามารถดำเนินการต่อไปได้ภายใต้แนวทางปัจจุบัน แต่การนัดหมายใหม่ที่ยังไม่มีผู้จองควรถูกถอนออกจากระบบ
ในเอกสารระบุว่า “กระทรวงกำลังทบทวนกระบวนการคัดกรองผู้ขอวีซ่า F, M, J (นักเรียนและผู้แลกเปลี่ยน) และเตรียมออกแนวทางใหม่สำหรับการตรวจสอบโซเชียลมีเดียที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น” ซึ่งเจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่าเนื้อหาในเอกสารดังกล่าวถูกต้อง
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ Tammy Bruce ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นโดยตรง ต่อรายงานดังกล่าว แต่กล่าวในงานแถลงข่าวว่า “เราจะใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มี เพื่อประเมินว่าคนที่ต้องการเข้าประเทศสหรัฐฯ เป็นใคร ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรือคนทั่วไป”
นอกจากนี้เอกสารยังระบุว่า การขยายการตรวจสอบโซเชียลมีเดียจะทำให้แต่ละสถานกงสุลต้องปรับกระบวนการทำงาน การจัดสรรทรัพยากร และพิจารณาภาระงานในแต่ละกรณีก่อนนัดหมายใหม่
นอกจากนี้สถานกงสุลยังถูกแนะนำให้เน้นงานบริการแก่พลเมืองสหรัฐ, วีซ่าผู้อพยพ และการป้องกันการฉ้อโกงเป็นหลัก เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์ ระบุว่านักเรียนที่ถือวีซ่าและกรีนการ์ดอาจถูกเนรเทศได้ หากพบว่าแสดงความเห็นสนับสนุนปาเลสไตน์หรือวิจารณ์อิสราเอลในสงครามที่ฉนวนกาซา โดยอ้างว่าเป็นภัยต่อ“นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ” และกล่าวหาว่าเป็นแนวร่วมกับฮามาส
นักวิจารณ์มองว่าแนวทางนี้เป็นการละเมิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ (First Amendment)
อ้างอิง : reuters.com