โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

52 บจ. SET100 ราคาหุ้นปีนี้ดิ่ง 20-60% รายย่อยถือรวมกว่า 1.6 ล้านราย

efinanceThai

เผยแพร่ 27 พ.ค. 2568 เวลา 06.46 น.

ส่องผลตอบแทนหุ้น SET100 ปีนี้ ติดลบแทบยกแผง โดยมีถึง 52 บริษัทที่ราคาหุ้นดิ่ง 20-60% ส่วนมากเป็นกลุ่มอสังหาฯ - อาหาร แต่ผลการดำเนินงาน Q1/68 ไม่ได้แย่อย่างราคาหุ้น เพราะกำไรสุทธิช่วงดังกล่าว ยังโตจากปีก่อนได้กว่าครึ่ง ขณะที่รายย่อยถือหุ้นในกลุ่มนี้รวมเฉียด 1.6 ล้านราย ฟากวงการแนะหากดัชนีลงใกล้ระดับ 1,172 จุด เป็นจังหวะเข้าเก็บหุ้นมีปัจจัยบวกหนุน แต่ต้องมีจุด stop loss ด้วย !

*** พบ 52 หุ้น SET100 ราคาปีนี้ดิ่ง 20-60%

ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ตั้งแต่ต้นปี (YTD) ปรับตัวลงกว่า 222 จุด หรือ 16.20% ส่งผลให้หุ้นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปรับตัวลงตามถึง 718 บริษัท หลังปัจจัยหลัก คือ สงครามการค้าที่กลับมาปะทุอีกครั้ง ภายหลัง "โดนัลด์ ทรัมป์" กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และมีมาตรการเก็บภาษีคู่ค้าทั่วโลกเชิงรุก

ขณะที่ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจการเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในดัชนี SET100 ช่วงดังกล่าว พบว่า มีถึง 85 บริษัท ที่ราคาหุ้นปรับตัวลง ขณะที่ มี 61 บริษัท ที่ราคาหุ้น Underperform ดัชนีหุ้นไทย โดยมีถึง 52 บริษัท ที่ในช่วงดังกล่าว ราคาหุ้นปรับตัวลงมากกว่า 20% ประกอบด้วย

52 บจ. SET100ราคาหุ้นปีนี้ดิ่ง 20-60% รายย่อยถือรวมกว่า 1.6 ล้านราย

ชื่อย่อหุ้น

ราคาปิดล่าสุด (บ.)*

%chg YTD

ผถห.รายย่อย (ราย)

GLOBAL

5.30

-60.41

11,883

AAV

1.16

-57.97

34,056

DOHOME

3.68

-56.44

19,913

SAPPE

32.5

-52.03

5,221

JMART

6.40

-51.52

24,692

SAWAD

19

-49.94

22,781

ITC

11.40

-48.88

12,297

ERW

1.98

-48.17

14,401

AMATA

15

-47.83

11,660

BGRIM

10.20

-47.69

37,876

COCOCO

6.40

-47.54

9,756

JMT

9.65

-46.98

18,909

SKY

14.10

-46.79

2,617

CRC

18.70

-45.00

15,358

SISB

16.50

-45.00

6,493

CCET

5.65

-44.06

13,577

AWC

2

-43.18

22,975

AOT

34

-42.86

96,687

CENTEL

19.90

-42.32

15,109

WHA

3.20

-41.82

51,446

CHG

1.48

-39.34

27,777

KCE

14.90

-39.18

34,454

M

15

-39.02

14,848

BA

13.80

-38.39

10,659

VGI

2.22

-37.64

22,200

IRPC

0.83

-32.52

91,994

PRM

5.85

-31.98

11,583

STGT

6.90

-29.95

51,582

DELTA

108

-29.18

17,450

HANA

17.50

-29.15

30,796

BH

144

-27.82

18,537

GUNKUL

1.65

-27.63

53,622

STA

13.10

-27.62

30,342

PLANB

5.15

-27.46

6,608

ROJNA

4.6

-26.98

7,984

ICHI

10.80

-26.53

23,023

SIRI

1.33

-26.11

66,463

EA

2.94

-25.76

63,581

BTS

4.54

-25.57

112,591

CBG

59

-24.84

21,855

MEGA

25.25

-24.06

11,003

CK

14.60

-23.96

19,391

BLA

16.10

-23.7

10,233

TU

10

-23.08

46,606

LH

3.92

-22.38

112,227

COM7

20.60

-21.52

27,073

BANPU

4.72

-21.33

106,062

JAS

1.69

-21.03

37,709

AEONTS

101.50

-20.70

4,993

SJWD

8.50

-20.56

6,652

TASCO

14.40

-20.44

20,833

SPALI

14.50

-20.33

18,975

ที่มา : SETSMART ณ 23 พ.ค.68

*ราคาปิดล่าสุด 23 พ.ค.68

52 บริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และอาหารและเครื่องดื่ม จำนวน 7 บริษัท เท่ากัน รองลงมา คือ กลุ่มธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ จำนวน 6 บริษัท

*** GLOBAL ราคาหุ้นปีนี้ดิ่งหนักสุดถึง 60.41%

บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) เป็นบริษัทที่ราคาหุ้นปีนี้ปรับตัวลงมากที่สุดถึง 60.41% สอดคล้องกับผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 ที่มีกำไรสุทธิ 621.90 ล้านบาท ลดลง 14.25% จากปีก่อน รองลงมา คือ บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ที่ราคาหุ้น YTD ปรับตัวลง 57.97% สวนทางผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 ที่มีกำไรสุทธิ 1,387.23 ล้านบาท เทียบปีก่อนขาดทุนสุทธิ 409.09 ล้านบาท

*** มีอีก 3 บริษัท ราคาหุ้นปีนี้ปรับตัวลงเกิน 50%

ยังมีอีก 3 บริษัท ที่ราคาหุ้นปีนี้ปรับตัวลงมากกว่า 50% นำโดย บมจ.ดูโฮม (DOHOME) ที่ราคาหุ้นปีนี้ปรับตัวลง 56.44% ขณะที่ ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 มีกำไรสุทธิ 245.08 ล้านบาท ปรับตัวขึ้น 0.30% จากปีก่อน

ด้าน บมจ.เซ็ปเป้ (SAPPE) ราคาหุ้นปีนี้ปรับตัวลง 52.03% สอดคล้องกับ ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 ที่มีกำไรสุทธิ 223.58 ล้านบาท ลดลง 39.57% จากปีก่อน และ บมจ.เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (JMART) ที่ราคาหุ้นปรับตัวลง 51.52% สอดคล้องกับ ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 ที่มีกำไรสุทธิ 140.33 ล้านบาท ลดลง 40.49% จากปีก่อน

*** ส่องงบฯ Q1/68 ส่วนใหญ่กำไรลดจากปีก่อน

ขณะเดียวกัน "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 ของทั้ง 52 บริษัท ดังกล่าว ปรากฎว่า ส่วนมากจำนวน 26 บริษัท รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/68 ลดลงจากปีก่อน ส่วนอีก 25 บริษัท มีผลการดำเนินงานช่วงดังกล่าว ดีขึ้นจากปีก่อน ดังนี้

ตารางแสดงบการเงินโค้งแรกของทั้ง 52 บริษัท

ชื่อย่อหุ้น

กำไร Q1/67 (ลบ.)

กำไร Q1/68 (ลบ.)

%chg YoY

EA

888.7

252.33

-71.61

COCOCO

203.52

64.79

-68.17

KCE

515.38

229.81

-55.41

JMART

235.83

140.33

-40.50

SIRI

1,314.98

813.88

-38.11

SAPPE

352.35

223.58

-36.55

SPALI

613.64

404.8

-34.03

M

346.51

233.59

-32.59

ICHI

363.77

245.23

-32.59

LH

1,231.02

837.4

-31.98

JMT

418.26

330.03

-21.09

ITC

821.05

676.87

-17.56

ERW

416.95

345.38

-17.17

AEONTS

617.31

524.27

-15.07

CHG

263.97

225.33

-14.64

GLOBAL

725.27

621.9

-14.25

SAWAD

1,261.10

1,100.08

-12.77

BH

1,984.84

1,733.83

-12.65

TU

1,153.07

1,019.25

-11.61

BA

1,873.20

1,674.90

-10.59

MEGA

477.65

449.84

-5.82

CENTEL

755.31

747.85

-0.99

BANPU

1,551.53

-482.59

พลิกขาดทุน

IRPC

1,544.55

-1,206.06

พลิกขาดทุน

ROJNA

91.96

-426.99

พลิกขาดทุน

BTS

-772.43

-382.41

ขาดทุนลดลง

DOHOME

244.33

245.08

0.31

BLA

1,121.84

1,189.09

5.99

PLANB

181.23

192.51

6.22

CRC

2,170.70

2,337.42

7.68

CCET

556.43

606.81

9.05

SISB

211.92

237.76

12.19

AOT

4,563.03

5,344.30

17.12

COM7

821.76

980.65

19.34

CBG

628.23

760.48

21.05

GUNKUL

299.56

366.97

22.50

AWC

1,604.56

1,969.33

22.73

DELTA

4,307.51

5,488.13

27.41

PRM

561.01

730.32

30.18

SKY

118.86

180.7

52.03

WHA

1,364.92

2,075.47

52.06

HANA

313.2

478.11

52.65

BGRIM

378.65

653.93

72.70

AMATA

463.58

829.18

78.86

SJWD

164.12

365.52

122.72

CK

121

282.24

133.26

STGT

146.78

424.23

189.02

JAS

25.19

176.13

599.21

TASCO

7.88

444.39

5539.47

AAV

-409.09

1,387.23

พลิกกำไร

STA

-329.7

688.69

พลิกกำไร

VGI

-366.45

62.76

พลิกกำไร

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เป็นบริษัทที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 มีกำไรสุทธิลดลงจากปีก่อนมากสุดถึง 71.61% หลังรายงานกำไรสุทธิงวดดังกล่าวที่ 252.33 ล้านบาท โดยหลักเกิดจากการรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและร่วมค้าที่ลดลง 810 ล้านบาท และยังมีขาดทุนจากธุรกิจรถโดยสารไฟฟ้า และรถบริการเชิงพาณิชย์ จำนวน 86 ล้านบาท

มีอีก 2 บริษัท ที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 มีกำไรสุทธิลดลงจากปีก่อนมากกว่า 50% นำโดย บมจ.ไทย โคโคนัท (COCOCO) ที่มีกำไรสุทธิ 64.79 ล้านบาท ลดลง 68.17% จากปีก่อน เนื่องจากเป็นผลชั่วคราวจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กะทิที่เพิ่มขึ้นในระดับสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้อยู่ในช่วง Low Season ของธุรกิจเครื่องดื่ม ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ นอกจากนี้ รายได้จากผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวและกะทิที่ลดลงตามฤดูกาล ซึ่งเป็นช่วง Low Season ของกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม

ด้าน บมจ.เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) มีกำไรสุทธิ 229.81 ล้านบาท ลดลง 55.41% จากปีก่อน หลังรายได้ลดลง 12.06% จากปีก่อน เพราะคำสั่งซื้อยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้โรงงานไม่สามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิต ส่งผลให้กำลงการผลิตลดลงเหลือ 67% เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ระดับ 74% กระทบ KCE ต้องแบกรับต้นทุนคงที่ของโรงงาน ซึ่งไม่สามารถเฉลี่ยต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจากการผลิตลดลง

*** ตะลึง ! 52 บจ. มีรายย่อยถือหุ้นรวมกว่า 1.6 ล้านราย

ทั้งนี้ 52 บริษัทดังกล่าว มีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยรวมกันสูงถึง 1.59 ล้านราย โดย บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) เป็นบริษัทที่มีนักลงทุนรายย่อยถือหุ้นมากที่สุด 1.125 แสนราย รองลงมา คือ บมจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) ที่มีนักลงทุนรายย่อยถือหุ้น 1.122 แสนราย

พบอีกถึง 8 บริษัท ที่มีนักลงทุนรายย่อยถือหุ้นมากกว่า 50,000 ราย ประกอบด้วย บมจ.บ้านปู (BANPU) ที่มีนักลงทุนรายย่อยถือหุ้น 1.06 แสนราย, บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) มีนักลงทุนรายย่อยถือหุ้น 96,687 ราย, บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC) มีนักลงทุนรายย่อยถือหุ้น 91,994 ราย

ด้าน บมจ.แสนสิริ (SIRI) มีนักลงทุนรายย่อยถือหุ้น 66,463 ราย, บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) มีนักลงทุนรายย่อยถือหุ้น 63,581 ราย, บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) มีนักลงทุนรายย่อยถือหุ้น 53,662 ราย, บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) หรือ STGT มีนักลงทุนรายย่อยถือหุ้น 51,582 ราย และ บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ที่มีนักลงทุนรายย่อยถือหุ้น 51,446 ราย

*** กูรูแนะเก็บหุ้นมีปัจจัยบวกหนุน แต่ต้องมีจุดตัดขาดทุน

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่าการฟื้นตัวของ SET Index ในระยะสั้นยังจำกัด กระทบโดยแนวโน้มเศรษฐกิจช่วงที่เหลือของปีนี้จะชะลอตัว จากทั้งฝนที่มาเร็ว และผลกระทบจากภาษีการค้าสหรัฐฯ ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้นักวิเคราะห์ในตลาดเกิดการทยอยปรับลดประมาณการ EPS ลงจากปัจจุบันที่ราว 90 บาทได้อยู่

ดังนั้น จึงประเมินว่าดัชนีหุ้นไทย ยังมีอัปไซด์เหนือระดับ 1,200 จุด ค่อนข้างจำกัด กลยุทธ์ลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าว จึงแนะนำเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรแข็งแกร่งในระยะถัดไป และมีประเด็นบวกเฉพาะตัว โดยเฉพาะสินค้าบริการจำเป็นที่ราคาหุ้นยัง Laggard มีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นได้ดีกว่า SET Index ในระยะถัดไป

ด้านบทวิเคราะห์ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตลาดหุ้น ณ ปัจจุบัน ยังมีความกังวลต่อการเจรจาการค้าของสหรัฐฯ กับ คู่ค้าทั่วโลกรอบใหม่อยู่ อย่างไรก็ตาม การที่ดัชนีหุ้นไทยยังรักษาแนวรับที่ 1,172 จุด ไว้ได้ จะเป็นจังหวะในการเข้าซื้อหุ้นรอบนี้

หากดัชนีอยู่ในระดับดังกล่าว แนะนำนักลงทุนสะสมหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมาลึก ๆ ประกอบกับ มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวรอหนุนเข้ามา โดยหุ้นกลุ่ม SET100 ดังกล่าว ชอบ SIRI, BA, KCE และ JMT อย่างไรก็ตาม การเข้าซื้อหุ้นลักษณะนี้ ควรมีจุด stop loss ไว้ด้วย หากราคาไปผิดทาง

ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...