ตำรวจไซเบอร์เปิดโปงเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ โยงทุน Huione ในกัมพูชา
ตำรวจไซเบอร์เปิดโปงเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ โยงทุน Huione ในกัมพูชา เอี่ยวหลาน “ฮุนเซน” ลั่น “ใครเอี่ยว–ลากหมด ไม่ว่าใคร”
วันที่ 17 มิ.ย.68 ในยุคที่เทคโนโลยีกลายเป็นสนามรบแห่งใหม่ “สงครามไซเบอร์สีเทา” ได้กลืนเงินจากบัญชีประชาชนไทยไปสู่เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่แยบยลและเป็นระบบยิ่งกว่าที่สังคมเคยตระหนัก
ผู้สื่อข่าว The Room44 ได้พูดคุยกับพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ “ตำรวจไซเบอร์” ผู้เปิดโปงเส้นทางการเงินลับที่เชื่อมโยงจากขบวนการเว็บพนัน – แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในไทย สู่เครือข่ายทุนต่างชาติภายใต้ชื่อ HUIONE GROUP ซึ่งมีฐานอยู่ในประเทศกัมพูชา
“ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าเงินจำนวนมากจากบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถูกโอนไปยังกลุ่มทุน HUIONE ผ่านบัญชีม้าและระบบคริปโตเคอร์เรนซี ” พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าว
ข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่เพียงเส้นทางเงินธรรมดา แต่คือ โครงข่ายที่ออกแบบมาอย่างเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ มีทั้งระบบเปลี่ยนกระเป๋าเงินดิจิทัลอัตโนมัติ บัญชีม้าเฉพาะกิจ และธุรกรรมคริปโตที่ซับซ้อนเกินกว่าธนาคารทั่วไปจะตามทัน
“ หลายคนยังคิดว่าเว็บพนันคือเว็บเล็ก ๆ แค่เอาไว้เล่น แต่ในความจริง มันคืออุตสาหกรรมสีเทาขนาดใหญ่ มีฝ่ายไอที ฝ่ายบัญชี มีทีมคอลเซ็นเตอร์เฉพาะกิจ แถมยังดำเนินงานภายใต้การคุ้มครองของเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายในอาเซียน ”
โยงเงาอำนาจ? ปมร้อน “หลานชาย ฮุนเซน” ยังไม่ชัด
ท่ามกลางกระแสการตรวจสอบ มีหนึ่งชื่อที่โลกออนไลน์ให้ความสนใจอย่างสูง นั่นคือบุคคลที่ถูกขนานนามว่า “หลานชาย ฮุนเซน” ผู้เคยตกเป็นข่าวจากการแชตหลุดที่เกี่ยวโยงกับเว็บพนัน ซึ่งบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีบทบาทในขบวนการฟอกเงินครั้งนี้
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ย้ำชัดว่า ตำรวจไม่ได้ละเว้นใครทั้งสิ้น และไม่ตัดประเด็นใดออกจากการสอบสวน
และย้ำว่า ทุกคนที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ในสถานะไหน ตนเองจะตรวจสอบหมด โดย ไม่มีข้อยกเว้น
“ ชื่อที่ปรากฏในโซเชียลหรือรายงานข่าว บางส่วนอยู่ระหว่างตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน แต่เราจะไม่กล่าวหาใครก่อนเวลาอันควร เราให้ความสำคัญกับพยานหลักฐานเป็นอันดับแรก ”พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าว
ขณะนี้มีการตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัยจำนวนหนึ่ง ที่อาจเกี่ยวโยงกับบุคคลใกล้ชิดทางการเมืองและกลุ่มทุนในประเทศ แต่ยังต้องการความชัดเจนจากการวิเคราะห์ทางการเงินเชิงลึก
อีกทั้ง เรื่อนี้นี่ไม่ใช่คดีธรรมดา แต่มันคือสงคราม ”ไซเบอร์สีเทา” ที่ต้องอาศัยข้อมูลข่าวกรองจากต่างประเทศ เรากำลังร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ไม่ใช่แค่ด้านการเงิน แต่รวมถึงระบบเทคโนโลยี ดิจิทัล และความมั่นคงของรัฐ”
นอกจากนี้ ตำรวจไซเบอร์ยังเตรียมเปิดปฏิบัติการเชิงรุกครั้งใหม่ภายในไตรมาสหน้า เพื่อขยายผลเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้มีบทบาทระดับนโยบายหรือผู้ที่อำนวยความสะดวกให้กับกระบวนการฟอกเงิน
“ เราจะไม่หยุดที่ปลายเหตุ ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดา หรือคนมีสี ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมไซเบอร์ พวกเขาต้องถูกลากออกมาให้สังคมเห็น ไม่มีใครลอยนวลคำมั่นจาก “ พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวทิ้งท้ายอย่างเด็ดขาด