โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'สนับสนุน แต่ไม่จุกจิก' สไตล์หัวหน้าแบบใหม่ที่ Gen Z อยากเป็น?

Mission To The Moon

เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

คุณคือ Gen Z ที่อยากเป็นหัวหน้าไหม?
.
.
ถ้าใครเอาคำถามนี้ไปถามเพื่อนๆ Gen Z รอบตัว เชื่อว่าคำตอบที่ได้กลับมาน่าจะไม่ได้เป็นคำว่า “ใช่” สักเท่าไร แล้วมันแปลกไหมเมื่อเทียบกับคนรุ่นก่อนที่มักฝันอยากได้เลื่อนตำแหน่ง อยากมีคนใต้บังคับบัญชา อยากมีอำนาจในการตัดสินใจ?
.
จริงๆ แล้ว ปรากฏการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นเทรนด์ในหลายประเทศ โดยเฉพาะในอเมริกาและยุโรป ที่นักวิจัยเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "Conscious Unbossing" หรือการตัดสินใจอย่างมีสติที่จะไม่เป็นหัวหน้าแบบเดิม
.
จากการสำรวจของ World Economic Forum พบว่า กว่า 50% ของ Gen Z เลือกที่จะไม่รับตำแหน่งผู้บริหาร เพื่อแสวงหาเส้นทางการเติบโตแบบของตัวเอง ซึ่งแตกต่างจากรุ่นก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง
.
นอกจากนี้ Gen Z อีกหลายคนก็ให้ความเห็นว่าพวกเขาไม่ได้ไม่อยากเป็นหัวหน้า แต่พวกเขาอยากเป็น "หัวหน้าแบบใหม่" ที่แตกต่างจากสิ่งที่เคยมีมา แบบที่ว่า 'สนับสนุน แต่ไม่จุกจิก' ซึ่งสไตล์หัวหน้าแบบนี้ เป็นวิธีการทำงานแบบใหม่ที่ Gen Z กำลังจะนำมาเปลี่ยนโลกการทำงาน และอาจจะเป็นคำตอบสำหรับปัญหาที่เราเห็นกันอยู่ในหลายองค์กร ที่พนักงานเครียด เบื่องาน และลาออกกัน
.
แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้? วันนี้เราจะมาเจาะลึกกับความต้องการเบื้องลึกภายในจิตใจ และคำถามว่าทำไมแนวคิดนี้ถึงอาจเป็นอนาคตของการบริหารงาน
.
.
เหตุผลที่ Gen Z ไม่อยากเป็นหัวหน้าแบบเดิม
.
ก่อนที่จะไปดูว่า Gen Z อยากเป็นหัวหน้าแบบไหน เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไมพวกเขาถึงไม่อยากเป็นหัวหน้าแบบที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน
.
ลองนึกภาพหัวหน้าที่เราเคยเจอกัน หรือที่เราเห็นในบริษัทต่างๆ หลายคนคงนึกถึงคนที่ต้องทำงานดึกทุกวัน ต้องตอบอีเมลตลอด 24 ชั่วโมง ต้องควบคุมทุกรายละเอียดของลูกน้อง และมีความเครียดสะสมจนบางทีหน้าตาก็เปลี่ยนไป
.
สำหรับ Gen Z ที่เติบโตมาในยุคที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลเข้ามาตลอดเวลา พวกเขาได้เห็นและได้ยินเรื่องราว "ความมืดมน" ของการเป็นหัวหน้าแบบเดิมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่าจากพี่ๆ ที่ทำงาน โพสต์ในโซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่มีมที่แชร์กันว่า "เป็นหัวหน้าแล้วชีวิตลำบาก" นี่จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ Gen Z ไม่อยากเป็นหัวหน้าแบบเดิม
.
[ ] ไม่อยากเครียดเพื่อตำแหน่ง
หลายคนบอกว่าการเป็นหัวหน้าแบบเดิมต้องแบกรับความเครียดมากเกินไป ทำงานล่วงเวลาเป็นปกติ ต้องแก้ปัญหาทุกเรื่องด้วยตัวเอง และที่สำคัญคือต้องเสียสละเวลาส่วนตัวเกือบทั้งหมด
.
[ ] การจัดการแบบเก่าไม่ใช่สไตล์เรา
Gen Z เติบโตมาในยุคที่เทคโนโลยีทำให้การสื่อสารเป็นแบบสองทาง ทุกคนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น การบริหารงานแบบ "ใครเป็นหัวหน้าต้องฟังใคร" จึงไม่ถูกใจพวกเขา
.
การควบคุมอย่างเข้มงวด การเฝ้าดูทุกการเคลื่อนไหว หรือการตัดสินใจแบบเผด็จการ ล้วนเป็นสิ่งที่ Gen Z มองว่าล้าสมัยและไม่มีประสิทธิภาพ
.
[ ] อยากทำงานที่มีความหมาย
อีกเหตุผลสำคัญคือ Gen Z ต้องการทำงานที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ไม่ใช่แค่การไล่ตามตัวเลขยอดขายหรือกำไร หลายตำแหน่งผู้บริหารที่มุ่งเน้นไปที่ KPI เพียงอย่างเดียว จึงไม่ตรงกับความต้องการของพวกเขา
.
.
แล้ว Gen Z จะเป็นหัวหน้าแบบใหม่ได้อย่างไร?
.
ถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้า Gen Z ไม่ชอบการเป็นหัวหน้าแบบเดิม แล้วพวกเขาจะเป็นหัวหน้าแบบไหนกันแน่? ที่จริงแล้ว Gen Z ไม่ได้หลีกหนีจากการเป็นผู้นำ แต่พวกเขากำลังนิยามใหม่ว่า "การเป็นหัวหน้า" ควรจะเป็นอย่างไร โดยยึดหลักการสำคัญว่า "พวกเขาต้องการเป็นคนที่คนอื่นอยากทำงานด้วย ไม่ใช่คนที่คนอื่นต้องทน"
.
Dan Black ผู้นำด้านกลยุทธ์ทรัพยากรบุคคลและประสิทธิภาพองค์กรระดับโลกของ EY สนับสนุนแนวคิดนี้ด้วยเช่นกัน โดยเขาได้ให้ความเห็นว่า "Gen Z ต้องการมีอิทธิพลโดยไม่ต้องอาศัยลำดับชั้น การเติบโตโดยไม่ต้องเหนื่อยหอบ และสร้างผลกระทบโดยไม่ต้องเสียสละความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการเป็นผู้นำแบบใหม่ที่แตกต่างจากเดิม นั่นทำให้หัวหน้าแบบใหม่ของ Gen Z จะมีลักษณะดังนี้
.
[ ] เป็น Coach มากกว่า Boss
หัวหน้าที่ดีควรเป็นคนที่ช่วยให้ทีมเก่งขึ้น ไม่ใช่คนที่คอยจับผิด และ Gen Z อยากเป็นหัวหน้าที่ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษา ไม่ใช่คนที่คอยสั่งการอย่างเดียว พวกเขาเชื่อว่าการให้คำแนะนำและสนับสนุนการเติบโตของทีมงานจะได้ผลดีกว่าการควบคุมทุกขั้นตอน
.
[ ] ให้อิสระ แต่ไม่ปล่อยปละละเลย
Gen Z เลือกที่จะเชื่อมั่นในตัวเพื่อนร่วมงานหรือลูกทีมแล้วปล่อยให้ทำ ดีกว่าการควบคุมทุกรายละเอียดจนขาดอิสระ
.
แทนที่จะเป็น Micromanager ที่คอยตรวจสอบทุกรายละเอียด หัวหน้าแบบ Gen Z จะกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน แล้วปล่อยให้ทีมงานใช้วิธีการของตัวเองในการบรรลุเป้าหมายนั้น ซึ่งการให้อิสระแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่ดูแล แต่เป็นการแสดงความเชื่อใจและเคารพในความสามารถของเพื่อนร่วมงาน
.
[ ] วัดผลจากผลงาน ไม่ใช่เวลา
หากลูกทีมทำงานเสร็จและได้คุณภาพที่น่าพึงพอใจ Gen Z จะอนุญาตให้กลับบ้านได้เลย หัวหน้ายุคใหม่จะวัดผลงานจากคุณภาพและผลลัพธ์ที่ได้ ไม่ใช่จากจำนวนชั่วโมงที่นั่งอยู่ในออฟฟิศ การทำงานแบบยืดหยุ่นและการดูแล Work-Life Balance เป็นสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญ
.
[ ] สร้างโอกาสให้คนอื่นเติบโต
Gen Z อยากเป็นหัวหน้าที่สร้างโอกาสให้ทีมงานได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ พัฒนาทักษะ และเติบโตในสายอาชีพ โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าลูกทีมจะมองหาโอกาสอื่นๆ
.
.
หนทางยังอีกยาวไกล เมื่อ Gen Z ยังต้องพิสูจน์ตัวเอง
.
แม้ว่าแนวคิดการเป็นหัวหน้าแบบใหม่ของ Gen Z จะดูน่าสนใจและมีจุดเด่นที่ดี แต่เมื่อนำมาใช้ในโลกแห่งความจริง ก็ยังมีความท้าทายที่ต้องเผชิญอยู่ไม่น้อย
.
Gen Z ส่วนใหญ่ยังมีประสบการณ์การทำงานน้อย เฉลี่ยแล้วอาจมีประสบการณ์เพียง 3-5 ปี การเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยการเรียนรู้และการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ “การให้อิสระ" อาจฟังดูง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้ว การรู้ว่าควรให้อิสระมากแค่ไหน เมื่อไหร่ควรเข้าไปช่วย และอย่างไรจึงจะไม่กลายเป็นการปล่อยปะละเลย ล้วนต้องอาศัยประสบการณ์และความเข้าใจลึกซึ้งในธุรกิจ
.
อย่างไรก็ตาม Dan Black จาก EY เน้นว่า กุญแจสำคัญคือ "การเข้าใจ Gen Z อย่างแท้จริง การทำความเข้าใจในความสำคัญ คุณค่า และสิ่งที่จูงใจให้พวกเขารับตำแหน่งผู้นำเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้พวกเขารู้สึกได้รับการเสริมพลัง มีส่วนร่วม และได้รับการสนับสนุนตลอดเส้นทางอาชีพของพวกเขา"
.
ท้ายที่สุดแล้ว การเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวเอง สิ่งที่ Gen Z นำเสนอมาอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปวงการผู้นำ แต่ยังต้องผ่านการทดสอบในสถานการณ์จริงอีกมาก
.
.
เพราะในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำที่ดีที่สุดคือคนที่เรียนรู้ได้ ปรับตัวได้ และสามารถนำทีมไปสู่ความสำเร็จได้ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็ตาม
.
.
อ้างอิง
- WTF is conscious unbossing?: Tony Case, Worklife - https://bit.ly/3HYqWPd
- Conscious Unbossing: Why Gen Z Is Steering Clear Of Middle Management: Dan Pontefract, Forbes - https://bit.ly/4nb0suf
.
.
#GenZ
#ConsciousUnbossing
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...