สศช.ชี้รุ่นใหม่เทรดคริปโต หวังกำไรเร็ว ความรู้น้อย ลงทุนเข้าสังคม
สศช.เปิดรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2/2565 เผย 4 พฤติกรรมลงทุนตลาดคริปโตของคนไทยรุ่นใหม่ หวังกำไรในเวลารวดเร็ว ใช้สัญชาตญาณมากกว่าความรู้ ลงทุนเพื่อความสนุก บันเทิงเข้าสังคม และเทรดแพลตฟอร์มต่างประเทศ
วันที่ 26 สิงหาคม 2565 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดรายงานภาวะสังคมไทย ประจำไตรมาส 2/2565 โดยหนึ่งในเรื่องเด่นที่นำเสนอสถานการณ์ทางสังคมน่าสนใจในฉบับนี้คือ เรื่อง “พฤติกรรมการลงทุนของคนรุ่นใหม่ในตลาด Cryptocurrency”
ในรายงานระบุว่า ปัจจุบันคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือสกุลเงินดิจิทัล เป็นสินทรัพย์ที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจเข้ามาลงทุน
โดยข้อมูลจากศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลพบว่า ในปี 2564 มีจำนวนบัญชีซื้อขายคริปโตเพิ่มขึ้น และจากรายงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่า ปี 2564 มีมูลค่าซื้อขายคริปโตในไทยเฉลี่ยประมาณ 1.4 แสนล้านบาทต่อเดือน
ขณะที่ในรายงานภาวะสังคมไทยของ สศช.ระบุว่า เมื่อพิจารณาพฤติกรรมการลงทุนในตลาดคริปโตของคนไทย มีประเด็นที่น่ากังวล 4 ประเด็น ดังนี้
- ผู้ลงทุนในคริปโตส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการสร้างผลกำไรที่สูงในเวลาที่รวดเร็ว
- หนึ่งในห้าของผู้ลงทุนในคริปโต ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับคริปโตน้อย และ 25% ใช้สัญชาตญาณ ตัดสินใจลงทุน
- มากกว่า 1 ใน 4 ของคนรุ่นใหม่ ที่ลงทุนในคริปโต ลงทุนเพื่อความสนุก บันเทิง และเข้าสังคม
- นักลงทุนคริปโตมากกว่าครึ่งหนึ่งใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศ ซึ่งไม่สามารถกำกับดูแลได้
จากพฤติกรรมข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการลงทุนของนักลงทุนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน
สารพัดความเสี่ยงคริปโต
ในรายงานระบุด้วยว่า การลงทุนเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน แต่ผู้ลงทุนต้องศึกษาหาความรู้ให้รอบด้านก่อนการตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะสินทรัพย์ประเภทนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์มากกว่าประเภทอื่นมาก โดยความเสี่ยงที่สำคัญ ดังนี้
1) ไม่มีการกำกับดูแลตามกฎหมาย สำหรับประเทศไทยยังไม่มีการกำกับดูแลเรื่องการออกเสนอขายคริปโต และคุ้มครองผู้ลงทุนในคริปโต ที่ทำการซื้อ/ขาย ผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่ได้ดำเนินการจดทะเบียนในประเทศไทยได้
2) ไม่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน (ยกเว้น Stablecoin บางชนิด) ทำให้เมื่อเกิดการด้อยค่า ผู้ที่เป็นเจ้าของจะไม่มีหลักประกันใด ๆ เลย อาทิ กรณีเหรียญ Terra Classic ที่เคยมีมูลค่าสูงถึง 3,903 บาท/เหรียญ ในเดือนเมษายน 2565 และตกลงมาเหลือเพียง 0.003 บาท/เหรียญ ในเดือนถัดมา
3) ตลาดคริปโตถูกชี้นำได้ง่าย โดยการเปลี่ยนแปลงของราคา คริปโตเกิดขึ้นจากความต้องการที่ถูกชี้นำจากข่าวสาร แทนการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐาน (งบการเงิน และผลประกอบการ) และคริปโตยังสามารถปั่นราคาสินทรัพย์ (Pump and Dump) ได้ง่าย และควบคุมได้ยาก
4) ตลาดคริปโตมีการหลอกลวง และการโกงหลายรูปแบบ อาทิ การหลอกให้ผู้ใช้กรอกรหัสผ่านลงในเว็บไซต์ปลอมและขโมยบัญชีผู้ใช้ไปใช้งาน หรือเพื่อขโมยเหรียญคริปโต การชักชวนลงทุนจูงใจ ว่าสามารถทำกำไรได้แบบเกินจริง
ขณะที่การ rug pull ที่เป็นการโกงรูปแบบหนึ่ง เกิดจากการที่นักต้มตุ๋นทำทีว่ามีการพัฒนาโครงการเหรียญคริปโตใหม่ ๆ เข้ามาในตลาด เพื่อต้องการหลอกล่อให้นักลงทุนเข้ามาซื้อขายก่อนที่จะเทขายทิ้ง หรือฉ้อโกงเงินในระบบและส่งผลให้เหรียญนั้นไร้มูลค่า
ดังนั้น ผู้ต้องการลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจตลอดจนประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน หากต้องการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้ ขณะเดียวกันต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่มีและเลือกลงทุนอย่างไม่ประมาท เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียเช่นในต่างประเทศที่มีการฆ่าตัวตายจากการสูญเงินลงทุนในคริปโตแล้วกว่า 22 ราย